posttoday
โสภณ ฉิมจินดา เล่าเรื่องเป็นสารคดี

โสภณ ฉิมจินดา เล่าเรื่องเป็นสารคดี

16 กรกฎาคม 2558

เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ภาพยนตร์สั้น “เก็บยิ้ม” ของเขาเคยคว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวด Disability Film Awards

โดย...โจนาสเตเชีย ภาพ : ภควัตร ภูมมินทร์

เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ภาพยนตร์สั้น “เก็บยิ้ม” ของเขาเคยคว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวด Disability Film Awards งานเทศกาลภาพยนตร์และการสัมมนาเรื่องความพิการ มาปีนี้เขาคือเจ้าของรางวัลชนะเลิศ attitude SHORT FILM (ครั้งที่ 1) จากผลงาน Inside of Me ที่สร้างจากเรื่องจริง “ผู้พิการในร่างเกย์”(รางวัลที่ 2 Being ทีม Moving Image รางวัลที่ 3 Blue Sapphire พลอยสีฟ้า ทีม R.A.W. Production)

ชีวิตจริงของเขาก็เป็นเยี่ยงนั้น “โสภณ ฉิมจินดา” (จบปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีการถ่ายภาพและภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และเรียนรู้งานด้านกราฟฟิกดีไซน์ด้วยตัวเองที่โรงเรียนอาชีวศึกษาพระมหาไถ่ พัทยา) เปิดเผยตัวตนว่า เป็นเกย์และเป็นผู้พิการครึ่งล่างจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เพียงแต่ตัวละครที่อยู่ในภาพยนตร์ไม่ใช่เขาเอง เป็นสาวร่างเล็กที่อาศัยและใช้ชีวิตอยู่ที่พัทยา จิตวิญาณความเป็นเกย์เธอเปี่ยมล้น แม้ว่าร่างกายจะไม่เอื้ออำนวย ที่สำคัญภาพยนตร์เรื่องนี้ยังทำเอา
ผู้ชมน้ำตาคลอ เพราะความดราม่าที่ไม่ได้ปรุงแต่งของตัวละครและเรื่องราว

“ด้วยโจทย์มันเป็นประเด็นที่อยู่ในใจและผมสนใจเป็นพิเศษ และคิดว่าอยากจะทำอยู่แล้ว ด้วยตัวโครงการประกวดกับหนังของผมน่าจะไปกันได้ ผมก็เลยตัดสินใจส่งผลงานเข้าประกวด อีกอย่างผมเป็นเกย์ด้วย ผมคิดว่ามันน่าจะลิงก์กับโจทย์และโครงการได้ไม่มากก็น้อย

จริงๆ ผมก็มีโจทย์ในใจอยู่แล้ว และด้วยประเด็นเพศที่สามบนความพิการ พื้นที่สื่อไม่ค่อยมีการพูดถึง พื้นที่หนังสั้นเองก็ไม่มีการพูดถึงเรื่องราวเหล่านี้ ผมก็เลยคิดว่าผมน่าจะเปิดประเด็นให้คนในสังคมได้รับรู้ เพราะมันเป็นประเด็นที่น่าสนใจพอสมควรที่จะบอกเล่า”

ผลงานของโสภณเล่าเรื่องแบบสารคดี การถ่ายภาพโดดเด่น สะดุดตาด้วยการตัดต่อ เรื่องราวของเกย์สาวผู้พิการที่ต้องใช้วีลแชร์เป็นยานพาหนะ ทุกคืนเธอย่ำไปตามย่านท่องเที่ยวในพัทยาเพื่อหาเลี้ยงชีพด้วยการขายของที่ระลึก ด้วยความเป็นเกย์ผู้รักความสวยงาม ตัวละครตัวนี้จึงปรากฏกายอย่างสวยงามภายใต้แสงไฟวูบไหวและลมหายใจที่ไม่หยุดนิ่ง

“ด้วยความที่ผมเป็นคนพิการและเคยอยู่โรงเรียนคนพิการ ผมก็จะเห็นชีวิตคนพิการที่หลากหลาย รวมทั้งคนพิการที่เป็นเพศที่สาม ด้วยสภาพร่างกายที่ดูไม่ค่อยดีและผิดเพี้ยนจากคนปกติ แต่หัวใจพวกเขากลับรักความสวยความงาม มันเป็นอะไรที่ขัดแย้งกันมากๆ นะครับ ผมก็เลยมองไปว่า ถ้ามันเป็นภาพเคลื่อนและสื่อสารออกมากับคนดู มันคงมีความน่าสนใจทีเดียว กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากทำเรื่องนี้

ตอนแรกผมอยากไปโฟกัสคนเพศที่สามและรักแต่งหญิง ก็ไปเจอน้องเชอร์รี่ ซึ่งตรงกับคาแรกเตอร์ที่ผมอยากได้ ส่วนตัวก็รู้จักน้องเชอร์รี่มาก่อน พอตกลงว่าเลือกน้องเชอร์รี่ และด้วยหนังที่ผมจะทำมันออกในเชิงสารคดี คราวนี้ผมก็ต้องมาหาข้อมูลทั้งจากตัวน้องเชอร์รี่เองและข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ เพื่อให้มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ก็น่าพอใจครับกับงานที่ออกมา แต่ผมก็ยังอยากจะตัดต่อใหม่และถ่ายเพิ่มในบางฉาก”

แม้จะว่าด้วยคนพิการและเพศที่สาม แต่สิ่งที่ทำให้สารคดีเรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องไหนๆ ก็เห็นจะเป็นการหลอมรวมเอาทั้งสองประเด็นมารวมกัน ซึ่งได้ความสดและความใหม่ที่ยังไม่มีผู้กำกับไทยกล้าเสี่ยง ถามว่าแรงมั้ย แรงในความรู้สึก แต่มันก็คือความจริงที่สร้างความสั่นสะเทือนหัวใจได้อย่างมาก

“ผมว่าที่หนังได้รางวัลชนะเลิศ ก็เพราะมันมีความสดและความใหม่ในตัวของมันเอง คืองี้ ถ้าเราจะพูดถึงคนพิการ ผมว่ามันมีไม่กี่ภาพหรอกครับในหัวเราที่นึกออก ขายลอตเตอรี่ รอการช่วยเหลือ ช่วยตัวเองไม่ได้ ถ้าเป็นรายการทีวีก็ขึ้นเลขบัญชีร่วมบริจาค แต่ผมพยายามจะบอกว่า เชอร์รี่คือคนพิการและยังเป็นคนเพศที่สาม คำว่าคนเพศที่สามคือพลเมืองชั้นสอง ซึ่งคนพิการก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ลองนึกภาพดูนะครับ ถ้าคนทั้งสองกลุ่มมาอยู่ในคนเดียว ผมว่ามันเป็นอะไรที่ดับเบิ้ลเลยละครับ

ถ้าไม่ใช่การถ่ายภาพ นอกนั้นเป็นหน้าที่ของผมหมดเลย มันอาจจะไม่ใช่สารคดีแบบเรียลจ๋า บางฉากก็มีบทพูด ซึ่งก็อาจจะเป็นการพูดแทนผม นั่นก็ส่วนหนึ่งและพูดแทนคนอื่นๆ ที่อยู่ในสภาพเดียวกัน แต่คงไม่ใช่เรื่องของผมทั้งหมดหรอกครับ เพื่อนผมและคนรอบข้างก็แซวนะครับว่า นี่มึงเอาบทไปใส่ปากให้เชอร์รี่พูดแทนมึงใช่มั้ย (หัวเราะร่วน) ก็มีครับ แต่ไม่ทั้งหมด ภาพหนังที่ออกมามันเลยเป็นกึ่งสารคดีกึ่งฟิกชั่น บางคำผมก็ไกด์ว่าอยากได้ประมาณนี้นะ แต่ก็ปล่อยให้เชอร์รี่พูดในแบบของเธอ”

ก้าวต่อไปของ Inside of Me ผู้กำกับวัย 38 มองไกลถึงเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ส่วนจะได้หรือไม่ได้รางวัลอาจไม่สำคัญเท่าการเปิดโอกาสให้โลกได้เห็นและเป็นประจักษ์พยานว่า ผู้พิการในร่างเกย์ก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่ยังมีความรู้สึก มีความต้องการ และพร้อมจะยืนหยัดในสังคมอย่างสง่างาม

“การจะไปเทศกาลหนัง ผมว่ามันต้องทำให้มันเข้มข้นกว่านี้ ส่วนที่จะถ่ายเพิ่มเติมนี่ก็อาจจะลงลึกถึงประเด็นเซ็กซ์ของคนพิการ ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน เหมือนเป็นเรื่องต้องห้าม คนจะคิดว่าพิการยังหมกมุ่นอีกเหรอ ผมเลยอยากเข้าไปแตะและสะท้อนมันออกมาอย่างตรงไปตรงมา เพราะสุดท้ายผมว่ามันก็คือความจริง”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ