
บทเรียน...เจ็บนี้อีกนาน
นับเป็นเรื่องเศร้าของวงการลูกหนัง หลังสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวขุนพลนักเตะทีมชาติไทย
โดย...มิวโกโตะ
นับเป็นเรื่องเศร้าของวงการลูกหนัง หลังสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวขุนพลนักเตะทีมชาติไทยตัวหลักหลายรายได้รับบาดเจ็บต้องพักยาว
หนักหน่อยคือ “เจ้าแบ็ก” อาทิตย์ ดาวสว่าง ปราการหลังสารพัดประโยชน์ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เอ็นเข่าขาดต้องผ่าตัดและพักอย่างน้อย 5-6 เดือน ส่วน “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ มิดฟิลด์จอมเลื้อยกระดูกข้อเท้าแตก ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพจัดการผ่าตัดให้แล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ค. แต่ไม่วายต้องพักอย่างน้อย 2 เดือน ทำให้ชวดลงช่วยชาติแมตช์คัดฟุตบอลโลก 2018 กับอิรักทั้งคู่ ในเดือน ก.ย.นี้
ทันทีที่ข่าวร้าย 2 แข้งดังประกาศออกมา ในโลกออนไลน์เว็บบอร์ดชื่อดัง รวมถึงคอมเมนต์บนเว็บเพจยอดนิยมในเฟซบุ๊ก ต่างมีกระแสเรียกร้องให้หาคนมารับผิดชอบ ซึ่งเท่าที่กวาดตา ส่วนใหญ่จัดเต็มด้วยอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว แต่ก็มีหลายกระทู้น่าสนใจใช้เหตุผลตั้งคำถามออกแนว “ติเพื่อก่อ” สกู๊ปพิเศษฉบับนี้จึงรวบรวมความคิดเห็นเชิงบวกเหล่านี้นำมาตกผลึกและไปพูดคุยกับบุคคลลูกหนังที่เกี่ยวข้องในวงการเพื่อช่วยกันหาทางออกในอนาคตร่วมกัน
ดูแลตัวเองดั่งมืออาชีพ
ผมมีโอกาสพูดคุยกับพี่ “ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย ถึงปัญหานักเตะเดี้ยงยาวหลังรับใช้ชาติ พร้อมคำถามสุดฮอตในโลกออนไลน์ว่า ...ใครควรรับผิดชอบ?
“จริงๆ แล้ว เราเป็นช้างศึก แน่นอนนักรบย่อมมีบาดแผลบ้างเป็นเรื่องธรรมดา กับทีมชาติเองก็เสียใจทุกครั้งที่นักเตะเจ็บ เรารู้หัวอกสโมสรเองก็เสียใจเหมือนเรา ตัวผู้เล่นเองก็เสียใจที่อดรับใช้ชาติและต้นสังกัด แต่ความจริงเป็นเช่นนี้ ทุกครั้งที่เราเรียกน้องๆ มาติดทีมชาติ เราดูแลเรื่องสภาพร่างกายของทุกคน เรามีทีมดูแลเรื่องนี้อย่างเป็นมืออาชีพ ใช้ทีมกายภาพจากต่างชาติมาช่วยดูแลจุดนี้
“เรื่องบาดเจ็บไม่มีใครอยากให้เกิดอยู่แล้ว ทีมชาติเองก็ไม่เคยเข่นใครลง เคยมีเหมือนกันน้องๆ มาบอกว่าร่างกายผมไม่เต็มร้อย ซึ่งนั่นแหละที่เราต้องการ ทีมงานจะพิจารณาคนอื่นก่อนทันที ไม่เคยฝืนใช้ แต่ที่ผ่านมามันก็มีคนฝืนเล่น บางครั้งนักเตะทดสอบความฟิตผ่านเกณฑ์ แต่ร่างกายเขาเต็มร้อยหรือเปล่า ก่อนแข่งเราไม่มีทางรู้หรอกใครแอบฝืนเล่น เพราะหน้าที่โค้ชก็คือเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดลงไปสู้ในสนาม ดังนั้นมันไม่จำเป็นต้องมีใครไปรับผิดชอบอะไร ที่ผ่านมาขอขอบคุณสโมสรที่พยายามทำความเข้าใจเราตรงจุดนี้” ซิโก้ เผย
สำหรับทางออกเรื่องดังกล่าว ในมุมมองอดีตศูนย์หน้าจอมตีลังกาของไทย อยากให้นักเตะทุกคนรู้จักเรียนรู้วิธีรักษาร่างกายแบบมืออาชีพ เหมือนนักเตะในยุโรปที่หลายคนลงเล่นตั้งมากมาย แต่ไม่เคยเจ็บ โดยแข้งไทยต้องพยายามก้าวไปถึงจุดนั้นให้ได้ ซึ่งถ้าใครดูแลตัวเองได้ขนาดนั้นแล้วยังเจ็บ มันก็อาจขึ้นอยู่กับเรื่องโชค วาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง
ชาติ...ต้องมาก่อน
ฟังความเห็นในมุมมองทีมชาติไปแล้ว ลองมาฟังตัวแทนจากสโมสรดูบ้าง ซึ่งแน่นอนคงไม่มีใครอินเรื่องเจ็บๆ ไปกว่า “เสี่ยแมน” ธัญญะ วงศ์นาค ผู้จัดการทีม บีอีซี เทโรศาสน สโมสรที่มีนักเตะติดทีมชาติมากที่สุด แต่ผลงานในโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก กลับอยู่ครึ่งล่างของตาราง (อันดับ 12) โดยมีแฟนบอลตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุส่วนใหญ่มาจากนักเตะกรอบใช่หรือไม่
“เด็กอยากติดทีมชาติ เราก็ไม่เคยขวาง เพราะนโยบายบีอีซีฯ คือชาติต้องมาก่อน มันไม่ใช่เราไม่ใส่ใจสโมสรนะ แต่ต้องยอมรับปัญหานี้เป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับเราเหมือนกัน เพราะช่วง 1-2 ปีมานี้ เรามีผู้เล่นติดทีมชาติหลายคน” ธัญญะ กล่าว
เมื่อปัญหาเกิดขึ้น “เสี่ยแมน” ก็ไม่คิดนิ่งนอนใจ ล่าสุดใช้นโยบายปกป้องสโมสรบ้าง โดยได้ขอความร่วมมือกับ “ซิโก้” ให้ถอนชื่อ ทริสตอง โด กับ อดิศร พรหมรักษ์ เพื่อรักษาสภาพร่างกายในการลงเล่นเป็นตัวหลักของทีมในเกมลีก และปล่อยให้ สมพร ยศ กับ จาตุรงค์ พิมพ์คูณ แต่ 2 รายเท่านั้น ในแมตช์พิเศษกับ เรดดิ้ง (8 ก.ค.) และ ลิเวอร์พูล (14 ก.ค.) ยอดทีมจากอังกฤษ
“ทางสโมสรหารือแล้วว่าจะไม่ปล่อยนักเตะไปเล่นในเกมกับลิเวอร์พูล เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมานักเตะตัวหลักเรามีโปรแกรมแข่งขันติดๆ กันจนล้า และช่วงนี้ลีกก็อยู่ในระหว่างแข่งขัน ตอนนี้เราเป็นห่วงสภาพร่างกายของ พีระพัฒน์ (โน๊ตชัยยา) ทริสตอง (โด) และ เจนรบ (สำเภาดี) มาก เพราะเขาเป็นผู้เล่นที่ใช้พลังเยอะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้พวกนี้ได้พัก” ธัญญะ เผย
“เราจะมองว่าติดทีมชาติแล้วเจ็บอย่างเดียวไม่ได้ จะว่าไปนักเตะของเราหลายคนมีพัฒนาการที่ดีขึ้น พวกเขายกระดับการเล่นขึ้นไปอีกก้าว เพราะทีมชาติช่วยพัฒนาให้นักเตะทุกคนมีฝีเท้าที่ดีกว่าเดิม” ป๋าแมน ปิดท้าย
สำหรับทางออกระยะยาว ผู้จัดการทีม “มังกรไฟ” เสนอว่า ทุกฝ่ายควรหารือร่วมกัน ไล่ตั้งแต่การจัดตารางแข่งของไทยพรีเมียร์ลีก ที่ควรคลอดโปรแกรมให้นักเตะได้พัก เพราะทางทีพีแอลย่อมรู้ดีว่าแต่ละปีทีมชาติมีทัวร์นาเมนต์ใดบ้าง ต้องยอมรับว่าโปรแกรมบ้านเรายังไม่สมูทเช่นลีกระดับยุโรป
ขณะที่ “บิ๊กท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา ประธานสโมสรสุพรรณบุรี เข้าใจหัวอกบีอีซีฯ ไม่แพ้ใคร เนื่องจากทัพ “ช้างศึกยุทธหัตถี” ยังไม่ได้ใช้งาน ชาริล ชัปปุยส์ มิดฟิลด์ขวัญใจแม่ยกลูกครึ่งสวิสแม้แต่นัดเดียว นับตั้งแต่จบฟุตบอลซูซูกิ คัพ เมื่อปลายปีก่อน และดูทรงคงชวดใช้อีกยาว เพราะอาการบาดเจ็บหนักถึงขั้นต้องเพาะเนื้อหุ้มกระดูกอ่อนหัวเข่า ต้องพักอีกเท่าไหร่ไม่รู้
ที่สำคัญ ทีมยังต้องจ่ายเงินเดือนเต็มเดือนละ 7 แสนบาท เท่ากับว่า ถ้าซีซั่นนี้ไม่ได้ใช้งาน เบ็ดเสร็จก็ควักฟรีๆ ถึง 8.4 ล้านบาท ซึ่งถ้าชัปปุยส์หายเจ็บกลับมา และพร้อมลงเล่นหากทีมชาติเรียก สุพรรณฯ ก็พร้อมจะปล่อยตัวเช่นเดิมนะ
แหม ... ต้องขอชื่นชมความเสียสละของสโมสรที่ยอมปล่อยนักเตะมาช่วยชาติอย่างแท้จริง
เรื่องเจ็บเป็นเรื่องธรรมชาติ
ครั้งหนึ่ง อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือมาดนิ่งของอาร์เซนอล เคยออกมาตอบโต้ เรย์มอนด์ แฟร์เฮเยน อดีตผู้ช่วยโค้ชทีมชาติเวลส์ ผู้เคยออกมาแนะให้ อารอน แรมซีย์ ย้ายออกจากอาร์เซนอล หลังห้องเครื่องมังกรแดงได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังมาแล้ว 3 ครั้งในฤดูกาลก่อน ซึ่งขงเบ้งชาวฝรั่งเศสสวนกลับว่า “เรื่องเจ็บเป็นเรื่องธรรมชาติ”
“เขา (เรย์มอนด์) ตั้งข้อสังเกตว่าโปรแกรมซ้อมของเราทำให้นักเตะมีปัญหาบาดเจ็บมากมาย คำถามคือ ทำไมบางคนไม่เจ็บบนโปรแกรมเดียวกัน มีใครตั้งคำถามหรือไม่ ทำไมคู่แข่งถึงพยายามเล่นแรงกับอาร์เซนอล โลกแห่งฟุตบอลไม่มีใครควบคุมอาการบาดเจ็บได้หรอก” เวนเกอร์ กล่าว
สุดท้ายมันก็จริงอย่างที่ เวนเกอร์, ซิโก้, เสี่ยแมน และบิ๊กท็อป เข้าใจ ... เรื่องอาการบาดเจ็บคงไม่มีใครอยากให้เกิด ซึ่งถ้าให้สรุปจากที่ได้พูดคุยกับบุคคลลูกหนังเหล่านี้ ผมคงสรุปได้ว่า ทางออกของปัญหาแข้งเจ็บแข้งกรอบป้องกันได้โดย ทุกฝ่ายต้อง “รู้จักหน้าที่” ของตัวเอง
ทีพีแอล : ช่วยจัดโปรแกรมให้หลบทัวร์นาเมนต์เพื่อผู้เล่นจะได้มีเวลาพักเพิ่มขึ้น ทำได้หรือไม่?
นักเตะ : รักษาร่างกายให้เป็นดั่งมืออาชีพ เจ็บต้องไม่ฝืน ต้องแจ้งโค้ช อย่าปล่อยให้เลือดรักชาติมาทำลายอาชีพตัวเอง ทำได้หรือไม่?
สตาฟฟ์โค้ช : ทั้งทีมชาติและสโมสร พยายามหาผู้เล่นตัวตายตัวแทนมาคอยสแตนด์บายตำแหน่งละ 2-3 คน ทำได้หรือไม่?
นั่นแหละทางออกที่ยั่งยืน







