posttoday
กตัญญู-รู้ตัวเป็นที่ตั้ง กฤษดา ชาวนาพูล

กตัญญู-รู้ตัวเป็นที่ตั้ง กฤษดา ชาวนาพูล

25 มิถุนายน 2558

เรื่องของโตโกะอาจฟังดูธรรมดาสำหรับคนทั่วไป แต่เราฟังแล้วจับใจในความรู้สึก โตโกะคือใคร

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช

เรื่องของโตโกะอาจฟังดูธรรมดาสำหรับคนทั่วไป แต่เราฟังแล้วจับใจในความรู้สึก โตโกะคือใคร โตโกะก็คือเพศที่สามคนหนึ่งที่ดิ้นรนในความรู้สึก ดิ้นรนในชีวิตความเป็นอยู่ มิติของการดิ้นรนที่มีทั้งการดำรงอยู่ซึ่งตัวตนของตน ขณะเดียวกันก็ดำรงไว้ซึ่งความกตัญญูรู้คุณในบุพการี ผสมผสานสอดคล้องอยู่ในชีวิตของโตโกะ ผู้หญิงที่ดูเรียบๆ ง่ายๆ หากมีสีสันที่สุดคนหนึ่ง

โต หรือ โตโกะ  หรือ กฤษดา ชาวนาพูล อายุ 39 ปี ปัจจุบันเป็นเซลส์ระดับสูงของบริษัทผลิตกระเป๋าหนังจระเข้คุณภาพสูงแห่งหนึ่ง ก่อนหน้านี้โตโกะเป็นเซลส์เสื้อผ้าแบรนด์ฟลายนาว รักชอบในงานมากขนาดที่ว่าทำมากว่า 13 ปี ถ้าไม่ชอบไม่รักคงทำไม่ได้นานขนาดนี้ หน้าที่หลักคือการดูแลลูกค้าวีไอพีที่สาขาสยามพารากอน ทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างประเทศ

“ดูแลทุกเรื่องค่ะ ดูแลรับผิดชอบลูกค้าวีไอพีของที่นี่ทุกคน ต้องเป๊ะและต้อง 100% ในทุกเรื่องทุกความเหมาะสม อะไรเหมาะสมอะไรไม่เหมาะสมเป็นเรื่องที่เราต้องบอก
ตัวเอง ทำความเข้าใจกับตัวเอง” โตโกะ เล่า

โตโกะ บอกว่า นี่เป็นงานที่ลงตัว เพราะชอบในเรื่องเครื่องแต่งกาย ดูสไตล์ดูเทรนด์ ติดตามข่าวความงามและแฟชั่น ซึ่งถือว่าเป็นงานในหน้าที่ ชอบมากและภูมิใจมากกับความเป็นแบรนด์ชั้นนำของฟลายนาว งานมีหนักมีเหนื่อยมีเครียดเหมือนงานทุกชนิดในโลก แต่นี่คืองานที่เธอใช้หาเลี้ยงชีวิตและใช้ดูแลแม่พ่อ

กตัญญู-รู้ตัวเป็นที่ตั้ง กฤษดา ชาวนาพูล

 

รู้ตัวว่าใช่ ฉันคือผู้หญิงคนหนึ่ง ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กอนุบาล ยังจำโมเมนต์ ณ ขณะที่บอกกับตัวเองได้ว่า เราไม่ใช่ผู้ชาย เราอยากโดนทะนุถนอมไปชั่วชีวิต ในวินาทีนั้นโตโกะก็เป็นผู้หญิงและไม่กลับไปเป็นผู้ชายอีก เธอเป็นลูกของภรรยาที่สองของพ่อ หรือจะให้เข้าใจง่าย ๆ ก็เป็น “ลูกเมียน้อย” แต่เป็นลูกเมียน้อยที่มีความสุข ชีวิตราบรื่นไม่มีปัญหา มีแต่เพียงความกระตุ้งกระติ้งนิดๆ หน่อยๆ ที่เมื่อแรกเห็นแม่ก็ว่าดุ จะวีนทันทีที่ตุ้งติ้งออก แต่ที่สุดแม่ก็เข้าใจ

พ่อของโตโกะทำงานเป็นคนขับแท็กซี่ป้ายดำ ลูกค้าต่างชาติเยอะ เป็นสาเหตุทำให้โตโกะสนใจเกี่ยวกับภาษาต่างประเทศ ในวันที่พ่อรู้ว่าโตโกะเป็น พ่อไม่ว่าอะไร มีเพียงครั้งเดียวที่พ่อเรียกมาคุยอย่างจริงจัง พ่อพูดคำเดียวว่า จะเป็นอะไรก็ได้ แต่ต้องเอาตัวเองให้รอด พ่อพูดแค่นี้แล้วเลิกพูดลุกเดินไปเลย โตโกะคิดต่อเองว่า มันคือการเรียนให้จบ มีงานทำให้ได้และเลี้ยงตัวเองให้ได้

เมื่อมีหลักแล้วก็ไม่หวั่นอะไรอีก โตโกะ “ปล่อย” เต็มที่ เธอคิดว่ามีเข็มคือการเรียนให้จบ ทำงานหาเลี้ยงตัวเอง คิดได้แล้วไม่กลัวอะไรเกี่ยวกับเพศสภาพของตัวเองอีกต่อไป ที่เคย “ครึ่งๆ กลางๆ” ก็จัดเต็ม ในวันที่ “เปรี้ยว” มากๆ ก็ขอแบบสุดเหวี่ยงจริงๆ ช่วงชั้น ม.2 วัยแสบ กำลังเป็นวัยรุ่นวัยเหวี่ยง ยังจำได้ถึงภาพตัวเองที่หัวเกรียนแบบสุด แต่แต่งหญิงครั้งแรกด้วยผ้าบางๆ เป็นคอกระเช้าลายหวานๆ ตัวเล็กๆ ถือกระเป๋าผู้หญิงกับเอารองเท้าสกอลล์ของแม่มาใส่ ทาลิปสติกบางๆ

“บ้านอยู่ดอนเมือง ขึ้นรถเมล์มาเที่ยวเซ็นทรัลลาดพร้าวกับเพื่อนอีกคน จำไม่ได้ว่าวันนั้นไปทำกิจกรรมอะไรหรือซื้ออะไรบ้าง แต่จำภาพและความรู้สึกเฉิดฉายของตัวเองตอนแต่งหญิงได้ดี ภาพนั้นยังจำได้ถึงวันนี้ ความรู้สึกคือฉันสวยมาก ความสุขวัยเยาว์ค่ะ มานึกย้อนดูก็ขำ ช่างทำไปได้ แต่งเข้าไปได้”

กตัญญู-รู้ตัวเป็นที่ตั้ง กฤษดา ชาวนาพูล

 

ตั้งแต่เด็กเรียนที่โรงเรียนดอนเมือง จาตุรจินดา (ดมจ.) ช่วงเด็กสนุกสนานตามประสาเด็ก มีรวมแก๊งกับเพื่อนหญิงและเพื่อนเพศที่สาม ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันบ้าง มีกิจกรรม 191 หรืออาสาสมัครกู้ภัย ก็ไปร่วมด้วยช่วยเขา ทำงานหาเงินช่วยผ่อนภาระที่บ้านตั้งแต่อายุ 17 ปี อาชีพที่ทำคือนางโชว์ เต้นกินรำได้ เต้นรำเก่ง หาเลี้ยงตัวเองทั้งค่าเทอมค่าขนมค่าเสื้อผ้า ไม่เคยขอที่บ้าน โตโกะจบสถาบันราชภัฏจันทรเกษม คณะมนุษยศาสตร์ (ภาษาอังกฤษ)

“ทันทีที่จบก็แต่งงาน แต่งงานเข้าบ้านเขาเลยค่ะ ไปอยู่กับเขา ช่วยงานเขา ช่วยทำกับข้าวกับปลา ดูแลแม่พ่อญาติพี่น้องเขา ทำตัวเหมือนลูกสะใภ้คนหนึ่ง อยู่กันนานถึง 5 ปี ก็ได้เวลาที่เขาเดินมาบอกว่า เขาต้องเลือกและเขาไม่เลือกเรา” โตโกะเล่าด้วยรอยยิ้มเย็น

เฮิร์ตและจมดิ่งอยู่กับความทุกข์ระทม เป็นใครก็เป็นอย่างนี้เมื่อผู้ชายที่อยู่กันมา 5 ปี เดินมาขออนุญาตที่จะเดินจากไปมีคนอื่น คนที่เขาเลือกไม่ใช่เพศที่ 3 แต่เป็นผู้หญิง โตโกะบอกว่า หนูก็แมนพอ รถบ้าน หนูไม่เอาอะไรจากเขาเลย เดินออกจากบ้านมาตัวเปล่าๆ ระยะเวลา 5 ปีในชีวิตของเรามีค่าเท่ากับล้มละลาย เพราะไม่มีทรัพย์สินติดตัวแม้แต่บาทเดียว

“ตอนเดินออกมายืดอกออกมานะคะ แต่พออยู่คนเดียวร้องไห้เหมือนจะตาย เคยคิดจะฆ่าตัวตายอย่างน้อย 2 ครั้ง คิดวิธีฆ่า คิดวิธีตาย คิดท่าที่จะตาย แต่งหน้ายังไงคิดหมด คิดวนไปวนมา แต่แวบหนึ่งหน้าพ่อกับแม่ก็แวบเข้ามา เรายังไม่ได้ดูแลพ่อแม่ของเราเลย”

โตโกะตั้งหลักได้ออกหางานทำ ในที่สุดได้งานที่ฟลายนาว ช่วงแรกเป็นประชาสัมพันธ์ แต่ซีอีโอของที่นั่นเห็นว่าเธอมีศักยภาพ โดยเฉพาะเรื่องการดูแลลูกค้า โตโกะไม่ใช่กะเทยที่ดีแต่พูดเก่งหรือช่างเมาท์ แต่มีความเป็นผู้ใหญ่และมีความรู้ในงาน พูดภาษาต่างประเทศได้ สามารถดูแลลูกค้าวีไอพีได้

กตัญญู-รู้ตัวเป็นที่ตั้ง กฤษดา ชาวนาพูล

 

“เขาเห็นว่าเราไม่จริตจะก้านจนเกินพอดี เขาเห็นว่าเราแตกต่าง” โตโกะเล่า

ดูแลลูกค้าอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้โตโกะเจริญก้าวหน้าในอาชีพ ก่อนที่จะลาออกจากฟลายนาว โตโกะมีหน้าที่และรับผิดชอบลูกค้าระดับวีไอพีส่วนใหญ่ของฟลายนาว สาขาสยามพารากอน โดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างประเทศ ยุโรป ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง เป็นพนักงานที่ทุ่มเทมาก ถ้าลูกค้าต้องการเธอ เธอไปให้ได้แม้เป็นวันหยุด ก็รุดมาที่ร้าน ถือว่าให้บริการด้วยใจจริงๆ

แม้ชอบและภักดีต่อฟลายนาวมากแค่ไหน แต่วันหนึ่งก็เกิดเหตุที่ทำให้โตโกะต้องเลือกครั้งใหญ่ เมื่อบุพการีพ่อและแม่ป่วยพร้อมกัน พ่อเป็นโรคไต แม่เป็นอัมพาตครึ่งหลัง เพราะสะดุดล้ม กระดูกทับเส้นประสาท การไปโรงพยาบาลแต่ละครั้งคือเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ค่าใช้จ่ายทุกเดือนติดลบ ทำให้โตโกะเริ่มคิด ในที่สุดก็ต้องเลือก

“พ่อเป็นโรคไตขั้นที่ 5 ต้องฟอกไตแล้ว ต้องใช้เงิน ก็พอดีมีงานเสนอเข้ามาเป็นกระเป๋าหนังจระเข้แบรนด์ชั้นนำของไทย ตัดสินใจไป เพราะเราต้องใช้เงิน” โตโกะเล่า

สิ่งสำคัญมากที่สุดในชีวิตของโตโกะ ตอบได้ทันทีว่าคือพ่อแม่ บุพการีทั้งสองที่เป็นเหนือยิ่งสิ่งใด ชีวิตช่วงนี้ก็ไปๆ มาๆ ดูแลพ่อแม่เป็นที่ตั้ง ทั้งร่างกายและจิตใจ อารมณ์ คนป่วยต้องการทั้งหมดแหละ เพียงแต่อาจจะเกรงใจไม่กล้าบอกลูก โตโกะบุกงานเต็มที่ในวันทำงาน โดยมีคุณน้าแท้ๆ มาช่วยดูแลช่วงกลางวัน

ชีวิตไม่ง่ายแต่ก็เป็นชีวิตของเธอ โตโกะบอกว่า ภูมิใจที่เกิดมาเป็นโตโกะ เป็นลูกของพ่อกับแม่ ที่วันนี้ได้ดูแลพ่อแม่ที่แก่เฒ่าและกำลังเจ็บไข้สังขาร กำลังใจมาจากบุพการีและความอดทน ซึ่งเป็นพื้นฐานนิสัยเดิม เหนื่อยแต่ไม่ท้อ ผ่านมาถึงวันนี้หวังว่าพ่อจะได้เห็นในสิ่งที่พ่ออยากเห็น คือโตเอาตัวรอดได้ ไม่ได้รอดคนเดียว แต่นำพาพ่อกับแม่ให้รอดด้วย คำมั่นสัญญาที่ให้พ่อนำทางเธอมา

“เพศสภาพเป็นเรื่องรอง ชีวิตเราไม่ได้อยากโดดเด่น ไม่ได้อยากเป็นดาวเป็นดารา ขอแค่มีชีวิตที่ดีได้ดูแลพ่อแม่ของเรา เราขอแค่นี้ ชีวิตเราไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ หรือต้องแก่นกล้าสามารถให้ใครเห็นให้ใครยอมรับ เรายอมรับตัวเองได้ เราโอเคแล้ว”

ข่าวล่าสุด

‘พริษฐ์’ เปิด 4 เหตุผลพยานกลับคำ คดีโกงสว. ขาดความน่าเชื่อถือ จี้ กกต. ส่งศาล

‘พริษฐ์’ เปิด 4 เหตุผลพยานกลับคำ คดีโกงสว. ขาดความน่าเชื่อถือ จี้ กกต. ส่งศาล