
กังหัน ดับฝัน แซมบา 2-1
บราซิล ไปไม่ถึงฝันคว้าแชมป์สมัยที่ 6 หลังถูก เนเธอร์แลนด์ แซงชนะ 2-1 ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2 ครั้งติด
บราซิล ไปไม่ถึงฝันคว้าแชมป์สมัยที่ 6 หลังถูก เนเธอร์แลนด์ แซงชนะ 2-1 ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2 ครั้งติด
ฟุตบอลโลกรอบก่อนรองชนะเลิศนัดแรกที่เนลสัน แมนเดลา เบย์ สเตเดียม เมื่อวานนี้ บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย ได้ เฟลิเป เมโล หายเจ็บกลับมาลงเป็นตัวจริงแทน รามิเรส ขณะที่ “กังหันสีส้ม” เนเธอร์แลนด์ โชคร้าย โยริส มาไธจ์เซน ได้รับบาดเจ็บระหว่างวอร์มอัพ ต้องเปลี่ยน อังเดร ออยเยอร์ ซึ่งยังไม่เคยลงสนามเลยในทัวร์นาเมนต์ ลงมายืนเซนเตอร์คู่กับ ไฮติงกา แทน
บราซิล เกือบได้เฮหลังเปิดฉากได้เพียงแค่ 7 นาที เมื่อ หลุยส์ ฟาเบียโน จ่ายบอลไปทางริมเส้นฝั่งซ้ายให้ ดานี อัลเวส เปิดต่อมาให้ โรบินโญ แปเข้าไปง่ายๆ แต่ผู้ตัดสินไม่ให้เป็นประตู เนื่องจาก อัลเวส อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
อย่างไรก็ตามอีก 3 นาทีถัดมา แชมป์โลก 5 สมัย ก็ได้ประตูขึ้นนำสำเร็จ จากจังหวะ เฟลิเป เมโล จ่ายบอลทะลุช่องให้ โรบินโญ ยิงตามน้ำผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างสวยงาม
เนเธอร์แลนด์ เขี่ยบอลกลางสนามและบุกขึ้นมาทันที ก่อนที่เดิร์ก เคาต์ จะได้บอลทางริมเส้นฝั่งซ้าย และยิงใส่เสาแรก แต่ เซซาร์ ผู้รักษาประตูของบราซิล ปัดออกไปได้
หลังจากนั้น เกมเริ่มมีการทำฟาว์ลเพื่อตัดเกมมากขึ้น จนผู้ตัดสินต้องควักใบเหลืองแรกของเกมให้ ไฮติงกา ที่ทำฟาวล์ ฟาเบียโน แต่ อัลเวส ยิงฟรีคิกไม่เข้ากรอบ
เข้าสู่นาที 16 เคาต์ ตัดบอลทางริมเส้นฝั่งซ้าย และเลี้ยงไปเส้นหลังก่อนจะเปิดเข้ามากลางประตู แต่ซิลวา เคลียร์ออกมาได้ บอลไปเข้าทาง ฟาน บอมเมล ยิงไปติดบล็อก ฮวน
ผ่านไปครึ่งทางของครึ่งแรก ดัตช์ พยายามทำเกมบุกเพื่อหวังทวงประตูคืนโดยเร็ว แต่จังหวะสุดท้ายก็กองหลังบราซิลดักไว้ได้ดี ขณะที่แซมบา บุกน้อยกว่า แต่ทำได้หวาดเสียวกว่า โดยในนาที 33 ผู้เล่นดัตช์ 2 คนหยุด โรบินโญ ไม่อยู่ ก่อนนักเตะแซมบาส่งบอลให้ ฟาเบียโน ตอกส้นให้ กากา ยิงไปเสาสอง แต่โชคดีที่ สเทเคเลนเบิร์ก ลอยตัวปัดออกไปได้ทัน
3 นาทีถัดมา เนเธอร์แลนด์ ได้ลุ้นบ้างจากลูกฟรีคิกระยะไกล แต่ ชไนจ์เดอร์ ยิงไปเข้าซองของ เซซาร์ รับไม่มีกระฉอก
ช่วงท้ายครึ่งแรก ยังเป็นบราซิล ที่สร้างโอกาสได้ดีกว่า เมื่อ อัลเวส ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ และจ่ายมาให้ ไมคอน ยิงเสาแรกติดปลายมือของผู้รักษาประตู แต่ผู้ตัดสินให้เป็นลูกตั้งเตะ จบครึ่งแรก บราซิล นำ 1-0
เริ่มต้นครึ่งหลังมาได้ 8 นาที ฮอลแลนด์ ก็ได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็ว เมื่อ ร็อบเบน ซึ่งถูกบาสตอส ที่มีใบเหลืองอยู่แล้ว ทำฟาวล์ในจังหวะก่อนหน้า คืนบอลมาให้ ชไนจ์เดอร์ เปิดบอลไปหน้าประตู เซซาร์ ออกมาตัดบอลไม่ถึง และบอลโดนศรีษะ เฟลิเป เมโล เข้าประตูตัวเอง
หลังจากได้ประตูคืน เนเธอร์แลนด์ เริ่มบุกได้มากขึ้นเรื่อยๆ และในนาที 68 พวกเขาได้เตะมุม และ ร็อบเบน รับหน้าที่เปิดเข้ามา เคาต์ ที่อยู่เสาแรก โหม่งเสยมาให้ ชไนจ์เดอร์ โหม่งต่อเป็นประตูให้ทีมแซงนำ 2-1 และเป็นประตูที่ 3 ของตัวเองในทัวร์นาเมนต์นี้
นาที 74 สถานการณ์ของบราซิล ยิ่งแย่ลงไปอีก เมื่อ เฟลิเป เมโล โดนใบแดงหลังไปย่ำใส่ ร็อบเบน ซึ่งเรียกฟาวล์บริเวณขอบเขตโทษบราซิลได้อีกในนาทีถัดมา และชไนจ์เดอร์ เปิดฟรีคิกเข้ามา เซซาร์ ปัดออกมาได้
ช่วง 13 นาทีสุดท้าย บราซิล ส่ง นิลมาร์ ที่มีความสดลงมาแทน ฟาเบียโน ที่เล่นไม่ออก แต่ก็ไม่ช่วยให้เกมดีขึ้น ตรงกันข้ามกลับเป็น ฮอลแลนด์ ที่มีโอกาสหนีเป็น 3-1 ในอีก 3 นาทีถัดมา หลัง ฟาน เพอร์ซี หาจังหวะยิงไปไม่ได้ ชไนจ์เดอร์ วิ่งมายิงไปติดมือของ เซซาร์
ก่อนหมดเวลา 1 นาที บราซิล ได้ฟรีคิกระยะหวังผลได้ แต่อัลเวส ยิงไปติดกำแพง และในช่วงต่อเวลา ฮอลแลนด์ มีโอกาสยิงเพิ่มได้อีก แต่ถูกตัดในจังหวะสุดท้ายตลอด จบเกม เนเธอร์แลนด์ ชนะ 2-1 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปรอพบผู้ชนะระหว่าง กานา กับ อุรุกวัย
รายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีม
เนเธอร์แลนด์ : มาร์เทน สเทเคเลนเบิร์ก, เกรกอรี ฟาน เดอร์ วีล, จอห์น ไฮติงกา, อังเดร ออยเยอร์, โจวานนี ฟาน บรองก์ฮอร์ส, เดิร์ก เคาต์, มาร์ก ฟาน บอมเมล, เวสลีย์ สไนจ์เดอร์, ไนเจล เดอ ยอง, อาร์เยน ร็อบเบน, โรบิน ฟาน เพอร์ซี (ฮุนเตลาร์ น. 85)
บราซิล : ฮูลิโอ เซซาร์, ไมคอน, ลูซิโอ, ฮวน, มิเชล บาสตอส (กิลแบร์โต เมโล น.62), เฟลิเป เมโล, กิลแบร์โต ซิลวา, ดานี อัลเวส, กากา, โรบินโญ, หลุยส์ ฟาเบียโน (นิลมาร์ น.77)
ผู้ตัดสิน : ยูอิชิ นิชิมูระ (ญี่ปุ่น)







