
เทคโนโลยี ‘รักษ์โลก’ รู้ทันอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า
โลกที่วิ่งไว อาชญากรรมข้ามชาติด้านสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่าก็ได้พัฒนาตัวเองอย่างเร็วรี่
โดย...พริบพันดาว
โลกที่วิ่งไว อาชญากรรมข้ามชาติด้านสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่าก็ได้พัฒนาตัวเองอย่างเร็วรี่ วิธีการที่จะป้องกันดีที่สุดก็คือ การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเข้าต่อกร
สำหรับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน ป่าไม้และการใช้ผืนดินอย่างยั่งยืน ความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การพัฒนาที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือผู้ตกเป็นเหยื่อจากกระบวนการค้ามนุษย์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการประมง และการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กำลังถูกท้าทายในการที่จะก้าวข้ามผ่านและพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยมีตัวช่วยคือ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะมาเกื้อหนุนให้มีการทำงานที่สะดวกสบายเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและส่งประสิทธิผลที่มากที่สุด
แน่นอน ความร่วมมือกันระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะยากยิ่งนักที่ประเทศใดประเทศหนึ่งหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งจะมีศักยภาพครอบคลุมในการต่อกรกับบรรดาอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
มาดูความคืบหน้าของเทคโนโลยีล่าสุดของความร่วมมือเหล่านี้กันว่าไปถึงไหน และในเมืองไทยมีความตื่นตัวอย่างไร?
แอพต่อต้านอาชญากรรมการค้าสัตว์ป่า
การค้าสัตว์ป่านั้นเป็นประเด็นปัญหาใหญ่ที่ขับเคลื่อนโดยกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่มีรายได้ราวๆ 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 57 หมื่นล้านบาท) จากการค้างาช้าง นอแรด ตัวนิ่ม เสือ และสัตว์ป่าอื่นๆ ในปี 2549 มีแรดถูกล่า 10 ตัว แต่ในปี 2557 เพียงแปดปีให้หลัง ประมาณกันว่ามีแรดกว่า 1,000 ตัวที่ถูกล่าเพื่อเอานอ โดยปัจจุบันนี้น่าจะมีแรดเหลือน้อยกว่า 3 หมื่นตัวทั่วโลก
ในทำนองเดียวกัน ข้อมูลจากเครือข่ายการสำรวจตรวจสอบการค้าสัตว์ป่า Traffic พบว่า ในกรุงเทพฯ มีผู้ค้าปลีกงาช้างเพิ่มขึ้นถึง 94% และมีงาช้างในตลาดเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าจากปี 2556 ทั้งนี้ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้สะสมงาช้างชาวไทยกว่า 2.2 หมื่นคน ที่รายงานการครอบครองงาช้างกว่า 150 ตัน ต่อทางการไทย
ช้างกว่า 3.5-5 หมื่นเชือก ถูกล่าในแต่ละปี และมีอัตราเร่งสูงขึ้น 8% ต่อปี ราคาขายงาช้างอยู่ที่ 1,000 เหรียญสหรัฐ/ปอนด์ (ประมาณ 3 หมื่นบาท/450 กรัม) และนอแรดอยู่ที่ 3 หมื่นเหรียญสหรัฐ/ปอนด์ (ประมาณ 9 แสนบาท/450 กรัม) โดยมีตลาดใหญ่อยู่ในเอเชีย เนื่องจากภูมิภาคนี้มีความมั่งคั่งขึ้นและมีความต้องการสองสิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะและความเชื่อทางศาสนาและในวงการแพทย์พื้นบ้าน โดยช้างหนึ่งเชือกถูกฆ่าตายทุกๆ 15 นาที เนื่องจากความต้องการงาช้าง โดยจากการสำรวจของกองทุนสัตว์ป่าโลก ปัจจุบันนี้มีช้างเหลือน้อยกว่า 7.25 แสนเชือกทั่วโลก ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมป่าไม้ ประเทศไทยมีช้างเหลือเพียง 2,500 เชือกในป่า
ผู้เชี่ยวชาญประมาณการว่ามีเสือมากกว่า 500 ตัวที่ถูกฆ่าทุกปี ในประเทศไทย จากการสำรวจของกรมป่าไม้ในปี 2555 พบว่ามีเสือเหลือเพียง 250 ตัว กระทิง 900 ตัว วัวแดง 500 ตัว และจระเข้ 10 ตัว มีการประมาณไว้ว่าฉลามจำนวน 100 ล้านตัวทั่วโลก ถูกฆ่าทุกปีเพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการนำไปทำเป็นซุปหูฉลาม ซึ่งนั่นเท่ากับว่าฉลามกว่า 1.9 ล้านตัวถูกฆ่าในทุกๆ สัปดาห์
ในการประชุมอนุสัญญาไซเตสครั้งล่าสุดที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ปลาฉลามห้าสายพันธุ์ได้รับการเพิ่มเข้าไปอยู่ในบัญชีรายชื่อสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์
โรคติดต่อหลายๆ โรคมีความสัมพันธ์กับการค้าและบริโภคสัตว์ป่า เช่น โรคไข้หวัดมรณะซาร์สที่ระบาดในช่วงปี 2545-2547 เป็นต้นที่สร้างความเสียหายแก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โรคอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกเมื่อเร็วๆ นี้ก็คาดว่าเป็นการระบาดจากสัตว์มาสู่คนจากการบริโภคเนื้อสัตว์ป่า ทั้งนี้มีโรคระบาดใหม่เกิดขึ้นทุกแปดเดือน โดยสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น ตัวนิ่ม ค้างคาว และกลุ่มสัตว์ในตระกูลเดียวกับหนูมีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายในชนบทของประเทศลุ่มแม่น้ำโขง
องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) สำนักงานภาคพื้นเอเชีย ซึ่งทำงานใกล้ชิดร่วมกับรัฐบาลต่างๆ ภาคประชาสังคมและองค์การระหว่างประเทศในการแก้ปัญหาการค้าสัตว์ป่า ซึ่งรวมถึงโครงการ Asia Regional Response to Endangered Species Trafficking ซึ่งทำงานเพื่อลดความต้องการบริโภคสัตว์ป่า และเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมาย ความร่วมมือในภูมิภาคและการสร้างเครือข่ายต่อต้านการค้าสัตว์ป่า ซึ่งเป็นตัวกลางในการที่จะนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความเป็นหุ้นส่วนในยุทธศาสตร์การพัฒนาระยะยาว และทำงานเพื่อผสานความคิดและนวัตกรรมล่าสุดในโครงการต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเทศไทยโดยตรง ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายการพัฒนาในการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “Wildscan” ในประเทศไทยเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่ผ่านมา (2557) และในเวียดนามในปีนี้
แอพพลิเคชั่น “Wildscan” มีฟังก์ชั่นระบุประเภทสัตว์ที่มีลักษณะเฉพาะ รูปภาพที่มีความละเอียดสูงและข้อมูลสำคัญของสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์และผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าผิดกฎหมายกว่า 300 ชนิด ที่มักมีการลักลอบขนส่งทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการอภิบาลสัตว์ป่าและมีระบบที่ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นสามารถช่วยรายงานการลักลอบค้าสัตว์ป่าได้อย่างง่ายๆ ได้รับการออกแบบให้หน่วยงานการบังคับใช้กฎหมายปกป้องสัตว์ป่าและประชาชนทั่วไปสามารถระบุ รายงาน และจัดการสัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าที่จับกุมได้ โดยไม่ต้องพกหนังสืออ้างอิงเล่มใหญ่
ล่าสุด USAID ได้เปิดตัวการแข่งขัน Wildlife Crime Tech Challenge เพื่อต่อต้านการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย โดยความร่วมมือระหว่าง USAID สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สถาบันสมิธโซเนียน และเครือข่ายการสำรวจตรวจสอบการค้าสัตว์ป่า Traffic ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามของ USAID ในการสนับสนุนการดำเนินแผนงานของประธานาธิบดีเพื่อยุทธศาสตร์แห่งชาติในการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2557
ไมเคิล เยทส์ ผู้อำนวยการ USAID สำนักงานภาคพื้นเอเชีย บอกว่า ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้และทั่วโลก USAID กำลังมองหานวัตกรรม ข้อมูล ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ดียิ่งขึ้นในการอนุรักษ์และจัดการสิ่งแวดล้อมที่พวกเรามุ่งมั่นให้เกิดผล
“การแข่งขัน Wildlife Crime Tech Challenge มาได้จังหวะที่เราเรียกร้องการต่อต้านการล่าและค้าสัตว์ป่าอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยให้เราใช้ความคิดและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ เพื่อหาหนทางที่จะช่วยผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากการค้าที่ผิดกฎหมายนี้”
ผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมเพื่อช่วยกันต่อต้านอาชญากรรมการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย (ทั้งสัตว์น้ำและสัตว์บก) ผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็นเงินทุนสูงสุดถึง 5 แสนเหรียญสหรัฐ และได้รับความช่วยเหลือเชิงเทคนิคและโอกาสในการสร้างเครือข่ายสายสัมพันธ์กับหน่วยงานหรือองค์กรอื่นๆ เพื่อขยายผลเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อให้ทันกับการค้าสัตว์ป่าที่มีความรุนแรง รวดเร็วและซับซ้อนยิ่งขึ้นทุกวัน การแข่งขันครั้งนี้จะประกอบด้วยการเปิดกว้างทางการแข่งขันให้เป็นสามรอบเพื่อค้นหาความคิดที่น่าจะเป็นไปได้และสร้างสรรค์ที่สุด การสร้างการมีส่วนร่วมของนักพัฒนาเทคโนโลยีที่เปี่ยมด้วยความสามารถจากทั่วโลกและจากทุกสาขาความเชี่ยวชาญ และการให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคและการสร้างเครือข่ายสายสัมพันธ์เพื่อให้ผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบพัฒนาผลงานของตัวเองต่อไปได้ ซึ่งผลงานทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยีที่นำเสนอจะช่วยแก้ปัญหาได้ทันที คือ 1.การค้นหาเส้นทางการล่าสัตว์ป่า 2.การทำให้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เข้มแข็งขึ้น 3.การลดความต้องการบริโภคสัตว์ป่า และ 4.การจัดการปัญหาคอร์รัปชั่น
แอพพลิเคชั่นโครงการ Imagine Cup Thailand
พลังของคนรุ่นใหม่ที่จะสืบสานเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการสู้รบปรบมือและแจ้งเบาะแสของผู้ที่กระทำผิดกฎหมายในทางสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า โครงการ Imagine Cup Thailand เป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนตรงนั้น โดย USAID ร่วมมือกับ Microsoft ในการส่งเสริมการแข่งขัน ซึ่งเป็นการแข่งขันชั้นแนวหน้าสำหรับระดับนักศึกษาด้านเทคโนโลยี
การแข่งขันระดับโลกที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ใช้จินตนาการและความรู้ ในการออกแบบและพัฒนาแอพพลิเคชั่น สำหรับประเภท World Citizenship เปิดโอกาสให้ออกแบบผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์เพื่อสังคม ซึ่งทีมที่น่าจับตามองก็คือ ทีม Lens ที่ได้รับรางวัลพิเศษจากองค์การ USAID และยังได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ในประเทศไทย เป็นทีมของนิสิตนักศึกษาที่มาจากหลายมหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีปทุม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ร่วมกันพัฒนาแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ชื่อว่า “Len Nam” (เล่นน้ำ) เพื่อให้ชาวประมงสามารถติดตามข้อมูลและการแจ้งเตือนเกี่ยวกับคุณภาพของน้ำที่น่าเชื่อถือและตามเวลาจริง
แอพพลิเคชั่นนี้จะช่วยให้ชาวประมงที่เลี้ยงปลาสามารถปรับปรุงการจัดการฟาร์มปลาของตนให้ดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แอพพลิเคชั่นนี้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีเซ็นเซอร์ นับเป็นระบบที่คุ้มทุนและมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีการตรวจสอบคุณภาพน้ำแบบดั้งเดิม
อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ดับเบิลยู. แพทริค เมอร์ฟี ซึ่งไปร่วมงาน Imagine Cup รอบสุดท้าย ได้กล่าวในงานว่า น่าตื่นเต้นมากที่เห็นนิสิตนักศึกษาพัฒนาระบบประยุกต์ด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านการพัฒนาที่สำคัญ
“นิสิตนักศึกษาไทยที่ชนะรางวัล Students with Solutions เป็นผู้ประกอบการทางสังคมรุ่นใหม่ที่มีเจตนารมณ์แรงกล้าที่จะช่วยต่อสู้ความยากจน และช่วยเหลือประชาชนให้มีอาชีพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราหวังว่านิสิตนักศึกษากลุ่มนี้จะพัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จครั้งนี้ทั้งในไทยและภูมิภาค รวมถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือกับบุคคลต่างๆ ที่ได้รู้จักตลอดการแข่งขัน Imagine Cup นี้”
สำหรับทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศของการแข่งขันประเภท World Citizenship คือ ทีม Visionear จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จากผลงานพัฒนาอุปกรณ์สำหรับสวมใส่ที่ติดตั้งกล้องพร้อมการเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์เพื่อช่วยผู้พิการทางสายตาแยกแยะผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น อาหารสำเร็จรูปในบรรจุภัณฑ์รูปแบบคล้ายคลึงกันที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต
ส่วนทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง คือ ทีม JAMZ จากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นำเสนอแอพพลิเคชั่น “PraYard” ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานบริหารจัดการการใช้พลังงานในครัวเรือนได้ดียิ่งขึ้น โดยแสดงอินโฟกราฟิกส์และข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้า พร้อมทั้งมีการควบคุมสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า
ฮาเรซ คูบจันดานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) บอกในการแข่งขันครั้งนั้นว่า โครงการ Imagine Cup เป็นอีกหนึ่งโครงการหลักที่จัดขึ้นเพื่อนำเทคโนโลยีมาสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับโลกของเรา ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการช่วยให้คนไทย 70 ล้านคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือ “Make 70 Million Lives Better” ผ่านการพัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่ให้ได้มีโอกาสที่ดีขึ้นและนำเทคโนโลยีมาช่วยในการพัฒนาการศึกษา
แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ส่งเข้าร่วมการแข่งขันอาจจะกลายเป็นไอเดียที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมไอที ช่วยแก้ไขปัญหาระดับโลก หรือกลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในอนาคตได้ การแข่งขัน Imagine Cup มีระยะเวลาการแข่งขัน 1 ปี โดยการแข่งขันในรอบสุดท้ายซึ่งเป็นรอบ World Finals จะจัดขึ้นที่เมืองซีแอตเติล สหรัฐ ในเดือน ก.ค.นี้
จากความเชื่อที่ว่า เทคโนโลยีสามารถทำให้โลกดีขึ้นได้ และแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบในระดับโลก แอพพลิเคชั่น “รักษ์โลก” ของคนไทยและจากความร่วมมือในระดับนานาชาติจึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง







