
เมืองที่จัดสรรเฉพาะบ้าน
ช่วง 1-2 เดือนมานี้ ผมไปกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่ไหนก็ไม่อร่อยเลยครับ
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ช่วง 1-2 เดือนมานี้ ผมไปกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่ไหนก็ไม่อร่อยเลยครับ
ใช่ครับ รสชาติต้มยำที่ควรจะทั้งเผ็ดทั้งเปรี้ยว กลับไม่ได้เปรี้ยวอย่างแท้จริง ร้านค้าทั้งหลายต่าง “กั๊ก” มะนาว เพราะมะนาวมีราคาแพง บางช่วงราคาลูกละเกิน 10 บาท
จะว่าเห็นใจก็เห็นใจ แต่กับบางร้านก็รู้สึกว่า ไม่สมควรเห็นใจเลย เพราะตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ราคาต่อชามก็แพงอยู่แล้ว แต่ยังไม่ใส่มะนาวให้อยู่ดี
จริงๆ ยุคนี้ไม่ใช่แค่มะนาวที่มีราคาแพง พืชผลทางการเกษตรอีกหลายชนิดก็มีราคาแพงเช่นกัน มองกันผิวเผินน่าจะดีใจกับเกษตรกรชาวไร่ชาวสวนทั้งหลายที่ราคาพืชผลทางการเกษตรดีขึ้น
อย่างไรก็ดี หากมองให้ลึกลงไป ราคาพืชผลทางการเกษตรที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ไม่ได้ส่งผลดีต่อเกษตรกรเท่าที่ควร เพราะราคาที่สูงขึ้น เกิดจากเกษตรกรมีจำนวนน้อยลง พื้นที่ปลูกน้อยลง และจำนวนผลผลิตก็น้อยลงตามไปด้วย
ยกตัวอย่างสินค้าชนิดหนึ่งที่หลายท่านคงเห็นความเปลี่ยนแปลงเช่นกันนั่นคือ ส้มครับ สมัยก่อนเราจะรู้สึกว่าส้มเป็นผลไม้สามัญประจำบ้าน เพราะเป็นผลไม้ราคาไม่แพง กิโลกรัมละไม่กี่สิบบาท คนไทยเชื้อสายจีนจะซื้อไหว้เจ้า คนไทยดั้งเดิมจะซื้อฝากเพื่อนบ้านรั้วรอบขอบชิด ก็ไม่ลำบากอะไร
แต่ปัจจุบันบางช่วงของปีราคาขยับไปแตะกิโลกรัมละ 150-160 บาท
สมัยก่อนย่านบางมดมีส้มปลูกมากมาย จนกลายเป็นของขึ้นชื่อประจำย่าน เรียกว่า “ส้มบางมด” ต่อมากลุ่มนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เห็นโอกาสความเจริญของย่านนี้ ก็เข้ามากว้านซื้อที่ดินไปทำ “หมู่บ้านจัดสรร” ส้มบางมดที่เคยมีคนปลูกกันเยอะแยะก็ค่อยๆ หายไป ย้ายไปปลูกกันแถวรังสิต จนกลายเป็น “ส้มรังสิต” แทน
ล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เห็นโอกาสความเจริญของย่านรังสิตอีก จึงเข้ามากว้านซื้อที่ดินไปทำหมู่บ้านจัดสรรอีกเช่นเคย ส้มรังสิตเองก็ค่อยๆ หายไป
ภายใต้ยุคที่เมืองใหญ่ขึ้น เราจัดสรรเฉพาะ “บ้าน” ให้คนไปอยู่ไกลๆ ใจกลางเมือง พร้อมกับเลิกจัดสรรพื้นที่ให้สินค้าเกษตรทั้งหลาย ผลคือบ้านก็อยู่ไกล แถมของกินพื้นฐานก็ยังแพงหูตาจมูกปากแทบจะฉีกกันไปหมด
ร้ายไปกว่านั้น ภายใต้ยุคที่เมืองจัดสรรเฉพาะบ้าน ชาวเมืองใหญ่สอนลูกหลานให้รู้จัก “แบ่งปัน” น้อยลง แต่สอนให้รู้จัก “กำไร” มากขึ้น
ตอนนี้ภาคแรงงานเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 360 บาท แต่ผมมองไม่ออกเลยครับว่า ต่อให้ปรับเป็น 360 บาท แล้วพวกเขาจะอยู่ได้อย่างไร เพราะท้ายที่สุดราคาสินค้าทุกอย่างก็จะแห่กันขึ้นอย่างรวดเร็ว สนอง “กำไร” ที่คนเมืองใหญ่พร่ำสอนให้ตามกระแสทุนนิยม
นอกจากจะมีบ้านจัดสรรแล้ว เมืองใหญ่ควรจะมี “ค่าครองชีพจัดสรร” หรือ “ราคาสินค้าจัดสรร” ควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้คนเมืองทุกระดับมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ที่สำคัญ นอกจากอดีตจะมีโครงการบ้านจัดสรร ชื่อโครงการ “บ้านเอื้ออาทร”แล้ว บางทีเราอาจต้องมีโครงการคนเมืองจัดสรร ชื่อโครงการ “คนเมืองเอื้ออาทร”ควบคู่กันไปด้วย
ก่อนที่จิตใจของคนเมืองจะย่ำแย่ไปกว่านี้







