
ไม่แซงคิว... ได้มั้ย
สวัสดีค่ะ ช่วงนี้เรามีโอกาสบินไปทำงานที่ญี่ปุ่นหลายครั้ง ทั้งด้วยงานพิธีกรและงานนิตยสาร ถึงจะเป็นญี่ปุ่นประเทศเดิม
โดย...วรจรรย์ แสงเงิน
สวัสดีค่ะ ช่วงนี้เรามีโอกาสบินไปทำงานที่ญี่ปุ่นหลายครั้ง ทั้งด้วยงานพิธีกรและงานนิตยสาร ถึงจะเป็นญี่ปุ่นประเทศเดิม แต่การไปทุกครั้งก็ทำให้ได้มุมมองและประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มตลอด
ทริปล่าสุด ปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เราได้ไปทำงานเกี่ยวกับรายการโทรทัศน์ที่จังหวัดโอคายาม่า ซึ่งต้องไปลงที่สนามบินคันไซ เราเดินทางด้วยสายการบินที่ต้องขึ้นและลงเครื่องที่ดอนเมือง โดยเดินทางคนเดียว เพราะทีมงานล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ถึงจะไม่ค่อยชินกับสนามบินดอนเมืองและสายการบินนี้ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเดินทางคนเดียวบ่อยแล้ว
ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่นดี จนกระทั่งเข้าไปต่อแถวตรวจเอกสารออกนอกประเทศ นักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติต่อแถวยาวหลายแถว เราจึงเดินเข้าไปต่อด้วย สักพักมีแก๊งป้าชาวจีน 4-5 คน เดินเข้ามาเบียดเราจากด้านข้างจนเรากระเด็นหลุดจากแถว!!!
อึ้งเลยค่ะ เคยเจอคนแซงคิวมาก็หลายที แต่ไม่เคยเจอที่ใช้กำลังรุนแรงขนาดนี้ แถมยังมาเป็นหมู่คณะอีก
แต่เรามาคนเดียว ฝ่ายโน้นก็ส่งเสียงโช้งเช้งตลอดเวลา ป่วยการที่จะทวงสิทธิของตัวเอง จึงเดินออกไปหาแถวอื่นดีกว่า มีน้องพนักงานสนามบิน น่าจะน้องฝึกงาน เพราะใส่ชุดนักศึกษาเดินเข้ามาถาม “พี่คนไทยรึเปล่าคะ” เรา “ใช่ค่ะ หาแถวต่ออยู่ ตะกี้โดนแก๊งป้าคนจีนดันออกมาจากแถว” น้อง “พี่ตามหนูมานี่เลยค่ะ” แล้วน้องก็เดินนำไปที่แถวริมสุด ที่มีพี่ผู้หญิงใส่ชุดราชการยืนอยู่ เหนือแถวเขียนว่า “คนไทย” แต่มีชาวต่างชาติยืนต่ออยู่ 2-3 คน ในขณะที่แถวข้างๆ มีนักท่องเที่ยวจีนยืนจดๆ จ้องๆ อยู่เป็นแถวยาว
เรา “นี่แถวคนไทยเหรอคะพี่ เห็นมีต่างชาติมาต่อด้วย”
พี่พนักงาน “ใช่จ้ะ แต่คนไทยน้อยกว่า เลยเปิดให้ต่างชาติบางส่วนมาต่อได้ทีละนิด พี่เลยต้องคอยมายืนคุมคิว ไม่งั้นก็เข้ามาแซงกันอีก”
ถึงขนาดต้องมีคนมายืนคุมแถว กันไม่ให้แซงคิวกันเลยเหรอเนี่ย...
จากประสบการณ์ที่เคยเดินทางไปประเทศต่างๆ ในเอเชีย ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่แทบไม่มีปัญหาเรื่องการต่อแถวเลย ไม่ว่าจะซื้อของ, ขึ้นรถ หรือติดต่อบริการอะไรก็ตาม ทุกคนต่อคิวกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องมีป้ายบอก ไม่ต้องมีคนยืนคุม
ทำไมล่ะ? เพราะชาวญี่ปุ่นได้รับการสอนมาตั้งแต่ยังเด็ก ว่าการจะอยู่ในสังคมต้องมีระเบียบ ต้องทำตามกฎ และที่สำคัญ “อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน”
ถ้าเป็นการซื้อของ ไม่ว่าจะเป็นราเม็งเจ้าดัง, ขนมปังร้านที่เพิ่งออกทีวี หรืองานเซลส์ประจำปีที่ลดมากกว่า 80% หรือร้านอาหารธรรมดาในช่วงพักเที่ยงก็ตาม ยิ่งมีคนรอซื้อมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้รู้สึกว่า
สินค้านั้นๆ มีคุณค่า ควรแก่การเสียเวลาในการรอต่อแถว
หลายคนคงจำได้ว่าตอนที่ญี่ปุ่นเกิดเหตุแผ่นดินไหวสึนามิที่โทโฮคุ เมื่อปี 2011 ภาพผู้ประสบภัยชาวญี่ปุ่นต่อแถวรับอาหาร, ต่อแถวขอรับความช่วยเหลือ ออกมาให้เห็นทางสื่อทั่วโลก ถึงจะอยู่ในสถานการณ์ที่หนักหนาสาหัสแค่ไหน บ้านก็ไม่มีจะอยู่ ไม่มีทรัพย์สินอะไรติดตัวเลย ญาติพี่น้องก็ยังหากันไม่เจอ แต่ความมีระเบียบนี้ก็ยังฝังอยู่ในสายเลือดของชาวญี่ปุ่น
ไม่จำเป็นต้องมีคนมาควบคุม ไม่ต้องมีป้ายมาบังคับ ทุกคนทำเพราะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง
การที่จะให้ทุกคนเปลี่ยนนั้นมันยาก แต่เราสามารถเริ่มต้นได้ที่ตัวเราเอง
ทุกคนรู้ดีว่าการแซงคิวเป็นสิ่งไม่ดี เมื่อรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรไม่ควร ก็อย่าเข้าข้างตัวเอง อย่าเอาคำว่า “ไม่เป็นไร” มาเป็นข้ออ้าง เพื่อให้ตัวเองเบียดเบียนคนอื่น
เคารพสิทธิของคนอื่น อย่าเอาเปรียบใคร เอาใจเขามาใส่ใจเรา เวลาของทุกคนมีค่าเหมือนกัน อย่าเอาข้ออ้าง “ฉันรีบ” “แค่คนเดียวเอง” “หน่อยเดียวเอง” มาใช้ เพราะมันเป็นพฤติกรรมที่ไม่น่ารักเลย
ไม่จำกัดว่าต้องเป็นที่ประเทศไหน
เรามาร่วมมือกัน ทำให้ปัญหาแซงคิวลดลงเถอะค่ะ!
เกี่ยวกับผู้เขียน
วรจรรย์ แสงเงิน (เหมียว/ เรโกะ) บรรณาธิการนิตยสาร S Cawaii! Thailand edition ล่าม+นักแปลภาษาญี่ปุ่น มีผลงานพ็อกเกตบุ๊กมาแล้ว 2 เล่ม ตอนนี้เขียนคอลัมน์ภาษาญี่ปุ่นลงใน DACO Japan และเป็นพิธีกรงานอีเวนต์ต่างๆ รายการ Kimochiii ทางช่อง iHERETV YouTube รายการ Beauty Versus สวยสั่งได้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 11.45-12.00 น. ทางช่อง 7 เป็นวิทยากรเรื่องเกี่ยวกับการเรียนภาษาญี่ปุ่นและเรื่องแฟชั่นความสวยงาม ฯลฯ ติดตาม Facebook : Reiko.ws/ Instagram & Twitter : @reiko_ws







