
ภพปภา อารีรัตน์ หญิงไทยคนเดียวใน Skyscanner ชีวิตจริงเคียงโลกออนไลน์
เด็กจบใหม่ในยุคต้มยำกุ้งมีทางเลือกไม่มากนัก แต่เกรซ-ภพปภา อารีรัตน์ นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เด็กจบใหม่ในยุคต้มยำกุ้งมีทางเลือกไม่มากนัก แต่เกรซ-ภพปภา อารีรัตน์ นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองหาสื่อใหม่อย่างอินเทอร์เน็ต ทำให้ทุกวันนี้เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญในแวดวงดิจิทัล ปัจจุบันเป็นผู้จัดการพัฒนาตลาดประเทศไทยของสกายสแกนเนอร์ (Skyscanner) ซึ่งเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่ทำงานอยู่ที่ฮับประเทศสิงคโปร์
ชีวิตติดเทคโนโลยีของเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงานเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะการท่องเที่ยว
วางแผนเอง เที่ยวเอง
ก่อนเข้าเรื่อง ภพปภา เธอให้ข้อมูลสถิติที่น่าสนใจของผู้ใช้สกายสแกนเนอร์ทั้งทางเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นว่า ทุกวันนี้มีผู้ใช้จำนวนกว่า 35 ล้านคน/เดือน โดยพบว่าในปี2557 มีคนไทยใช้เพิ่มมากขึ้นร้อยละ 107 เมื่อเทียบกับปี2556 ในเวลาเดียวกัน ซึ่งภพปภาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
“ลักษณะตัวเองเป็นแบบฟรีแอนด์อีซี่ (free and easy) คือจะวางแผนเอง ไปเอง ทำตามใจเรามากที่สุด” อันดับแรกเธอจะหาแรงบันดาลใจว่าอยากไปเที่ยวไหนจุดไหนบ้าง โดยหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ท่องเที่ยว จากนั้นเลือกจุดหมายปลายทางโดยใช้งบประมาณเป็นตัวตั้ง เธอจะเลือกเสิร์ชแบบ “ทุกที่” ในเว็บไซต์สกายสแกนเนอร์ ภายใต้เงื่อนไขงบประมาณของตัวเอง ซึ่งระบบจะค้นหาสถานที่ที่สามารถไปได้ในงบที่กำหนด
เมื่อทราบจุดหมายปลายทางแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือหาตั๋วเครื่องบินและที่พัก “ตามปกติค่าตั๋วจะแพงกว่าที่พัก” เธอกล่าว “เพราะโรงแรมจะมีความหลากหลายกว่าตั้งแต่ห้าดาวจนถึงโฮสเทล” ดังนั้นเธอจะเข้าไปหาตั๋วเครื่องบินก่อนเป็นอย่างแรก จากนั้นจึงจองที่พัก
นอกจากนี้ เมื่อไปถึงที่หมายแล้วเธอจะซื้อซิมการ์ดที่มีโมบายบรอดแบนด์เพื่อที่จะได้มีอินเทอร์เน็ตใช้ระหว่างการเดินทาง “เวลาเที่ยวต้องอาศัยการเอาตัวรอดค่อนข้างสูง” เธอกล่าวทั้งดูแผนที่ที่เราปักหมุดไว้ ค้นหาข้อมูลใหม่ๆ เพราะเรื่องที่ผิดแผนมักเกิดขึ้นจนเป็นเรื่องปกติขณะเดินทาง
สถิติจำนวนผู้ใช้ทั่วโลกรวมถึงคนไทยที่เพิ่มมากขึ้นสามารถเชื่อมโยงได้ว่ามีนักท่องเที่ยววางแผนเที่ยวเองมากขึ้น ซึ่งพวกเขาต้องพึ่งพาเทคโนโลยีทั้งก่อนออกเดินทางจนถึงขณะเดินทาง สกายสแกนเนอร์ก็กำเนิดมาจากคนที่วางแผนเที่ยวเองเช่นกัน
ภพปภาเล่าจุดกำเนิดเมื่อ 14 ปีก่อน กาเร็ธ วิลเลี่ยมผู้ก่อตั้ง พบความยุ่งยากที่ต้องเปิดเว็บไซต์มากมายเพื่อค้นหาเที่ยวบินและเปรียบเทียบราคา เขาจึงเกิดไอเดียทำเว็บไซต์ที่เป็นเสิร์ชเอนจิ้นสำหรับสายการบินให้นักท่องเที่ยวได้เห็นทุกอย่างในเว็บไซต์ จนต่อมาได้ขยายข้อมูลไปยังโรงแรมและรถเช่า ซึ่งผู้ใช้สามารถจองผ่านบริษัทได้โดยตรงตามราคาจริงที่บริษัทนั้นขาย ทุกวันนี้สกาสแกนเนอร์กลายเป็นตัวช่วยของนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ค้นหาและจองทุกอย่างผ่านอินเทอร์เน็ต
ที่เที่ยวใหม่กำลังมา
มีรายงานตัวหนึ่งที่ทางสกายสแกนเนอร์ทำขึ้นชื่อว่า ทราเวล เทรนด์ (Travel Trend) หรือกระแสท่องเที่ยวใหม่ที่กำลังมาซึ่งภพปภาได้เผยข้อมูลให้ทราบว่า จุดหมายยอดนิยมของคนไทยยังคงเป็นญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ แต่ผลจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกมีหลายเมืองหลายประเทศที่เป็นจุดหมายใหม่ เช่น นิวแคลิโดเนีย (New Caledonia) ฟอร์ตลอเดอร์เดล (Fort Lauderdale) ในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา นิการากัว ภูฏาน บราซิล ไอซ์แลนด์ โอกินาวา และไทเป
ส่วนในประเทศไทย จังหวัดที่มีคนเสิร์ชหาข้อมูลมากที่สุดยังหนีไม่พ้นเชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมากอยู่แล้ว นอกจากนี้เมื่อปลายปี 2557 ภพปภาได้ริเริ่มโครงการเสน่ห์เมืองยิ้ม (Charming Land of Smile)เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาโหวตสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย
“คนทั่วโลกรู้จักประเทศไทยในชื่อแลนด์ ออฟ สมายล์”ผู้คิดโครงการกล่าว “หวังว่าโครงการนี้จะกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวไทยมากขึ้น รวมถึงได้สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ยกให้ปีนี้เป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย”
หัวข้อการโหวตแบ่งเป็น 5 ประเภท ซึ่งได้ผลโหวตมาแล้วได้แก่ จังหวัดยอดนิยมอันดับหนึ่งคือ เชียงใหม่ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติคือ เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ทางประวัติศาสตร์คือ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ทางวัฒนธรรมคือเทศกาลแห่เทียนพรรษา จ.อุบลราชธานี และด้านนันทนาการคือถนนคนเดิน จ.เชียงใหม่ โครงการนี้มีคนร่วมโหวตกว่าหมื่นคน และในเว็บไซต์ www.charminglandofsmile.com ยังได้รวบรวม 10 สถานที่ยอดฮิตในด้านต่างๆ ไว้ด้วย
หญิงไทยในสิงคโปร์
ภพปภาร่วมงานกับสกายสแกนเนอร์เข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว ซึ่งเธอเป็นคนไทยคนเดียวที่ทำงานในฮับประจำประเทศสิงคโปร์ ความท้าทายในองค์กรย่อมมีเป็นเรื่องธรรมดา แต่เธอก็สามารถรับมือได้
“บริษัทมีความหลากหลายด้านเชื้อชาติ มีประมาณ 40 เชื้อชาติในบริษัท” การทำงานของเธอจึงมีความท้าทายเรื่องการสื่อสาร ความเข้าใจซึ่งกันและกัน และความร่วมมือในการทำงาน แต่เธอได้พูดถึง “ค่านิยม” ของบริษัทที่เป็นแนวทางให้พนักงานปฏิบัติตาม ทั้งค่านิยมความร่วมมือเพื่อความสำเร็จ การทำตัวให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ เรียนรู้จากคนอื่นและสอนคนอื่นในเวลาเดียวกัน และการแชร์ทักษะต่างๆ ผ่านระบบคลาวด์ (Cloud System) ทำให้พนักงานทุกคนในบริษัทเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันได้ ซึ่งรวมถึงความรู้ทางด้านวัฒนธรรมที่ต้องทำความเข้าใจด้วย
โลกของภพปภา
หากเธอมีโลกของตัวเอง 1 ใบ เธออยากให้เป็นโลกที่คล้ายกับโลกเดิมแต่แอดวานซ์มากขึ้น “อยากให้ทุกอย่างมันเชื่อมต่อถึงกันหมด” เธอกล่าวถึงโลกในฝัน “เวลาอยากทำอะไร ค้นหาอะไร ก็สามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามบนโลกนี้” ปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้ผู้คนติดต่อสื่อสารกันอย่างไร้พรมแดน โลกใบที่เธอฝันถึงอาจจะเป็นจริงในอนาคตอันใกล้







