
ทำให้การหย่าร้างง่ายขึ้นสำหรับลูก
ใกล้เปิดเทอมใหม่แล้ว ตอนนี้หนูดีเองย้ายมาเป็นคนเมืองพาร์ตไทม์ด้วยการมาเปิดโรงเรียนใหม่อีกแห่งหนึ่ง
โดย...หนูดี-วนิษา เรซ ภาพ เอพี
ใกล้เปิดเทอมใหม่แล้ว ตอนนี้หนูดีเองย้ายมาเป็นคนเมืองพาร์ตไทม์ด้วยการมาเปิดโรงเรียนใหม่อีกแห่งหนึ่งที่สุขุมวิท ซอย 26 แต่ยังคงไปๆ มาๆ กับโรงเรียนวนิษา รังสิต ทำให้มีหน้าที่เพิ่ม และด้วยกลุ่มผู้ปกครองที่หลากหลายมากขึ้น จึงทำให้หนูดีเพิ่มออปชั่นสำหรับพ่อแม่เพิ่มเติมขึ้นมาด้วย เพราะในปัจจุบันนี้เรามี “พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว” เพิ่มขึ้นมากในสังคมไทย อาจเพราะการหย่าร้างไม่ใช่เรื่องที่ถึงขั้นรับไม่ได้เหมือนในอดีต เราจึงพบว่าแม้มี “โซ่ทองคล้องใจ” แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสิ่งที่บังคับให้พ่อแม่ต้องฝืนใจอยู่กันเพื่อลูกตลอดไป พ่อแม่ยุคใหม่มักถือคติว่า หากอยู่บ้านเดียวกันแล้วทะเลาะกันต่อหน้าลูก สู้หย่ากันแล้วอยู่อย่างมีความสุขในบ้านคนละหลังจะดีกว่า
หลักสูตรโรงเรียนวนิษาของหนูดีจึงต้องมีที่เผื่อให้ “บ้านเลี้ยงเดี่ยวจากการหย่าร้าง” เสมอ (บ้านเลี้ยงเดี่ยวมีหลายสาเหตุค่ะ อาจมาจากอุบัติเหตุหรือโรคร้ายที่พรากชีวิตพ่อหรือแม่ไปก็เป็นได้) การหย่าร้างเป็นกรณีพิเศษที่แตกต่างไปจากพ่อหรือแม่ตาย เพราะการหย่าร้างมักนำมาซึ่งความขัดแย้ง การทะเลาะ การตกลงกันไม่ได้ อีกทั้งหากมีเรื่องที่จุดชนวน เช่น การนอกใจ การโกงเงิน หรือทนกับระบบกงสีของอีกบ้านหนึ่งไม่ได้ ก็จะมีเรื่องให้บ่นว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้น หากใครอยู่ในช่วงที่รู้ว่ากำลังจะหย่าร้างพร้อมมีลูกตัวน้อยติดมือมาด้วย หนูดีอยากขอแชร์ทิปส์เพื่อให้เราผ่านการหย่าร้างครั้งนี้ไปแบบไม่ลากหัวใจลูกกระเทือนไปตลอดทางพร้อมใบหย่าใบนี้ ส่วนหัวใจพ่อแม่จะเจ็บช้ำขนาดไหน คนเป็นครูอย่างหนูดีได้แต่ขอเอาใจช่วยให้ผ่านไปได้ด้วยดีเช่นกันนะคะ
อันดับแรกที่ต้องคิดเมื่อจะหย่าแล้วชัวร์ๆ ถ้าพ่อแม่ยังพูดกันได้อยู่ ขอให้นั่งลงบอกลูกพร้อมกันทั้งคู่ โดยแพลนเวลาไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเราใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหรอกค่ะ แต่กันไว้ก่อนเผื่อมีการร้องไห้ ที่สำคัญคือ พ่อแม่จะต้องตกลงกันก่อนว่าจะพูดอะไร และหากไม่สบายใจก็ควรมีเอาต์ไลน์หรือโน้ตย่อหัวข้อประเด็นไว้ด้วย ที่ลืมไม่ได้ก็คือ ห้ามทะเลาะกันโดยเด็ดขาด ห้ามโทษกันว่าต้องหย่าเพราะอีกฝ่ายหนึ่ง ขอให้ประเด็นนั้นกระชับและพูดด้วยอารมณ์เย็นและความรักในตัวลูก (แม้เราจะหมดรักอีกฝ่ายแล้ว แต่ขออย่าลืมว่าความรักในตัวลูกจะอยู่ไปตลอดชีวิตนะคะ) อย่าลืมว่า บทสนทนานี้จะเป็นบทสนทนาที่ลูกของเราจะจำไปชั่วชีวิต อย่าทำมันพังด้วยการสติหลุด หลายบ้านเลือกที่จะบอกเรียบง่ายว่า พ่อแม่รักหนูมาก แต่พ่อแม่จะต้องแยกกันอยู่คนละบ้านนะ เพราะ... (อะไรก็แล้วแต่ของแต่ละบ้าน) หรือพ่อแม่ยังรักกันอยู่ แต่ตอนนี้เรารักกันแบบเพื่อนแล้วและเราจะเป็นเพื่อนที่ดีกันไปตลอดชีวิต และจะช่วยกันเลี้ยงหนูไปจนโตร่วมกัน
อายุของเด็กในการเข้าใจคำว่า ‘หย่าร้าง’
วัยแบเบาะ - ไม่เข้าใจใดๆ
วัยเตาะแตะ - เข้าใจว่าพ่อแม่อยู่คนละบ้าน แต่ไม่เข้าใจว่าทำไม
วัยอนุบาล - เข้าใจว่าพ่อแม่โกรธกันและไม่อยู่ด้วยกันแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไม
วัยประถม - เริ่มเข้าใจว่า “หย่าร้าง” แปลว่าอะไร เช่น เข้าใจว่าพ่อแม่ไม่รักกันแล้ว จะไม่อยู่ด้วยกันแล้ว
วัยรุ่นตอนต้นและวัยรุ่น - เข้าใจแล้วว่า “หย่า” แปลว่าอะไร แต่มักยอมรับไม่ได้ หรือยอมรับได้ยาก
อันดับสอง - สิ่งที่จะบอกกับลูกควรจะ
บอกให้เร็วที่สุดเมื่อรู้ว่าจะหย่าแน่นอน อย่าไปหย่าแล้วให้ลูกได้ยินจากปากคนอื่น
พูดอย่างเรียบง่ายบนหลักความจริงที่ลูกรับได้
พูดให้สั้นและกระชับ อย่าใส่รายละเอียดเยิ่นเย้อ เก็บไว้ให้ผู้ใหญ่ด้วยกันฟังก็พอ
อย่าโทษกันโดยเด็ดขาด ให้ลูกรู้ว่าเป็นการตัดสินใจร่วมกัน
บอกลูกให้ชัดเจนว่าเราไม่ได้หย่ากันเพราะลูก (เด็กส่วนใหญ่มักโทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุของการหย่าร้าง)
อธิบายว่าอะไรจะเหมือนเดิม
อธิบายว่าอะไรจะเปลี่ยนแปลงไป เช่น การย้ายบ้าน การรับส่ง
ให้ลูกตั้งคำถามในสิ่งที่ลูกสงสัย และตอบด้วยความจริงใจและซื่อสัตย์
ข้อมูลเหล่านี้อาจต้องพูดซ้ำหลายครั้งกว่าลูกจะเข้าใจในหลายๆ โอกาส อย่ารำคาญลูกนะคะ เด็กจะขาดความมั่นคงทางใจไปสักพัก โปรดใจเย็นกับลูกด้วย
อันดับที่สาม - อย่าด่าทอหรือกล่าวโทษอีกฝ่ายให้ลูกฟัง อย่าเอาลูกเป็นพวก เพราะเราต้องไม่ลืมว่าเขาเป็นแค่สามีหรือภรรยาของเรา ยิ่งหากเขาทำผิดกับเรา เช่น นอกใจ เรามีสิทธิจะโกรธและบ่น แต่ขอได้โปรดโทรหรือไลน์ไปบ่นให้เพื่อนของเราฟัง ลูกของเราเป็นเด็ก ต่อให้เด็กฟังเข้าใจก็ช่วยอะไรเราไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น เราอาจหมดรักคู่สมรสของเราได้แต่ลูกไม่มีวันหมดรักพ่อแม่ มันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ที่จะรักพ่อแม่ตัวเอง อย่าขโมยสิทธินั้นไปด้วยการบอกลูกว่า “ห้ามรักพ่อ” หรือ “ไม่ต้องรักแม่แล้วนะ แม่เป็นคนไม่ดี” แต่ให้เขาไม่ดีกับคุณ แต่เขายังอาจเป็นพ่อแม่ที่ดีของลูกต่อไปได้อีกหลายสิบปี
อย่าทำร้ายลูกด้วยการสร้างศัตรูกับอดีตคนเคยรักแล้วลากลูกมาเป็นศัตรูด้วย ต่อให้เราไม่พูดกันแล้วด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม คำน้อยอย่าหลุดปากด่าว่าอีกฝ่ายให้ลูกฟัง เชื่อเถอะค่ะมันจะทำร้ายจิตสำนึกลึกๆ ของลูกอีกยาวนาน อาจยาวนานกว่าอายุของคุณอีกค่ะ พูดถึงอีกฝ่ายในส่วนดีที่ยังมีเหลือ หรือถ้าไม่มีเลยก็เลือกไม่พูดอะไรเลยจะสวยกว่าค่ะ
อันดับสี่ - และที่สำคัญมาก อย่าตามใจลูกมากมายหลังการหย่าร้างเพียงเพราะความรู้สึกผิด ขอให้ยังคงมาตรฐานการเลี้ยงลูกที่เป็นระบบระเบียบต่อไป อย่างน้อยยังมีสิ่งให้ลูกยึดเกาะได้ สอนลูกให้ดี หากเขาทำผิดก็ให้ดุเหมือนเดิม อย่าปล่อยปละเพียงเพราะคิดว่าช่วงนี้ลูกอ่อนแอจากการหย่าที่เราเป็นต้นเหตุ อย่าให้ลูกเสียใจเพราะการหย่า และเสียคนเพราะเราตามใจเขาเกินเหตุเลยนะคะ มาตรฐานที่ดีนั้นดีอยู่แล้วไม่ว่าเราจะหย่าหรือไม่ก็ตาม
การหย่าร้างไม่ใช่เรื่องง่าย และยิ่งถ้าเรามีลูกเรื่องจะยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่มันเป็นเรื่องที่ไม่เกินเรารับมือหากเรารับมืออย่างถูกวิธี ขอเอาใจช่วยพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวมือใหม่ทุกคน หากใครมีคำถามเพิ่มเติม โทรถามได้ที่โรงเรียนวนิษา สุขุมวิท 08-1350-3972 หรืออีเมล [email protected] ค่ะ







