posttoday
ชายผู้โกง ความตาย

ชายผู้โกง ความตาย

26 เมษายน 2558

นั่งอยู่ตรงหน้าเรานี้ คือ “อภิรักษ์ สัตย์ชาพงษ์” เจ้าของฉายา “เอ ไมค์ทองคำ”

โดย...

นั่งอยู่ตรงหน้าเรานี้ คือ “อภิรักษ์ สัตย์ชาพงษ์”  เจ้าของฉายา “เอ ไมค์ทองคำ” อารมณ์เขาดีแบบที่แววตาเขาแสดงออก ว่าแล้วเขาก็ขอโชว์ลูกคอด้วยเพลงเอกประจำตัว “ไอ้อ้วนอกหัก” เอ... จะด่าตัวเองทำไม (555) เขาว่าเปล่าด่า เพราะเป็นเรื่องจริง เพลงนี้มาจากชีวิตเขาที่ไปหลงรักสาว แต่สาวกลับไม่สนใจ ก็ต้องอกหักดังเป๊าะเหมือนกับเนื้อเพลงนั่นไง

เห็นเออารมณ์ดีแบบนี้ เชื่อมั้ยว่าเอเคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิตมาแล้ว “ผ่านมาได้ราวปาฏิหาริย์” ใครว่าปาฏิหาริย์ไม่มีจริง ต้องฟังเขาเล่า ในวันที่เขา “รอดพ้นจากมัจจุราชปลายกระบอกปืน” (ไทยประดิษฐ์) ต้องยกนิ้วให้ เพราะเขาคือยอดมนุษย์ “ผู้โกงความตาย”

เอเริ่มย้อนภาพวันเกิดเหตุให้ฟังเป็นฉากๆ ก.พ. 2554 เขาตั้งใจกลับไปบ้านเกิด จ.กำแพงเพชร ไปกราบแม่ ไปหาหลานที่เพิ่งลืมตามาดูโลก แถมด้วยจะได้ไปงานกล้วยไข่ประจำปี แน่นอน พบปะสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูงเป็นเรื่องธรรมดา

ชายผู้โกง ความตาย

 

พอถึงบ้าน กราบแม่งามๆ บนหน้าตัก จากนั้นก็ไปแวะทักทายหลานตัวน้อย แล้วเอก็โทรหาเพื่อนกะนัดกันไปนั่งดื่มกินตามประสาคนนานทีปีหนมาพบปะกัน แก๊งเพื่อนของเอประกอบด้วยผู้ชาย 3 รวมตัวเขา ผู้หญิงอีก 4 ทั้งหมดยกขบวนไปนั่งกินดื่มที่หาดริมแม่น้ำปิง

“ผมไปถึงที่นั่นสักประมาณ 5 โมงเย็น คนเยอะครับ บรรยากาศมันจะเหมือนหาดทรายน้ำจืด มีเสื่อปู มีโต๊ะญี่ปุ่นให้ลูกค้านั่งกิน มีร่มปักกันแดด พวกผมก็นั่งกินดื่มกันจนมืด ร่มก็ถูกเก็บไป เหลือไว้เพียงแสงสปอตไลต์จากที่สูงก็ส่องลงมา ร้านที่ผมนั่งยังมีอีกโต๊ะยังนั่งอยู่เต็มเลย ผมก็กินดื่มของผมไปเรื่อย ก็ไม่ได้สนใจ หรือใส่ใจกับโต๊ะข้างๆ เพราะไม่รู้จักกัน”

เวลาล่วงเข้าสู่เกือบ 2 ทุ่ม การสังสรรค์ทวีความสนุก แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ด้วยว่าเอกับเพื่อนๆ สัญญาว่าจะไปต่อที่คณะหมอลำเสียงอีสาน ที่เดินทางมาเปิดการแสดงในงานกล้วยไข่ เมื่อเห็นสมควรแก่เวลาทุกคนจึงพร้อมใจเรียกเจ้าของร้านคิดค่าเสียหาย

ชายผู้โกง ความตาย

 

ยังไม่ทันที่ประโยค “ป้าเก็บตังค์ด้วยครับ” จะสิ้นเสียงจากปากผู้เรียกขาน ขวดโซดาก็ลอยหล่นลงมาแตกกลางวงสังสรรค์ของเอและเพื่อนๆ ตายละหว่า งานเข้า เอคิดในใจ ชั่วฉับพลันสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้บังเกิด เมื่อกลุ่มวัยรุ่นอีกโต๊ะวิ่งกรูเข้ามาประชิดตัวเอกับเพื่อนอีก 2 หน่อ ขณะที่เพื่อนผู้หญิงได้แต่ตะโกนก้อง วิ่งๆๆๆ

“ตอนนั้นผมได้ยินคือเสียงของเพื่อนผู้หญิงสั่งให้วิ่ง วิ่ง วิ่ง แต่ไม่ทันละครับ เพราะพวกนั้นวิ่งมาแล้ว วิ่งมาหาผมกับเพื่อน จากนั้นก็ตุบตับๆ กัน มันชุลมุนมาก ผมก็อาศัยตัวอ้วนแหวกวงล้อมออกมาได้ เพื่อนอีกคนวิ่งออกไปก่อนละ ผมก็หันกลับไปดูเหลือเพื่อนอีกคนที่โดนรุมอยู่ กะจะไปช่วยเพื่อน ระหว่างที่กำลังเอี้ยวตัวโดยในมือถือขวดเหล้าเปล่า ผมก็เห็นแล้วว่าเพื่อนคนนั้นวิ่งออกมาได้ละ แต่แก๊งวัยรุ่นก็ยังวิ่งตามมา พอเห็นผมถือขวด หนึ่งในวัยรุ่นที่มีปืนมันก็ตะโกนว่าอย่าวิ่งนะมึง ถ้าวิ่งกูยิง”

หัวใจหล่นลงมาอยู่ที่ตาตุ่ม เอบอกอย่างนั้น เมื่อได้ยินคำขู่นี้ เขานิ่ง ไม่ขัดขืน ไม่ต่อสู้ ชั่วพริบตาเดียว เสียงใครจากที่ไหน ไม่รู้ ตะโกนดังลั่น “ตำรวจมาเว้ย” ประหนึ่งฉากไฮไลต์ในภาพยนตร์ไทย ตำรวจมาเว้ย เท่านั้นละ ทุกอย่างก็ชะงักงัน แก๊งวัยรุ่นตกใจ แต่ยังไม่ล่าถอย ด้วยสัญชาตญาณการหนีเอาตัวรอด เอจึงหันหลังกลับเพื่อจะก้าวเท้าออกจากที่นั่น

ชายผู้โกง ความตาย

 

เพียง 3 ก้าว เสียงปังก็ดังขึ้น เสียงนั้นเป็นอื่นใดไปไม่ได้ เสียงปืน เอยังจำแม่น สิ้นเสียง “ปัง” เอก็พาร่างกระโดดลงไปในหลุมทรายที่อยู่ตรงหน้า “ปัก” เสียงร่างเอกระแทกพื้น เขายังจำไม่ลืม ความรู้สึกทุกอย่างเอบอกไม่ได้ไร้สติ สติยังอยู่ครบ รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ว่ายังหายใจ

“รู้สึกตัวทุกอย่างครับ และที่รู้สึกคือจุกครับ ตอนที่กระโดดลงหลุมทราย เสียงตัวผมกระแทกพื้นดังปัก ความจุกมันแล่นทั้งร่างเลยล่ะ พูดอะไรไม่ออก แต่ในใจคิดตลอดว่า ถ้ามึงแน่ ต้องมาซ้ำให้กูตาย โดยตอนนั้นตัวเองยังหลับตานะ สักพักเสียงสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ก็ดังขึ้น ผมคิดว่าพวกมันคงหนีไปละ สักพักก็ได้ยินเสียงหวอรถโรงพยาบาลดังตามมา เพราะตรงที่เกิดเหตุมันอยู่หลังโรงพยาบาล เสียงเพื่อนเรียกก็ดังใกล้ๆ หู เอ เอ เออยู่ไหน”

สติยังมีครบ ลมหายใจยังไม่แผ่วเบา เอคลานขึ้นมาจากหลุมทรายด้วยอาการทุลักทะเล ความจุกผ่อนปรนลงไป เหลือเพียงรอยแผลที่มือเขาคลำไปเจอ เอรู้ว่าตัวเองโดนยิง ไม่ได้หนังเหนียว ไม่มีของดีพกติดตัว แต่ไม่รู้ว่าตัวเองโดนยิงที่กลางหลัง กระทั่งเพื่อนผู้หญิงเดินอ้อมมาดูหลังของเอ เธอก็อารามตกใจ ร้องไห้โฮ และบอกให้เอนอนลง ซึ่งตอนนั้นเอยิ่งงงว่าจะให้นอนทำไม เพราะยังมีอาการจุกท้องอยู่

ชายผู้โกง ความตาย

 

“รู้นะครับว่าตัวเองโดนยิง แต่คิดว่าแค่แขน เพราะใช้มือคลำแล้วมันเจอ ส่วนหลังนี่ไม่รู้เลย มารู้อีกทีคือตอนมาถึงโรงพยาบาล หมอเอาฟิล์มเอกซ์เรย์มาแปะไว้ที่หัวเตียง ผมเห็นผมก็ยังขำเลยครับ มันเหมือนเม็ดสาคู มันกระจายอยู่ทั่วหลังกับหน้าอกผมหมดเลย ซึ่งผมก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าปืนลูกซองพอยิงแล้วมันจะกระจาย”

ระหว่างนั้น เขาก็ค่อยๆ ถลกเสื้อ เผยให้เห็นถึงแผ่นหลัง รอยแผลเป็นลักษณะนูน ลายพร้อยทั่วแผ่นหลัง หลังแขน บางจุดสีเข้ม บางจุดสีจาง เขาชี้จุดที่โดนยิงกลางหลัง แม้จะสะเทือนใจแต่ก็ต้องเพ่งมอง แทบไม่น่าเชื่อว่าเอจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายนั้นมาได้ เอยังบอกอีกว่าระยะห่างจากกระบอกปืนกับตัวเขา “แค่วาเดียว” ฟังเขาเล่าก็ไม่ต่างกับภาพยนตร์
แอ็กชั่น “ยิงกันระยะเผาขน”

ถือเป็นโชคดีของเอที่มาทันมือหมอ ทว่าในความโชคดีก็กลับมีความโชคร้ายตามมา เมื่อผลเอกซเรย์อย่างละเอียดพบกระสุนนัดหนึ่งทะลุปอด ซึ่งนั่นก็หมายถึงกระสุนนัดโหดจากฝีมือแก๊งวัยรุ่นที่ยิงใส่ด้านหลังของเอในวันเกิดเหตุ โอละพ่อ!!! ครานี้เอต้องเจอศึกหนักกับการเข้าสู่ห้องผ่าตัดครั้งใหญ่ เพื่อนำสายยางดูดเลือดเสียออกจากปอด 

ชายผู้โกง ความตาย

 

เอเล่าถึงตอนนี้ สีหน้าเขาเจ็บปวดมากกกกก และเขาก็ยืดอกยอมรับอย่างแมนๆ ว่า ตอนโดนยิงว่าเจ็บและจุกแล้ว แต่ตอนที่โดนหมอใส่สายยางเข้าปอด “เจ็บโคตรทวีคูณ”

“หมอฉีดยาชา ผมก็นอน ความรู้สึกเหมือนเอามีดมากรีดเนื้อสดๆ เสียงดังกึดๆ ไม่เจ็บครับ แต่ความรู้สึก โห!!! สุดยอดครับ หมอก็บอกว่าเคสผมน่ะค่อนข้างล้วงเข้าไปหาปอดยาก เพราะไขมันผมเยอะ ซวยละ (หัวเราะ) ความอ้วนเป็นอุปสรรคละ ตอนนั้นผมก็เริ่มหายใจเร็วและสั้น สิ่งเดียวที่ผมอยากได้ตอนนั้นนะ คือลมหายใจ คืออยากหายใจลึกๆ รู้สึกเลยว่าผมหายใจไม่อิ่ม

หมอก็ควานหากระสุนจนเจอ ผมได้เสียงปู๊ด เหมือนเสียงผายลม ผมถึงหายใจสะดวก เวลาที่หมอทำการใส่สายยาง 20 นาทีมั้งครับ แต่ผมรู้สึกว่ามัน 2 ชั่วโมง รู้สึกว่าทำไมมันนานจัง พอหมอจัดการเสร็จ หมอบอกญาติว่าอย่าให้ขวดที่ใส่เลือดล้ม หรือแตกนะ เดี๋ยวลมจะเข้าเพราะมีผลต่อปอด”

ชายผู้โกง ความตาย

 

นอนพักฟื้น 3 วันเต็ม อาการของเอดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ความโชคร้ายยังไม่จบไม่สิ้น เมื่อจู่ๆ สายยางเกิดหลุดออกจากปอด เอเล่าไปก็ขำไป จนอยากจะร้องเพลงเป็นภาษาอาหรับ แต่ก็ร้องไม่ออก หมอบอกให้ญาติระวังขวดใส่เลือด แต่ทุกคนกลับลืมระวังสายยางจะหลุดออกจากปอด เช่นนั้นแล้ว เอจึงต้องเข้าสู่การผ่าตัดเอาสายยางใส่ปอดอีกรอบ เป็นความเจ็บปวดคำรบที่สองที่เอไม่เคยลืมเลือน

เบ็ดเสร็จ 1 เดือนที่เอนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล นักร้องหนุ่มก็กลับไปฟื้นฟูร่างกายที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งตามประสงค์ของผู้เป็นแม่ พร้อมบริหารปอดทุกวันด้วย “การเป่าลูกโป่ง” เพื่อไม่ให้ปอดข้างที่ทะลุฝ่อแฟบ ขณะเดียวกันเขาก็ใจจดจ่อรอข่าวดีว่าตำรวจจับคนร้ายได้แล้ว แต่ก็ไร้วี่แวว กระทั่งล่วงผ่านมาถึง 1 ปีเต็ม คนร้ายก็ถูกจับมารับชะตากรรมที่ตัวเองก่อไว้

“ตอนที่รอตำรวจดำเนินคดี ผมไม่โกรธแล้วนะ ผมก็ไปทำบุญ กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลให้เขา ก็บอกว่าชาติหน้าฉันใดอย่าได้มาเจอกัน อย่าได้มาจองเวรกันอีกนะ เชื่อมั้ยครับหลังจากนั้นชีวิตผมก็ค่อยๆ ดีขึ้น มีโฆษณาบีควิกตัวที่ 2 ติดต่อมาให้ผมเป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งก่อนหน้าผมก็เคยถ่ายโฆษณาชุดนี้มาแล้วก่อนที่จะโดนยิง จากตัวที่ 2 ก็มีตัวที่ 3 ผมก็ไม่คิดว่างานจะเข้าเยอะขนาดนี้ จนมาประกวดไมค์ทองคำ
นี่ละครับ ผมถือว่าชีวิตดีขึ้นๆ เรื่อยๆ 

วันที่จับคนร้ายได้ผมก็ไปชี้ตัว ไปขึ้นศาลก็ไป จริงๆ คดีผมศาลพิพากษาแล้วให้รอลงอาญา เพราะคนร้ายตอนที่ยิงผมเขายังเป็นเยาวชน แต่กลายเป็นว่าเขาต้องติดคุกเพราะโดนอีกคดี วันนั้นเขาก็เข้ามากราบขอโทษผมนะ เขาบอกไม่ได้ตั้งใจ ในใจผมนะเป็นไฟเลย ไม่ได้ตั้งใจ แล้วมึงเอาปืนจ่อกูนี่นะ อยากจะซัดให้หมอบตรงนั้นเลยนะ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะอยู่ในศาล ผมก็พยายามสงบสติอารมณ์ แล้วก็สอนเขาว่าทำอะไรต้องคิดถึงพ่อแม่ คิดถึงอนาคตตัวเอง ถ้าผิดแล้วมันจะเป็นตราบาปไปจนตาย เขาก็ครับๆๆ”

กรณีของเอนับเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เยาวชนต้องตระหนักและไตร่ตรอง ก่อนจะทำอะไร สติต้องมีอยู่ครบ ความมึนเมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ล้วนนำไปสู่ความผิดพลั้งครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต แก๊งเพื่อนอันธพาลคือแรงขับเคลื่อนให้กระทำเรื่องเลวร้ายได้อย่างไม่หวั่นเกรงใคร มากกว่านั้น บาดแผลที่ฝังลึกในใจผู้ถูกกระทำยากนักจะลืมเลือน แม้เหตุการณ์จะจบลงแล้วก็ตาม ทว่าความโหดร้ายยังอยู่ ที่สำคัญมัน “ติดตา” และ “ติดตัว” ติดตัวของนักร้องลูกทุ่งวัย 29 จวบจนวันนี้

“ทุกวันนี้กระสุนนัดที่ทะลุปอดก็ยังอยู่ในตัวผมนะ เหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผมไปแล้วละครับ หมอก็ยังบอกนะว่าผมน่ะโชคดีที่อ้วน (หัวเราะร่วน) เพราะตอนที่โดนยิงกระสุนมันจะกระจายใช่มั้ยครับ ดีที่มันไม่ไปโดนไขสันหลัง มันทะลุไปไม่ถึงเพราะติดชั้นไขมัน ที่ผ่าออกไปก็มี แต่หมอก็บอกว่าอะไรที่เป็นสิ่งแปลกปลอม ร่างกายของเราจะขับออกมาเอง มันอยู่ในตัวผมได้ มันเป็นตะกั่ว จะไม่เกิดสนิม ตอนนี้บางจุดก็เริ่มปูดออกมา ก็ไปให้หมอสะกิดออก ความเจ็บไม่มีละครับ ทุกอย่างเป็นปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือผมมีลูกกระสุนอยู่ในตัว (หัวเราะลั่น)

การใช้ชีวิตก็ทำได้ทุกอย่าง กินได้ทุกอย่าง ไม่มีข้อห้ามอะไรเลยครับ เรื่องการร้องเพลงที่ต้องใช้ปอดก็ไม่มีผลอะไรนะ ก็ยังร้องเพลงได้ปกติ ใช้เสียงได้ปกติ หายใจได้ปกติ ไม่รู้นะครับในเมื่อมันเป็นส่วนหนึ่งของผมแล้ว ผมก็ต้องใช้ชีวิตและอยู่กับมันให้ได้

ก็อาจจะมีบางอย่างที่ผมรู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่านะ เวลาร้อนผมจะร้อนมากกก เวลาหนาวก็หนาวมากกก ซึ่งผมไม่เคยเป็น มาเป็นหลังโดนยิงนี่ละครับ

ผมต้องขอขอบคุณเหตุการณ์วันนั้นที่ทำให้ผมต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิตให้มากๆ เป็นบทเรียนที่ผมไม่มีวันลืมเลยละครับ”

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว