
ชีวิตดี๊ดีที่บ้านนอก
มีเวลาช่วงสั้นๆ ปลายเทศกาลสงกรานต์ได้กลับไปรดน้ำดำหัวขอพรพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
มีเวลาช่วงสั้นๆ ปลายเทศกาลสงกรานต์ได้กลับไปรดน้ำดำหัวขอพรพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้กลับไปสัมผัสบรรยากาศเก่าๆ สมัยแก้ผ้าเล่นน้ำคลองก็อดยิ้มอยู่ในใจไม่ได้
ย้อนไปกว่า 30 ปีที่แล้ว ซึ่งที่จริงๆ ก็เกือบ 40 ปีนั่นแหละ ชีวิตในวัยเด็กผูกพันอยู่ที่นั่นในทุกช่วงปิดเทอมใหญ่และปิดเทอมเล็ก พ่อแม่จะส่งลูกทั้งสี่ไปเข้าคอร์สใช้ชีวิตในวิถีชนบทที่บ้านยาย ถ้าเป็นปิดเทอมใหญ่คอร์สก็จะยาวประมาณ 2 เดือน แต่ถ้าปิดเทอมเล็กคอร์สก็จะสั้นลงหน่อยเหลือแค่เดือนเดียว
ในช่วงที่ส่งลูกไปเข้าคอร์สพ่อแม่ก็จะเบาใจไปเยอะ ส่วนคนที่รับภาระหนักแทนเป็นป้าๆ ตาและยาย ที่ต้องเลี้ยงลิงทโมนชายหญิงทั้งเหนื่อยทั้งเมื่อยปากกันทั้งบ้าน
ช่วงเข้าคอร์สใหม่ พวกเราจะลิงโลดกันมาก เพราะอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่มีพื้นที่กว้างๆ ให้ได้วิ่งเล่น ไม่มีน้ำคลองให้อาบ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ที่ค่อนข้างจะเอาอกเอาใจพวกเรา เพราะความที่เป็นเด็กกรุงเทพฯ ช่วงนั้นชีวิตจะดี๊ดีเป็นพิเศษ
เราตื่นเต้นมากที่ได้เล่นน้ำในคลอง ยิ่งถ้าไปช่วงปิดเทอมเล็ก ซึ่งเป็นช่วงน้ำหลากน้ำท่าจะมาให้เล่นถึงหน้าบ้าน เพราะน้ำจะท่วมสูงเป็นวิถีของคนที่นั่นในทุกๆ ปี บ้านจึงต้องเป็นเรือนไทยมีใต้ถุนสูง และทุกบ้านต้องมีเรือเก็บไว้ใช้สัญจรในหน้าน้ำ
ธรรมชาติในหน้าน้ำที่ จ.สุพรรณบุรี ยังติดตาตรึงใจผมมาจนปัจจุบัน เวิ้งน้ำที่เข้ามาแทนผืนนาไกลสุดตา กอบัวหลากสี หลายพันธุ์แผ่กระจายอยู่ตามท้องน้ำที่กว้างไพศาล สายลมหนาวยะเยือกพัดผ่าน ช่างเป็นบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติก เสียดายที่หน้าน้ำหลากทุกวันนี้ สูงแค่เข่า บรรยากาศกลับกลายมาเหมือนตอนน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไปซะฉิบ
น้ำกับเด็กเป็นของคู่กันฉันใด พวกกระผมก็เสมือนปลาที่ดำผุดดำว่ายอยู่ในคลองได้ตลอดวันฉันนั้น เด็กกรุงเทพฯ ผู้ไม่เคยพบเห็นคลองถูกโจษขานไปทั้งบาง ยายต้องไปขอแรงบ้านที่อยู่ท่าน้ำให้ช่วยไล่มันทีเถอะ ถ้าได้เห็นมันเริ่มถอดเสื้อผ้าเตรียมจะกระโดดลงน้ำ ท่าน้ำไหนไล่ก็ขึ้น เปลี่ยนไปเล่นท่าใหม่ วนเวียนจนครบทุกท่าในละแวกคลอง เปลี่ยนไปหาคลองขุดกลางทุ่ง เล่นน้ำกันจนตัวดำเป็นเหนี่ยง
น่าเสียดายที่วิถีชีวิตแบบนั้น หาไม่ได้อีกแล้วในเวลานี้ เมื่อความเจริญค่อยๆ คืบคลานเข้ามา ยิ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ด้วยแล้ว ความเป็น Urbanisation หรือวิถีของสังคมเมืองก็แพร่กระจายเข้าสู่เมืองสุพรรณในอัตราที่เร็วขึ้น ไหนจะมีนักการเมืองที่ขยัน สร้างโน่นสร้างนี่ ทำให้บรรหาร เอ๊ย สุพรรณบุรี เจริญเร็วจนผิดหูผิดตา
ทุกวันนี้ไม่มีหรอกครับเด็กๆ ที่เล่นน้ำคลองเหมือนเด็กๆ รุ่นผม ยิ่งช่วงหลังกลับบ้านที่สุพรรณทีไรก็มีแต่เสียงวิตกกังวลของคนเฒ่าคนแก่ว่า บ้านเรามันเปลี่ยนไปเยอะ มีแต่ยาเสพติดทุกตรอกซอกซอย ไอ้คนโน้นก็ติดคุก ไอ้คนนี้ก็หนีคดียา ถ้ายังไม่ขึ้นเป็นเด็กรุ่นๆ ก็หมกมุ่นอยู่กับเกมบนมือถือ ใครรักดีหน่อยก็ย้ายไปเรียนในกรุงเทพฯ ได้แต่ฟังอย่างเศร้าใจ ชีวิตดี๊ดีแบบวันนั้น ไม่มีอีกแล้ว







