
วัยทีนทำความดีทะลุตำรา
มูลนิธิเอสซีจี องค์กรสาธารณกุศลที่มีพันธกิจในการดำเนินงานด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
โดย...[email protected]
มูลนิธิเอสซีจี องค์กรสาธารณกุศลที่มีพันธกิจในการดำเนินงานด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยนอกจากจะมุ่งส่งเสริมให้เยาวชนเป็น “คนเก่ง” ด้วยการสนับสนุนทุนศึกษาทั้งสายสามัญและสายอาชีวะแล้ว มูลนิธิฯ ยังให้ความสำคัญกับการเป็น “คนดี” โดยปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะกับกลุ่มนิสิต นักศึกษา เพราะอยู่ในวัยที่กำลังเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต
โครงการ “ปัญญาชน คนทำดี” จึงเกิดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ในระดับปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ทั่วประเทศรวมตัวกัน 5 คนขึ้นไปมาพลิกตำราทำความดี นำเสนอโครงการเพื่อสังคมโดยมีเงื่อนไขหลักว่าโครงการที่เสนอนั้นจะต้องเป็นโครงการที่น้องๆ นำความรู้ที่สอดคล้องกับสาขาวิชา หรือหลักสูตรที่น้องๆ กำลังศึกษาอยู่มาทำประโยชน์ให้แก่สังคม สำหรับ 20 โครงการที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับงบประมาณสนับสนุนเพื่อดำเนินงานจริง ระหว่างเดือน ก.ย.-พ.ย. 2558 ด้วยวงเงินสูงสุดโครงการละ 1 แสนบาท
ตัวอย่างจาก ปี 2557 ที่ผ่านมา โครงการสัตวบาลอาสานำพาความสุขสู่ชุมชน ของนักศึกษาอาชีวะ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย โดยมีหัวหน้าโครงการคือน้องใส่ หรือใส่ ทดคำ ซึ่งขณะนั้นเรียนอยู่ ปวส.2 ได้ร่วมกับเพื่อนๆ ทำโครงการสัตวบาลอาสานำพาความสุขสู่ชุมชน ภายใต้โครงการปัญญาชน คนทำดี ปีที่ 2 ได้เล่าให้เราฟังว่าพื้นที่ที่น้องๆ ลงไปทำความดีนั้นอยู่ที่บ้านฟาร์มสัมพันธกิจ ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย โดยเกษตรกรในพื้นที่ประสบปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิต โดยแบ่งเป็น 2 ปัญหาหลักด้วยกัน ได้แก่ ปัญหาเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกไม่มีกำลังซื้อเครื่องฟักไข่ตามท้องตลาด เพราะมีราคาสูงถึง 5,000 บาท/ตู้ ซึ่งสามารถฟักไข่ได้ประมาณ 50 ฟอง และอีกปัญหาคือปัญหาการผสมพันธ์สุกร ซึ่งต้องอาศัยพ่อสุกรพันธุ์ดีซึ่งมีราคาสูง ประมาณตัวละ 5 หมื่นบาท เมื่อน้องๆ นักศึกษาได้ทราบถึงปัญหาดังกล่าวจึงหาทางช่วยเหลือชุมชนตามกำลังความรู้ความสามารถที่ตนได้เรียนมา คือ การประดิษฐ์เครื่องฟักไข่โดยใช้ทีวีเก่า โดยน้องๆ ได้ลงพื้นที่สอนเกษตรกรประดิษฐ์ตู้ฟักไข่ ซึ่งใช้เวลาในการสอนและผลิตเพียง 1 วัน และเมื่อโครงการนี้เสร็จสิ้น เกษตรกรก็มีตู้ฟักไข่ไปใช้ทั้งสิ้น 50 ตู้
“เราใช้ทุนเพียง 1,200 บาทเท่านั้น (ไม่รวมทีวีที่ชาวบ้านนำมาเอง) ซึ่งเป็นค่าอุปกรณ์ ได้แก่ ชุดควบคุมอุณหภูมิตู้ฟักไข่ แผ่นกันความร้อน บานพับประตู ซึ่งไม่เพียงลดต้นทุนค่าเครื่องฟักไข่ แต่ยังย่นระยะเวลาไปได้อีก 1 เดือนครึ่ง ถือเป็นการประหยัดเวลาที่แม่ไก่จะต้องฟักไข่และเลี้ยงลูกเอง ส่งผลให้แม่ไก่สามารถผสมพันธุ์ได้ใหม่เรื่อยๆ อย่างไรก็ตามการจะฟักไข่ได้จำนวนมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของทีวีที่ชาวบ้านนำมาด้วย หากชาวบ้านนำทีวี 14 นิ้วมาทำก็จะฟักไข่ได้ 20-30 ฟอง แต่หากเป็นทีวีขนาด 24 นิ้ว ก็จะฟักไข่ได้เท่าเทียมกับตู้ฟักไข่ตามท้องตลาดคือประมาณ 40-50 ฟอง นับเป็นการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกด้วย” น้องใส่ ทดคำ กล่าวอย่างภูมิใจ
นอกจากนี้ ยังมีบริการผสมเทียมสุกร น้องๆ ได้นำความรู้ที่เรียนมา ไม่ว่าจะเป็นการรีดน้ำเชื้อจากตัวผู้ การผสมเทียม สิ่งเหล่านี้ทำให้เกษตรกรไม่ต้องซื้อพ่อพันธุ์เอง ไม่ต้องเสียเงินว่าจ้างพ่อค้าในการนำพ่อสุกรมาผสมพันธุ์ ถือเป็นการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย และได้กระจายสุกรพันธุ์ดีออกไปสู่ชุมชนเกษตรกรโดยตรง
อีกหนึ่งตัวอย่างโครงการที่น่าสนใจ ได้แก่ โครงการของนักศึกษาจากรั้วมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยน้องปัทมา คำธุรี คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการยาง ชั้นปีที่ 3 ได้ร่วมกับเพื่อนๆ ทำโครงการ “ยางปูพื้นสนามเด็กเล่นเพื่อน้อง” โดยได้เลือกโรงเรียนบ้านบก (มั่นสามัคคีพิทยาคาร) ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาที่มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 140 คน เนื่องจากเห็นว่าสนามเด็กเล่นมีสภาพทรุดโทรมและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จนคณะครูอาจารย์ได้สั่งงดใช้สนามเด็กเล่นชั่วคราว เมื่อไม่มีสนามเด็กเล่น เด็กๆ ก็เหมือนขาดพื้นที่ความสุขไปทางน้องนักศึกษาจึงคิดหาวิธีการที่จะคืนรอยยิ้มแก่น้องๆ ด้วยการลงมือเนรมิตรสนามเด็กเล่นใหม่ ปรับปรุงซ่อมแซม ทาสีเครื่องเล่น และทำยางปูพื้นสนามเด็กเล่น
“โครงการนี้เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่พวกเรากำลังเรียนอยู่โดยตรงเลยค่ะ คือสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการยาง ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการปูพื้นก็คือยางธรรมชาติ ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการฉีกขาดและลดการกันกระแทกได้ โดยเราเริ่มจากการออกแบบสูตรยางที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่ก่อนเพราะยางปูพื้นต้องทนต่อแสงแดด ทนต่อการบวมพอง และสามารถรองรับการกระแทกได้ดี พวกเราใช้เวลาปูพื้นสนามเด็กเล่นเพียง 2 อาทิตย์ค่ะ แต่ใช้เวลาตัดยางให้ได้รูปประมาณ 1 เดือน เพื่อนๆ ทั้งสาขามาช่วยกันหมด ส่วนโรงเรียนและชุมชนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ช่วยปรับกันสภาพพื้นที่ ช่วยกันปูจนเสร็จเรียบร้อย ตลอดจนช่วยกันตกแต่งพื้นที่และเครื่องเล่นให้มีสีสันที่สวยงามน่าใช้งาน
วันที่ปิดโครงการ มันเป็นความรู้สึกที่มากกว่าความดีใจค่ะ ภาพที่ได้เห็นน้องๆ เล่น ยิ้ม หัวเราะ แล้วเราภูมิใจมาก ขอบคุณมูลนิธิเอสซีจีจริงๆ ที่ให้โอกาสนิสิต นักศึกษา ได้นำความรู้ นำทฤษฎีมาลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง ในฐานะของคนที่ทำโครงการปัญญาชน คนทำดี ปีที่ 2 ก็อยากให้เพื่อนๆ มาร่วมสมัครโครงการฯ เพราะอยากให้เพื่อนๆ ได้เกิดความรู้สึกเดียวกันว่า คนเป็นนักศึกษาก็ทำดีเพื่อส่วนรวมได้ โดยทำตามความรู้ความสามารถและความถนัด” ปัทมา คำธุรี กล่าว
น้องๆ ที่สนใจเข้าร่วมเสนอโครงการปัญญาชน คนทำดี สามารถเข้าไปดูกติกาเงื่อนไขการสมัครพร้อมดาวน์โหลดใบสมัครที่ www.scgfoundation.org สอบถามเพิ่มเติมโทร. 02-586-2110 หรือ Facebook ปัญญาชน คนทำดี เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้-วันที่ 15 ก.ค.นี้







