posttoday
พรบ.กีฬา...กุญแจดอกใหม่พัฒนากีฬาไทย

พรบ.กีฬา...กุญแจดอกใหม่พัฒนากีฬาไทย

05 เมษายน 2558

มีผลบังคับใช้กันไปแล้วเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา สำหรับพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558

โดย...นูโน่

มีผลบังคับใช้กันไปแล้วเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา สำหรับพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 พร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นว่า จะพัฒนากีฬาชาติไทยตามวัตถุประสงค์หลักได้จริงหรือ?

แม้จะเริ่มต้นด้วยปัญหาของสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ที่ต้องมีการจัดเลือกตั้งใหม่ เพราะยังไม่ได้แก้ไขข้อบังคับให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.กีฬาฉบับใหม่ แต่ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เชื่อว่า โดยรวมแล้วจะช่วยพัฒนาวงการกีฬาไทยให้ก้าวไปอีกขั้นแน่นอน

“ที่ชัดๆ เลยคือ จะมีเงินก้อนใหญ่ๆ ก้อนหนึ่งที่ได้จากภาษีบาป 2 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 3,700-3,800 ล้านบาท เพิ่มเข้ามาในกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อนำไปใช้พัฒนาสู่ความเป็นเลิศ” บิ๊กวงการกีฬา กล่าว

สำหรับสาระสำคัญของ พ.ร.บ.กีฬาฉบับใหม่นี้ จะเชื่อมโยงกับองค์ประกอบหลัก 3 ประการ คือ การจัดตั้งสมาคมกีฬา การกำกับดูแลสมาคมกีฬา และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยในส่วนของเงินภาษีบาปที่ได้มาจะถูกนำไปใช้กับนักกีฬาและสมาคมเท่านั้น

ดังนั้น เงินส่วนนี้จะไม่สามารถนำมาเป็นเงินเดือนคณะกรรมการบริหารกองทุนได้ แต่ทั้งหมดจะเอาไปใช้สำหรับการพัฒนากีฬา เงินรางวัล เงินช่วยเหลือ หรือการส่งแข่งต่างประเทศ และเตรียมทีมสำหรับการแข่งขัน

พรบ.กีฬา...กุญแจดอกใหม่พัฒนากีฬาไทย พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์

 

“เราจะเห็นนักกีฬาไทยได้ออกไปแข่งต่างประเทศมากขึ้น หรือสามารถจ้างโค้ชต่างชาติดีๆ ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ มากขึ้น อย่างตอนนี้โค้ชต่างชาติดีๆ ต้องจ้างกันหลักแสน แต่ กกท.มีให้แค่ 6 หมื่นบาท ดังนั้น พ.ร.บ.ใหม่จะมีการปรับเพิ่มเพดาน นี่คือแนวคิดของบอร์ดที่จะวางกรอบในการใช้เงินกองทุน และไม่ควรนำไปใช้ในสิ่งก่อสร้าง ซึ่งควรใช้งบประมาณแผ่นดิน”

นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องอดีตฮีโร่เผชิญความลำบากหลังเลิกเล่นก็จะน้อยลง เพราะจะมีเงินช่วยเหลือและให้สวัสดิการกับอดีตนักกีฬามากขึ้น เช่นเดียวกับเงินอัดฉีดที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นด้วย

“ไปดูเวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ไม่ต้องพูดถึงจีน เกาหลี ญี่ปุ่นนะ พวกเขาสูงกว่าเราทั้งนั้น แต่สำคัญเราต้องวางเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและใช้ไปตามนั้น อย่าไปนอกแผน เป็นห่วงมาก กลัวเอาไปใช้ในทางที่ไม่ถูกไม่ควร”

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของวงการกีฬาไทยก่อนหน้านี้ คือ ความขัดแย้งภายในสมาคม ซึ่ง เสธ.จารึก มองว่า การเปลี่ยนแปลงให้สมาคมจดทะเบียนขึ้นตรงต่อ กกท.แทนกระทรวงมหาดไทยอย่างเดิม น่าจะแก้ไขได้ในระดับหนึ่ง เพราะนั่นหมายถึง กกท.สามารถเข้ามาแก้ไขได้ทันที เช่น มาตรา 86 สามารถให้คณะกรรมการสมาคมกีฬาพ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งคณะกรรมการเข้าบริหารชั่วคราวได้ในกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้น

ขณะที่การบริหารสมาคม ก็ต้องมีวาระสอดคล้องกับสหพันธ์กีฬานั้นๆ เช่น สหพันธ์กีฬานั้นมีวาระบริหาร 4 ปี คณะกรรมการสมาคมก็ต้องมีวาระ 4 ปี หรือให้หมดวาระพร้อมกับสหพันธ์ในช่วงแรกที่อาจคาบเกี่ยว เพื่อความต่อเนื่องในการบริหารจัดการ โดยสมาคมและบอร์ดการกีฬามีเวลา 180 วัน ในการแก้ไขข้อบังคับและออกกฎกระทรวง ประกาศหรือระเบียบต่างๆ ให้เรียบร้อย

แต่จะพัฒนากีฬาชาติได้แค่ไหน ก็อยู่ที่คนนำไปใช้ด้วย

“สมาคม บริษัท หน่วยงาน หรือองค์กรอะไรก็ตาม มันอยู่ที่หัวหน้าและผู้นำขององค์กรนั้น ถ้าหัวหน้าโปร่งใส สะอาดและยุติธรรม มันก็จะเป็นไปตามนั้น แต่ถ้าผู้นำไม่โปร่งใส มันก็ไม่โปร่งใสตาม”

นั่นคือหน้าที่ของบอร์ดการกีฬาและบอร์ดกองทุน ที่จะกำกับดูแล เพื่อผลประโยชน์ของชาติ และจะไปโทษใครไม่ได้อีกแล้ว

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน