
เหตุด่วน เหตุร้าย 191
...ปู โลกเบี้ยว
เวลามีเหตุด่วนเหตุร้าย หมายเลขที่เราจำได้ติดตา ติดปาก ติดหู ก็น่าจะเป็น 191 ถึงแม้จะมีสถานีตำรวจใกล้บ้านก็ตาม อาจจะเป็นเพราะมันสั้น ง่าย และคุ้นเคยนั่นเอง
สมัยก่อนยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ เวลามีอะไรต้องใช้โทรศัพท์สาธารณะข้างถนน คืนหนึ่งประมาณเกือบเที่ยงคืน ขณะกำลังขับรถกลับบ้านบนถนนแจ้งวัฒนะ ณ ตอนนั้นขับเลนซ้ายตามหลังรถสิบล้ออยู่ ก็ห่างพอสมควรล่ะ กำลังจะข้ามสะพานเล็กๆ คลองประปา และแล้วสายตาก็เห็นเหมือนคนกำลังลอยข้ามรถสิบล้อที่กำลังวิ่งอยู่ข้างหน้ารถเรา ร่างของคนคนหนึ่งกำลังจะตกมาทางด้านหน้ารถเรา
ปูยังพอมีสติบ้างเลยรีบเบี่ยงรถออกขวาทันที รถสิบล้อก็ยังไม่หยุด ยังคงแล่นต่อไป ปูมองผ่านกระจกมองหลังเห็นคนนั้นตกกระแทกพื้นแล้วแน่นิ่งไปเลย รถสิบล้ออาจจะไม่เห็น หรือเห็นแล้วขับหนีก็ไม่รู้ เพราะตอนนั้นมันมืดมากพอสมควรเลยล่ะ ปูน่ะใจเต้นขาอ่อนขับรถต่อแทบไม่ไหว ตัดสินใจหลบรถแล้วจอดข้างทางที่ใกล้ๆ กับโทรศัพท์สาธารณะ แต่เลยเหตุการณ์นั้นมาไกลพอสมควร แล้วโทร.ไป 191 แจ้งเขาว่ามีคนลอยตกลงบนถนนหลังจากที่สิบล้อผ่านไปไม่สนใจคนเจ็บเลย พี่ตำรวจช่วยไปดูให้หน่อยได้มั้ยคะ
เขาก็ถามมาว่าคุณเป็นญาติกับคนเจ็บอ๊ะป่าว คนที่ประสบอุบัติเหตุน่ะหนักแค่ไหน รถสิบล้อหมายเลขอะไร บลาลาลาลาลา ปูงงและตอบไม่ถูกเลยวางหูไปเลย และได้แต่ภาวนาว่าขอให้ใครก็ได้ไปช่วยคนคนนั้นด้วยเถอะ เพราะตัวเองนั้นน่ะไม่กล้า กลัวอ่ะดิ แต่ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้จะลงไปช่วยเขา เมื่อก่อนอ่อนมาก
อีกครั้งไปทำงานต่างจังหวัด ไปทางนครนายก ขากลับนั่งรถตู้กันมากับเพื่อนดารานักแสดง ก็ดึกมากแล้วประมาณตีสองตีสามได้ มาทางรังสิตคลองต่างๆ ก็เห็นว่ามีไฟกำลังไหม้ป่าข้างทางอยู่ มีเปลวไฟโชติช่วงเลยล่ะ ทุกคนก็ตกใจช่วยกันโทร. 191 เพราะคิดได้ก่อน พอปลายสายรับกลับบอกว่าไม่ได้มีความรับผิดชอบเรื่องฟืนไฟซะงั้น เราก็ถามกลับไปว่ายังไงคะ แล้วจะให้แจ้งไปที่ไหนล่ะ เขาก็บอกว่าไม่ใช่ 191 แต่เป็น 199 พวกเราก็รีบโทร.เลย แต่ทาง 199 กลับบอกกับเราว่าแถวคลองรังสิตไม่ใช่พื้นที่ความรับผิดชอบของเขา ให้โทร.หาศูนย์ดับเพลิงของ จ.ปทุมฯ นั่น!
เราก็ถามว่าเบอร์อะไร แล้วช่วยประสานงานให้หน่อยไม่ได้เหรอ เขาก็บอกรอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะหาเบอร์ให้ แล้วให้เรารอสายนานมากจนรถตู้เราแล่นมาจนจะเข้าเมืองอยู่แล้ว เลยตัดสินใจวางหูไป และทำใจว่าช่างหัวมันแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว พวกเราได้ทำดีที่สุดแล้วอ่ะ
เนี่ยประสบการณ์ 191 ของปูล่ะ แต่ไอ้ที่เร็วและแรงกว่า 191 นี่ซิมันใคร???
อีกคืนที่ขับรถข้ามสะพานรัชโยธินตอนเที่ยงคืนกำลังจะกลับบ้าน ดันขับตามรถสิบล้อ (อีกแล้ว) อยู่ๆ ก็มีเสียงดังเปรี้ยงลั่นเลย แล้วกระจกรถปูก็แตก แล้วมันก็ค่อยๆ ร้าวเป็นใยแมงมุม ตกใจซิคะ พอได้สติก็ค่อยๆ ขับลงจากสะพานชิดซ้ายเปิดไฟขอทาง แล้วลงจากรถมายืนมองรถตัวเองอยู่ ได้สติรีบโทร.หาเพื่อนๆ ทันที ทุกคนบอกว่ากำลังจะตามมาช่วยนะ ไม่ต้องกลัวนะ
ไม่ถึงสิบนาทีก็มีรถมอเตอร์ไซค์ ท้ายรถมีกระบะใบใหญ่มาจอด แล้วแจ้งกับปูว่า
“ให้ผมช่วยนะครับพี่ ผมมีอุปกรณ์พร้อมอยู่หลังรถครับ เดี๋ยวผมจัดการให้” แล้วก็โชว์เครื่องมือซ่อมรถให้ดู ตกใจซิฮ่ะ ทำไมมันเร็วอย่างนี้ ไม่ได้เชิญสักหน่อย แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังมีปัญหา แถมมาพร้อมอุปกรณ์เหมือนจะคอยจ้องอยู่แล้ว หรือว่าแถวนี้อาจมีอุบัติเหตุเยี่ยงนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็ได้ หรือเราอาจจะคิดมากไป เขาอาจจะผ่านมาพอดีก็ได้ มือนี้กำโทรศัพท์แน่นเตรียมโทร.หาคนช่วย ก็พอดีเพื่อนขับรถตามมา โล่งอกดูซิ ไอ้ที่ไม่ได้เชิญล่ะเร็วเชียว ไอ้ที่ขอความช่วยเหลือทำไมมันยากมันเย็นขนาดนั้นนะ???
พอดีได้มีโอกาสเจอคุณพี่ตำรวจ 191 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขามาออกบูธให้ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และก็ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกัน ควบคุม และแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในเบื้องต้น และความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อกับหน่วยงาน
ปูเลยฉะซะว่า ทำไมปูไม่ค่อยสะดวกเลยเวลาที่โทร.ไปที่ 191 อ่ะ พี่เขาก็เลยว่า ก็เป็นเพราะว่ามันสะดวกและจดจำได้ง่ายยังไงล่ะ เลยทำให้พวกเลวๆ ที่ชอบเล่นพิเรนทร์ ชอบโทร.ไปป่วน 191 ซะจนปวดหูกันไปเลย ทั่วทั้งประเทศไทยวันๆ มีเหตุด่วนเหตุร้ายแจ้งเข้ามาเป็นหมื่นเป็นแสนเรื่อง แต่จะมีเรื่องจริงอยู่ไม่ถึงหมื่นเรื่องเท่านั้นแหละจ้ะ
อย่าทำกันเลย ให้เขาได้รับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายที่เกิดขึ้นจริงๆ เถอะ เพราะถ้ามันเกิดเรื่องกับเราจริงๆ จะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ไม่มีใครเข้ามาช่วยเลย ก็ไม่รู้ว่าไอ้ที่ปูเคยใช้บริการ 191 แต่ไม่เคยเป็นผลเลยน่ะ เพราะว่าเขาคิดว่าเราโทร.ไปล้อเล่นอ๊ะป่าวดิ...







