posttoday
ดราม่าเรื่องน้ำท่วม

ดราม่าเรื่องน้ำท่วม

30 มีนาคม 2558

เฟซบุ๊ก Pitch Pongsawat

เฟซบุ๊ก Pitch Pongsawat

ดราม่าเรื่องน้ำท่วมเนี่ย ผมว่าอีกกี่ปีก็ไม่จบ เพราะว่ากรุงเทพฯเป็นเมืองที่เกิดน้ำท่วมได้ตลอดจริงๆ ในแง่ของภูมิศาสตร์ครับ แต่สิ่งที่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกฝ่ายคือ

๑. การแสดงท่าทีของผู้บริหารกรุงเทพฯในการตอบคำถามเรื่องน้ำท่วมสำคัญ ผมคิดว่า เราควรจะช่วยกันคิดเรื่องกรุงเทพฯในฐานะเป็นเรื่องของชุมชนเมืองที่เราต้องอยู่ด้วยกัน คือ เราจะร่วมรับมือกับน้ำท่วมอย่างไร เราจะตรวจสอบได้อย่างไรว่าน้ำท่วมครั้งนี้เป็นความผิดของใคร ไม่ใช่ว่าน้ำท่วมเป็นเรื่องที่รับมือไม่ได้ ตัวอย่างเช่น เรามีระบบเตือนภัยที่ดีพอไหม คนเข้าใจและรับฟังไหมว่าวันนี้เขาพยากรณ์อากาศว่าเรือเล็ก เอ๊ย รถเล็กไม่ควรออกจากฝั่ง หรือเคยฟังไหมว่าฝนตกมันมีปริมาณเท่าไหร่ ถ้าระบบการพยากรณ์อากาศไม่ดีพอ เราก็ต้องแก้ไขปรับปรุง นี่ผมเห็นแต่มีแต่ดีเจเปิดเพลงฝนสารพัดเพลง สังคมเราแต่งเพลงเข้ากับบรรยากาศฝนเก่งกว่าแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมครับ

๒. ประเทศที่เขามีภัยหิมะเขาก็รู้ว่าจะทำอะไรบ้าง หรือจะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหาเพราะมันต้องการทรัพยากรเพิ่มเติมอะไรบ้าง มันต้องผลักน้ำลงทะเล หรือมันจะต้องเอาน้ำไปไว้ที่ไหน ต้องประกาศหยุดงานไหม โลกนี้เขามีวิธีรับมือกับภัยพิบัติอีกตั้งหลายอย่างครับผม

๓. เราเคยร่วมกันตรวจสอบไหมว่ามีใครที่ไปปลูกสร้างขวางทางน้ำบ้าง อันนี้เป้นเรื่องกฏหมายผังเมืองและอาคารครับ เราสามารถร่วมกันทำข่าวสืบสวนได้ ตรงนี้ไม่ใช่มองแต่ว่า กทม.นั้นคือเครื่องสูบน้ำ แต่ต้องมองว่า กทม. รวมไปถึงเรื่องของการจัดการที่ดินแและการปลูกสร้างด้วย เวลาที่วางผังเมืองเนี่ย ควรคิดอะไรมากไปกว่าเรื่องกิ๊บเก๋ตามฝรั่งโดยลืมรากเหง้าของภูมิศาสตร์ เช่นการจัดแบ่งพื้นที่เป็นที่พัก อุตสาหกรรม การค้า พื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ สัดส่วนพื้นที่ว่างและพื้นที่สีเขียวไรงี้ มันต้องมองพื้นที่เก็บน้ำด้วย น้ำท่วมคือปัญหาหลักของเมืองน่าอยู่ด้วยฮะ ไม่ใช่มีแต่เมืองเดินได้ เมืองจักรยาน ที่จอดรถอัจฉริยะ อันนี้สำมะคัญ

๔. เราคงต้องร่วมกันคิดเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมในแง่ของปัญหาระดับภูมิภาค (regional) คือความสัมพันธ์ของกรุงเทพและเมืองโดยรอบ เราต้องคิดถึงความเป็นธรรมเชิงพื้นที่ ว่าเราจะผลักน้ำไปให้คนรอบกรุงเทพได้มากน้อยแค่ไหน เรามีสิทธิไหม เราต้องชดเชยอะไรให้เขา เราเคยทำข่าวทีเอาคนรอบกรุงเทพเป็นศูนย์กลางของข่าวไหม การสร้างความเป็นธรรมในเชิงพื้นที่มีมากกว่าเรื่องภาษี เราอาจต้องหยุดการเติบโตของกรุงเทพฯบ้าง ถ้าเราเอาน้ำเป็นที่ตั้ง

๕. ที่เขียนมาทั้งหมดเพื่อต้องการจะชี้ว่า ทัศนคติของผู้นำในการตอบคำถามสื่อนั้นไม่ใช่เรื่องเดียวในการที่เราควรจะมองเรื่องน้ำท่วมครับ นั่นมันเป็นเรื่องอารมณ์ การสร้างภาพ และความคาดหวังของเรา แต่เราก็ควรจะร่วมกันคิดอย่างอื่นในฐานะที่เราต้องแบกทุกข์ร่วมกัน ผมไม่ได้เลือกอาจารย์สุขุมพันธุ์เป็นผู้ว่า แต่ผมไม่คิดว่าการด่าอาจารย์สุขุมพันธ์แล้วน้ำมันจะลด ผมว่ายังมีการตรวจสอบการบริหารงานของอาจารย์สุขุมพันธ์อีกตั้งมากมาย และเราต้องตรวจสอบและร่วมกันอยู่ในกทม.อีกนาน ไม่ว่าฝ่ายไหนจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล อันนี้เป็นสำนึกของพลเมืองครับ ถ้าเอาแต่ด่าอาจารย์สุขุมพันธ์แค่เรื่องการสัมภาษณ์แล้วคนที่เดือดร้อนและจมน้ำก็คือพวกเราเองอยู่ดี เราต้องเป็นคนเสียงข้างน้อยที่มีคุณภาพ เป็นฝ่ายแพ้ที่ไม่ทำลายกติกาถ้าเรายังเชื่อมั่่นในกติกา เราไม่ได้ชนะในทุกสนาม แต่เราต้องทำให้คนชนะเขาเห็นหัวเราด้วย และที่สำคัญถ้าเราอยากชนะเราต้องชนะเขาด้วยการสร้างทางเลือกที่ดีไปกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ชนะด้วยการด่าหรือทำลายกติกา อย่าลืมว่ากรุงเทพฯคือระบบการปกครองท้องถิ่นที่คำนึงถึงประชาธิปไตย และทุกครั้งที่เราแข่งขันนั้น แม้ว่าเราจะไม่ชนะเราก็มีความหวังเสมอว่าประเด็นที่เราเรียกร้องจะถูกนำเสนอเป็นประเด็นสาธารณะจากทุกฝ่าย

๖. ฝนยังตกอีกหลายเดือนน และอาจารย์สุขุมพันธุ์ก็ยังอยู่กับพวกเราอีกหลายปี ถ้าไม่อยู่ร่วมกันอย่างมีสติ ก็จะมีแต่น้ำลายนั่นแหละครับที่ท่วมเราซ้ำจากน้ำฝน

ที่มา www.facebook.com/pitch.pongsawat

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน