posttoday
ฟ้าหลังฝน...‘ฟีม’ รัฐภาคย์

ฟ้าหลังฝน...‘ฟีม’ รัฐภาคย์

29 มีนาคม 2558

ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างสาหัสสากรรจ์สำหรับลูกผู้ชายที่ชื่อ “ฟีม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดฝีมือระดับโลกชาวไทย

โดย...ราชันเบอร์23

ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างสาหัสสากรรจ์สำหรับลูกผู้ชายที่ชื่อ “ฟีม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดฝีมือระดับโลกชาวไทย ถึงขั้นครั้งหนึ่งอยากจะเดินหันหลังให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไปใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปเสียเลย

ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มของตัวเองที่นับวันมีแต่ทรงกับทรุด หลังจากเสียคุณพ่อ คริสมาส วิไลโรจน์ ที่เป็นเสมือนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต หนุ่มวัย 27 ปี ยอมรับว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิต

“ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับชีวิต มันแย่ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแข่งรถ ที่ไม่สามารถทำผลงานได้ดี ยิ่งตอนที่เสียคุณพ่อด้วย มันเหมือนกับโลกใบนี้ช่างโหดร้ายเหลือเกิน และยิ่งแย่เข้าไปอีกเมื่อผมประสบอุบัติเหตุ ตอนแรกนึกว่าตายแล้ว ยังโชคดีที่กลับมาแข่งขันได้ แต่มันก็ไม่เหมือนเดิม ผมยอมรับเลยว่าหัวใจมันไม่ได้ ไม่กล้าแลก กล้าลุยเหมือนก่อน ทำให้ผลงานมีแต่แย่กับแย่ ถึงขั้นอยากจะเลิกแข่งรถไปเลย” ฟีมเริ่มสาธยาย

จุดพลิกผันของชีวิตที่ทำให้กลับมาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง คือครอบครัว โดยเฉพาะภรรยา ที่ให้กำลังใจตลอดมาและอยู่เคียงข้างยามที่เราท้อแท้

“ต้องบอกว่าครอบครัวสำคัญสำหรับผมมาก มด (อนุรดี พึ่งกลั่น) ภรรยาเป็นกำลังใจให้ผมเสมอมา เขาจะคอยปลอบประโลมยามที่ท้อแท้ สิ้นหวัง ยิ่งตอนนี้ผมมีหัวใจเพิ่มอีกดวงนั่นคือ น้อง ‘โทรฟี่’ ลูกชายวัยขวบเศษ ทำให้ผมมีวันนี้ ปัจจุบันผมมีความรู้สึกว่าผมต้องรับผิดชอบเขา มันยิ่งใหญ่มากสำหรับคำว่าพ่อ ผมเพิ่งมาเข้าใจหัวอกของคำว่าพ่อตอนที่มีลูกเนี่ยแหละ มันทำให้ผมมีเป้าหมายในชีวิต”

ความฝันของผมสำเร็จแล้วหนึ่งขั้น คือการขึ้นโพเดียมและการคว้าแชมป์รายการระดับโลก มันเหมือนของขวัญจากสวรรค์ ที่คว้าแชมป์ต่อหน้าแฟนๆ ชาวไทย

“ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ขี่รถ สิ่งสำคัญคือ ทุกวันนี้ เวลาได้ขี่รถและทำความเร็วในสนาม ผมมักจะมีความรู้สึกเสมือนได้สื่อสารกับพ่อของผม คงเป็นความคิดถึง การจดจำ และความคุ้นชินที่คุณพ่อผมสอนผมสะสมมาตั้งแต่ครั้งยังเด็ก อาจจะเรียกได้ว่าคุณพ่อผมสร้างผมขึ้นมาให้เป็นนักขี่รถที่มีวันนี้ได้ ก็มาจากความเคี่ยวเข็ญ และอุตสาหะที่พ่อมีให้ผมนั่นเอง วันแข่งผมคิดถึงพ่อมาก

ฟ้าหลังฝน...‘ฟีม’ รัฐภาคย์

 

“ผมนึกถึงท่าน ขอให้ช่วยผม เป็นกำลังใจให้ผม ผมรู้ว่าท่านอยู่รอบๆ ตัว และที่สำคัญตั้งแต่รู้ว่าจะต้องมาชิงชัยที่นี่ เมืองไทยบ้านของเรา ผมเลือกหมายเลข 9 ผมรู้อยู่อย่างเดียว ผมจะต้องเอาแชมป์มาให้ได้ เพราะมันมีความหมายสำหรับผม ทุกครั้งที่ผมเข้าสู่โค้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่ทางตรง เหนือแทร็กจะเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากความรู้สึกที่อยากจะได้ชัยชนะ ผมรู้สึกอยากชนะเพื่อพ่อหลวงของคนไทย และทำเพื่อพ่อของผมที่วันนี้ท่านได้จากผมไปแล้ว และผมก็ทำได้ น้ำตาของลูกผู้ชายมันหลั่งออกมาอย่างไม่รู้ตัว”

สิ่งที่ผมต้องสู้ตอนนี้ไม่ใช่คู่แข่ง คือตัวของผมเอง

“สภาพร่างกายตอนนี้ผมดีมาก เข้าฟิตเนสทุกเช้าและเย็น ส่วนสภาพจิตใจก็เข้มแข็งขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่หยุดพักไปช่วงหนึ่ง ผันตัวเองไปเป็นโค้ช มันเหมือนกับการชาร์จแบต และเรียนรู้จากข้อผิดพลาด ตอนนี้ผมสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าก่อน”

เป้าหมายต่อไปอยากจะติดอันดับท็อปไฟว์ ศึกเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ หลังจากคว้าแชมป์สนามที่ 2 ที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อสัปดาห์ก่อน

“เป้าหมายการแข่งขันในปีนี้ ผมอยากจะติด 1 ใน 5 ศึกเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ผมคิดว่าน่าจะทำได้ แต่มันยังเหลืออีกหลายสนาม เพราะเพิ่งผ่านไปแค่ 2 สนามเท่านั้น แต่การคว้าแชมป์โฮมเรซ มันช่วยให้ผมมั่นใจขึ้น หลายคนบอกว่ามันจะกดดัน แต่ผมกลับมองว่าเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราต้องฝึกซ้อมให้หนักขึ้นเพื่อที่จะเดินไปให้ถึงจุดหมาย”

25 คะแนนเต็ม สำหรับสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ส่งผลให้ “ฟีม” รัฐภาคย์ พุ่งขึ้นไปเป็นผู้นำในรุ่นเวิลด์ ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี มี 36 คะแนน สนามต่อไปที่เอรากอน ประเทศสเปน ในวันที่ 10-12 เม.ย.นี้ จะเป็นเวทีสร้างชื่อให้กับเขาได้อีกหรือไม่

เป็นเรื่องที่คนไทยอย่างเราต้องเอาใจช่วยและเป็นกำลังใจให้ผู้ชายที่ชื่อ “ฟีม” รัฐภาคย์ กันต่อไป!!!

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ