
เรียนจากรัฐบุรุษ
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วโลกอยู่ในโหมดอาลัย ลีกวนยิว อดีตผู้นำที่ยิ่งใหญ่และรัฐบุรุษผู้ก่อตั้งสิงคโปร์
โดย... สุภชาติ เล็บนาค
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วโลกอยู่ในโหมดอาลัย ลีกวนยิว อดีตผู้นำที่ยิ่งใหญ่และรัฐบุรุษผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ ซึ่งถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบไปด้วยวัย 91 ปี
ครับ ชีวิตของรัฐบุรุษผู้นี้ไม่เคยว่างเว้นจากการทำงาน สิงคโปร์ในยุคแรกๆถูกปรามาสว่าไร้ระเบียบ เต็มไปด้วยซ่องโสเภณีและอาชญากรรม
อย่างไรก็ตาม ลีกวนยิว นำประเทศด้วยการผสมผสานระบบทุนนิยมกับการใช้ “อำนาจนิยม” อย่างเข้มแข็ง สร้างชาติจากเกาะเล็กๆ ให้เป็นชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 1 ของอาเซียนได้
ลักษณะอำนาจนิยมนั้น ทำให้ตลอด 30 ปีของการเป็นผู้นำประเทศ เขาถูกโจมตีว่าเป็นผู้นำเผด็จการ ผูกขาดระบบการเมือง และจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนอย่างรุนแรง มิหนำซ้ำบริษัทของตระกูลยังเข้าไปบริหารสายการบิน บริษัทโทรคมนาคม อู่ต่อเรือ ไปจนกระทั่งอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
แต่หากจะมองว่าสิงคโปร์เจริญได้เพราะอำนาจผูกขาดนั้นก็คงไม่ถูกนัก เพราะวิสัยทัศน์ในการสร้างชาติ การผูกมิตรกับต่างประเทศ รวมถึงการให้ความสำคัญกับมนุษย์ ทำให้ “เผด็จการ” เป็นเรื่องรองลงไป
ผมเพิ่งไปเที่ยวสิงคโปร์เมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว ที่ผมชื่นชมเป็นพิเศษก็คือการให้ความสำคัญกับความแตกต่างของเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ และการเอาใจใส่กับเรื่องเล็กๆ อย่างการดูแล “พิพิธภัณฑ์” ครับ
ทั้งใน “ศาลาว่าการเมือง” หรือในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ล้วนให้ความสำคัญกับคนเล็กๆ ว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างบ้านแปงเมือง นั่นหมายความว่าหากมีเฉพาะลีกวนยิว หรือมีเฉพาะเชื้อชาติใดเชื้อชาติหนึ่งสิงคโปร์ก็ไม่สามารถเป็นสิงคโปร์วันนี้ได้
ทำให้วันที่ ลีกวนยิว เสียชีวิต นายกฯ ลีเซียนลูง ลูกชายของอดีตผู้นำ ได้ชวน “สิงคโปเรียน” แสดงความอาลัยเป็นภาษามาเลย์ ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ อย่างคล่องแคล่ว แบบเดียวกับที่พ่อเขาทำมาตลอด
ทีนี้มาถึงมุมมองของ ลีกวนยิว ที่มีต่อประเทศไทยบ้างครับ เขากล่าวไว้ในหนังสือ One Man’s View of the World ช่วงถาม-ตอบตอนหนึ่งว่า เพราะเหตุใดสิงคโปร์จึงไม่ควรกลัวไทย ทั้งที่ไทยมีทำเลที่
ดีกว่า ลีกวนยิว ตอบว่า ทางเรือคุณสามารถบายพาสผ่านกรุงเทพฯ ไปได้แต่ไม่สามารถผ่านสิงคโปร์ไปได้
ถามต่อว่า “แล้วทางอากาศล่ะ” ลีกวนยิว ตอบทันทีว่า “ก็ขึ้นอยู่กับว่าทักษะพื้นฐานและการศึกษาเขาอยู่ในระดับไหน เขาต้องเก่งกว่าเรา”
สุดท้าย คนถามถามว่า “คนไทยมีศักยภาพเหนือกว่าสิงคโปร์ไหม” ลีกวนยิว ตอบว่า อย่างแรก เรามีจุดเด่นในเรื่องภาษาอังกฤษ อย่างที่สอง เรามี “ระบบการศึกษา” เป็นพื้นฐานเข้มแข็งทำให้ผลิตแรงงานคุณภาพได้มาก รวมถึงในด้านอาชีวศึกษา ก่อนจะจบคำตอบ ลีกวนยิว ยังตั้งคำถามไว้อีกว่า “แล้วเขา (ไทย) สามารถทำให้คน 60 ล้านคน ในชนบทมีการศึกษาได้เท่าเทียมไหมล่ะ”
เห็นไหมครับ ความสามารถของรัฐบุรุษผู้ล่วงลับ ไม่เพียงแต่มีวิสัยทัศน์ในการประเมินประเทศตัวเอง แต่ยังประเมินจุดอ่อนของไทยได้อย่างเฉียบแหลมอีกด้วย!







