posttoday
สายสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ของไทยและจีน

สายสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ของไทยและจีน

28 มีนาคม 2558

การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ทุกคนจับตามองเป็นพิเศษ

โดย...ทีมงานโลก 360 องศา

การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ทุกคนจับตามองเป็นพิเศษ ประกอบกับบทบาทของผู้นำท่านใหม่ ที่เอาจริงเอาจังกับการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ประเทศก็ยิ่งทำให้จีนมีความโดดเด่นที่สุดในเวทีโลก ถึงแม้ว่าจีนจะเป็นประเทศที่ไม่ได้มีพรมแดนติดกับประเทศไทย แต่ต้องยอมรับว่าเท่าที่ผ่านมาทั้งสองประเทศมีความผูกพันเหมือนเป็นเครือญาติกันมานานแสนนาน ดังนั้นไม่ว่าทิศทางของจีนจะขับเคลื่อนไปในทิศทางใด ก็ย่อมจะเกี่ยวเนื่องกับไทยอย่างแน่นอน

ภายใต้การเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาทางสังคม ทำให้จีนมีความต้องการอุปโภคบริโภคมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องพึ่งพิงการนำเข้า ดังนั้นนักธุรกิจต่างประเทศก็พยายามหาช่องทางเอาสินค้าเข้ามาจำหน่ายในจีน ในขณะเดียวกันขีดความสามารถในการผลิตสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าที่อื่นๆ ก็ทำให้พ่อค้าแม่ค้าจากทั่วโลกต้องการนำเอาสินค้าจีนไปขายในประเทศของตน ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้ใครต่อใครอยากคบหาจีนมากขึ้น อย่างไรก็ตามจีนถือว่าเป็นประเทศที่มีลักษณะเฉพาะตัว และมีประเด็นละเอียดอ่อนที่ต้องทำความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเมือง ดังนั้นการจะคบหากับจีนอย่างยืนยาวได้ต้องมีความเข้าใจจีนอย่างแท้จริง

ยุคสมัยก่อนหน้านี้ เรามักจะได้ยินว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกลเราคนกันเอง เราเป็นญาติกันทั้งนั้น” เวลาจะทำธุรกิจกับคนจีนก็พยายามไล่โยงเชื้อสาย เพื่อแสดงความเป็นญาติกันแต่ยุคสมัยนี้ที่ภาคธุรกิจเน้นความยั่งยืนมากขึ้น การเจรจาทางธุรกิจจึงไม่ใช่เรื่องของสายสัมพันธ์เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่ลงตัวของทั้งสองฝ่ายอย่างมืออาชีพ

สายสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ของไทยและจีน

ด้วยเหตุที่จีนมีพื้นที่กว้างใหญ่ มีประชากรมากมาย มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย และมีการเติบโตไปอย่างรวดเร็ว มีการปกครองที่เป็นรูปแบบเฉพาะตัว ดังนั้นการจะทำอะไรร่วมกับคนจีนเเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องใช้ทั้งความรู้ทางประวัติศาสตร์บวกกับข้อมูลจากสถานการณ์ปัจจุบัน และบวกกับความรู้จักมักคุ้นส่วนตัวประกอบกัน ซึ่งในประเทศไทยก็มีก็หลายหน่วยงานที่ศึกษาประเทศจีนอย่างจริงจัง เพื่อประโยชน์ในการสร้างความสัมพันธ์และพัฒนาธุรกิจร่วมกัน อาทิ ศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา บอกกับเราว่า จุดประสงค์ในการก่อตั้งสถาบันแห่งนี้ก็เพื่อผลิตผลงานทางวิชาการเกี่ยวกับจีนให้ครอบคลุมทุกๆ ด้าน เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสเรียนรู้
และทำความเข้าใจจีนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ว่าไทยและจีนจะมีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน และเราก็รู้จักจีนผ่านคนจีนที่เข้ามาทำการค้าขายหรืออพยพเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย แต่นั่นก็เป็นเพียงการทำความรู้จักจีนในอีกเสี้ยวหนึ่งของคนจีนที่มาจากแต้จิ๋ว, ฮกเกี้ยน และจีนแคะเท่านั้นเพราะจีนยังมีอีกหลายมณฑลที่รวมกันเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล

แม้ว่าในช่วงหลังจีนจะเปิดโอกาสให้เข้าถึงข้อมูลต่างๆ มากขึ้น แต่ด้วยความซับซ้อนและความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรม ก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานหรือองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นต้นว่าเรื่องเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีนนั้น ก็ต้องมีการศึกษาเป็นกรณีไป พร้อมทั้งจะต้องเข้าใจระบบคิดทางเศรษฐกิจแบบจีนให้ลึกซึ้งด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงฝั่งไทยเท่านั้น หากแต่ว่าทางจีนก็มีหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อเรียนรู้จักไทยให้มากขึ้นเช่นเดียวกัน และนั่นจะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือที่ตั้งมั่นอยู่บนความเข้าใจอันดีระหว่างกันทั้งสองฝ่าย

สายสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ของไทยและจีน

แต่ก็ไม่ใช่ว่าประเทศภายนอกจะอยากรู้จักและเข้าใจจีนเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น จีนเองก็อยากให้ประเทศอื่นๆ มีความเข้าใจในความเป็นจีนอย่างลึกซึ้งเช่นกัน โดยผ่านการทูตและผ่านสถาบันขงจื่อ ซึ่ง ผศ.ดร.ประพจน์ อัศววิรุฬหการผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกกับเราว่า การติดต่อเจรจากับจีนที่ดีที่สุด คือ การใช้ภาษาจีน เพราะภาษาจีนเปรียบเหมือนกุญแจดอกหนึ่งที่จีนมอบไว้ให้ ใครที่เข้าใจภาษาจีนลึกซึ้งก็เหมือนมีกุญแจที่สามารถไขเข้าไปทำความรู้จักกับจีนได้อีกหลากหลายมิติ

ดังนั้น การที่จีนเข้าไปตั้งสถาบันขงจื่อในประเทศต่างๆ ก็ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่าจีนก็อยากให้คนทั่วโลกทำความรู้จักกับจีนให้มากขึ้น พร้อมกันนั้นบุคลากรที่ถูกส่งมาดูแลสถาบันก็ต้องเรียนรู้ภาษาของผู้คนในประเทศเหล่านั้นด้วยแต่สิ่งสำคัญเลยคือการมีความสามารถทางด้านภาษาเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจเข้าใจประเทศจีนได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงนัย, อารมณ์ และความรู้สึกนึกคิดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการสื่อสารของคนจีนด้วย ถ้าทำตรงนั้นได้ก็จะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือโดยผ่านการเจรจาอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้ว่าไทยกับจีนจะมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา แต่ในความเป็นจริงแล้วคนไทยกับคนจีนนั้นมีการติดต่อสัมพันธ์กันมาหลายร้อยปีแล้ว ซึ่งในช่วงที่ประเทศไทยประสบปัญหาทางการเมือง ต่างชาติตะวันตกบางประเทศแสดงท่าทีไม่ยอมรับ แต่ประเทศจีนกลับเป็นชาติแรกๆ ที่ยืนยันมิตรภาพกับไทย ไม่ว่าการเมืองจะเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม  นั่นยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น เดือน ก.ค.ปีนี้จะถือเป็นปีครบรอบความสัมพันธ์ไทย-จีน 40 ปี ซึ่งโอกาสนี้คงไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ทางการทูตเท่านั้น แต่เป็นการให้แสดงถึงคุณค่าของมิตรภาพของสองประเทศ

สายสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ของไทยและจีน

ที่ผ่านมา ความกว้างใหญ่และความหลากหลายของจีน ยังได้ถูกนำเสนอผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวอีกมากมาย หลายสถานที่กลายเป็นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แม้ว่าการเดินทางจะยากลำบากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจขวางกั้นความปรารถนาของนักท่องเที่ยวไว้ได้ และก็มีสถานที่อีกไม่น้อยที่มีแรงศรัทธาในทางศาสนาเป็นแรงผลักดันให้เดินทางไปถึง  

ในส่วนของอาหารการกินของจีนนั้นก็มีความหลากหลาย ซึ่งรสชาติก็แตกต่างกันไปในแต่ละมณฑล โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะถูกปากนักท่องเที่ยวชาวไทย ในขณะที่บ้านเมืองส่วนใหญ่ก็เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่จีนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ปี 2008 ที่ผ่านมา ก็เป็นช่วงที่จีนใช้โอกาสนั้นนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่สู่สายตาชาวโลก

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย คำว่า “ไทย-จีนใช่อื่นไกล เราคนกันเอง เราเป็นญาติกันทั้งนั้น”ก็อาจมีนัยที่แปรเปลี่ยนไปบ้าง จากความสัมพันธ์ด้านต่างๆ ที่หลากหลายและเพิ่มพูนมากขึ้น และยังก่อให้เกิดการเรียนรู้และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกันมากขึ้นอีกด้วย ตลอดช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา บวกกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็ได้เป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า แม้จะไม่มีพรมแดนติดกัน แต่ก็ไม่อาจขวางกั้นสายสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ของไทยและจีนได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ