
ผสานความคิดเก่า-ใหม่ เสริมใยความผูกพัน
ความผูกพันระหว่างสายเลือดนั้นย่อมเหนือกว่าความผูกพันใดๆ แต่ก็มีบ้างที่บางครั้งความผูกพันจะถูกแทรกแซงด้วยความไม่เข้าใจ ด้วยวัยที่ต่าง ความคิดที่ไม่ต่างไปตามยุคสมัย
โดย... จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ความผูกพันระหว่างสายเลือดนั้นย่อมเหนือกว่าความผูกพันใดๆ แต่ก็มีบ้างที่บางครั้งความผูกพันจะถูกแทรกแซงด้วยความไม่เข้าใจ ด้วยวัยที่ต่าง ความคิดที่ไม่ต่างไปตามยุคสมัย รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ แวดล้อม อย่างไรก็ตาม หากความผูกพันนั้นแข็งแกร่งพอ และต่างฝ่ายต่างพร้อมจะทำความเข้าใจกัน ต่อให้มีปัญหาหนักหรือใหญ่แค่ไหนเข้ามาแทรกกลางระหว่างสองคน สุดท้ายก็จะผ่านไปได้ ซึ่งความผูกพันระหว่าง “สมชัย รัตนโอภาส” และ “ศุภชัย รัตนโอภาส” พ่อ-ลูกที่ต้องทำงานร่วมกันก็น่าจะจัดอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งพอเช่นกัน
คุณพ่อเป็นฮีโร่ที่เลียนแบบได้ยากมาก
ศุภชัย รัตนโอภาส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มโรงแรมเอ-วัน
ถ้าจะถามถึงความสนิทสนมกับคุณพ่อ (สมชัย รัตนโอภาส) ก็มากพอสมควร ให้คะแนนความสนิทที่ระดับ 8 เต็ม 10 จริงๆ แล้วคุยกันได้ทุกเรื่อง แต่บางเรื่องเมื่อคุยกันไปมาแล้วก็อาจจะล้ากันไปเอง
คุณพ่อเป็นคนไม่ดุเลย และถือว่าเป็นคนที่เข้าใจอะไรได้ดีมากจนน่าตกใจ สิ่งที่ชอบในตัวคุณพ่อก็คือเป็นคนทำอะไรได้อย่างมีระเบียบแบบแผนในตัวเองมาก เป็นคนที่มีความมุ่งมั่น ถ้าคิดจะทำอะไรแล้วก็จะทำเลย ไม่วอกแวก และไม่หยุดทำ แม้ว่าพอทำไประยะหนึ่งสิ่งที่ทำจะมีแนวโน้มไม่น่าจะเดินต่อไปได้ แต่คุณพ่อจะมองเสมอว่าสิ่งที่เดินหน้าทำแล้วจะต้องเดินต่อไปได้อย่างเดียว ต่อให้มีแนวโน้มไม่น่าเดินต่อไปได้ก็จะมองหาทางจนเดินต่อให้ได้ในที่สุด ซึ่งผมชอบเขาตรงนี้ที่สุด นอกจากนี้ คุณพ่อยังเป็นคนที่ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรจะรอบคอบมากถึงมากที่สุดด้วย แต่สิ่งเหล่านี้ผมยังทำไม่ได้อีกมาก
เวลาที่ว่างนั้น คุณพ่อชอบทำงาน หรือจะเรียกได้ว่าแทบไม่เคยเห็นคุณพ่อว่างเลย ก่อนหน้านี้อาจจะมีไปตีกอล์ฟบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ว่างเลย คิดแต่เรื่องงานอย่างเดียว แต่คุณพ่อเป็นคนดูแลสุขภาพดีมากจะออกกำลังกายด้วยการวิ่งทุกวัน และดูแลเรื่องอาหารอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นคนที่รู้ตัว มีความรับผิดชอบมากๆถ้ารู้ว่าจะต้องไปทำงานอะไรบ้าง ก่อนหน้านั้นก็จะไม่ไปทำอะไรที่เสี่ยงกับการไปทำงานไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่ห่วงเรื่องสุขภาพของคุณพ่อเลย
“เขามีความสุขกับการทำงาน การทำงาน คือการพักผ่อนของเขาเลยไม่รู้จะเป็นห่วงอะไรเขามีความสุขที่จะตื่นขึ้นมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ดูเว็บไซต์จองโรงแรมต่างๆ เพื่อติดตามข้อมูลความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับธุรกิจ” ศุภชัย เล่า
ผมคิดว่าคุณพ่อเขาห่วงเรามาก เพราะช่วงนี้ผมอยากทำอย่างอื่นด้วยนอกจากเข้ามาทำงานโรงแรม มีโครงการทำร้านอาหารกับเพื่อนๆ ซึ่งในอนาคตแนวคิดนี้ก็อาจจะนำมาผสมผสานกับโครงการในโรงแรมด้วยก็ได้
ศุภชัย ระบุว่า คุณพ่อเป็นฮีโร่ที่เรารู้สึกว่าทำเลียนแบบได้ยากมาก สิ่งที่ประทับใจกับคุณพ่อ คือ เวลาผมสนุกกับเรื่องของตัวเองอยู่มากๆ เขาจะเป็นคนเตือนผมได้ดี แม้คำพูดแค่คำเดียวก็จะทำให้ผมคิดได้ เช่น ถ้าช่วงไหนผมอาจจะมีเวลาอยู่กับงานที่โรงแรมน้อยเกินไป มัวไปสนุกกับสิ่งที่ตัวเองอยากทำ คุณพ่อก็เตือนว่า ความสนุกไม่จำเป็นต้องอยู่ข้างนอก แค่ตั้งใจทำงานข้างในโรงแรมก็สนุกได้
คุณพ่อทำให้รู้สึกว่า ขีดจำกัดของคนมีมากกว่าที่ผมคิด ผมอาจจะคิดว่าสิ่งนี้สำหรับผมถือว่าทำสำเร็จ ให้คะแนนเต็ม 10 แล้ว แต่สำหรับคุณพ่อความสำเร็จนี้ คะแนนอาจจะอยู่แค่ 6 เพราะเชื่อว่ายังสามารถทำต่อไปได้อีก
พ่อ-ลูก ต้องมีเหตุมีผล ซึ่งกันและกัน
สมชัย รัตนโอภาส กรรมการผู้จัดการ กลุ่มโรงแรมเอ-วัน
ถ้าให้คะแนนความสนิทของผมกับลูกชายคนนี้คงอยู่ที่ 7 เต็ม 10 เขาเป็นคนมีความคิดอะไรใหม่ๆ ดีๆ ผมเคยลองให้เขาทำงานบางเรื่องในโรงแรมด้วยความสามารถของเขาเองก็ทำได้ดี อาจเป็นเพราะเขามีความคิดใหม่กว่า ต่างกับคนรุ่นผมอยู่ในวัย 60 ปีแล้ว เมื่อได้เห็นความคิดใหม่ๆ ของเขาก็ทำให้ผมได้มองเห็นอีกมุมที่อาจไม่เคยมอง
เช่น ลูกค้ารุ่นใหม่ต้องการอะไร เขาจะรู้ คนอายุเท่าผมจะจำเจกับการขายห้องพักแบบเดิมๆ แต่เมื่อรุ่นใหม่ความคิดเปลี่ยนไป ช่องทางการขายต้องเปลี่ยนไป ก็ต้องฟังความคิดของรุ่นลูกที่ไม่เหมือนกับรุ่นผม
แม้กระทั่งเรื่องการสร้างโรงแรมก็ต้องฟังความคิดของลูกตัวอย่างที่พัทยากลุ่มโรงแรมเอ-วัน ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีอยู่แล้วแต่ด้านหน้าโรงแรมออกแบบมานานแล้วเป็นสระว่ายน้ำ พอมาถึงรุ่นลูกก็บอกว่า ทำไมข้างหน้าไม่เปลี่ยนทำเป็นสวนน้ำ ก็ทำให้ผมรู้สึกว่าความคิดเขาดี
ลูกชายผมอาจจะเกร็งกับแนวคิดเก่าๆ แบบผม ตัวผมเองก็คิดเหมือนกันว่าลูกจะรับแนวคิดผมได้ไหม ก็ลองผิดลองถูกปรับความคิดเข้าหากัน
สิ่งที่ประทับใจในตัวลูกชายคนนี้คือ อย่างน้อยเขาก็หันมาทำธุรกิจ ชอบธุรกิจที่เราทำ เขายังฟังเรา ฟังแนวคิดของเรา พยายามไปผนวกเข้ากับแนวคิดที่เขามีอยู่ ขณะเดียวกันเขาก็อยากให้เราเชื่อในความคิดของเขา ดังนั้นในเมื่อเขายังฟังเรา เราก็ต้องฟังเขา มีเหตุมีผลซึ่งกันและกัน
เวลาว่างลูกชายผมชอบจัดปาร์ตี้ ชวนเพื่อนมาสังสรรค์ที่บ้าน มีกินดื่มบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เรารับได้ เพราะไม่มีเรื่องสิ่งเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง
สิ่งที่เป็นห่วงในตัวลูกชายคนนี้ ก็คงกลัวเขาจะไม่ทำธุรกิจโรงแรม เพราะเราทำธุรกิจนี้มานาน ทั้งกรุงเทพฯ พัทยาก็กลัวไม่มีคนสานต่อ แต่ก็โล่งใจเพราะเขาก็เข้ามาทำ
“ผมไม่กลัวเขาทำไม่ได้ ขอเพียงลงมาทำ เมื่อลงมาแล้วเชื่อว่าเขาจะพยายามดิ้นรนจนทำได้เอง” สมชัย กล่าว
สมชัย ทิ้งท้ายว่า แม้เราจะเป็นพ่อ แต่ไม่ใช่ว่าสิ่งที่เราคิดจะถูกเสมอไป ดังนั้นเมื่อลูกมีแนวคิดที่ดี เราก็ต้องพยายามปรับเปลี่ยนความคิด ลองทำตามความคิดของลูกดู นำความคิดของคนรุ่นใหม่มาผสมผสานกับคนรุ่นเก่า ก็จะได้กลยุทธ์ธุรกิจที่น่าสนใจมาก
คงเป็นเพราะการผสมผสานความคิดคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่นี่เอง ที่เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ความผูกพันระหว่างสายเลือดยังคงแน่นแฟ้นและยืนยง







