
ซินเดอเรลลา แห่งฟิลิปปินส์
วินาทีที่ชื่อของเจนิเซล ลูบิกา ได้รับการประกาศให้เป็นมิสฟิลิปปินส์คนใหม่
วินาทีที่ชื่อของเจนิเซล ลูบิกา ได้รับการประกาศให้เป็นมิสฟิลิปปินส์คนใหม่ คือวินาทีสำคัญที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กสาวคนหนึ่งไปตลอดกาล ไม่ใช่เพราะเธอจะเป็นตัวแทนของประเทศไปประชันกับสาวงามทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนชีวิตของเด็กสาวที่มีฐานะยากจน เคยทำไร่ทำนาคนหนึ่ง มาเป็นนางแบบเฉิดฉายบนรันเวย์
เอเอฟพี ระบุถึงความนิยมของเวทีการประกวดเฟ้นหาสาวงามในฟิลิปปินส์ ว่าเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่สาวๆ ที่หวังจะใช้เวทีเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนแปลงฐานะความเป็นอยู่ที่ยากจน ไปสู่ความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย ได้อยู่ในแวดวงแฟชั่นชั้นสูง และเซเลบริตี้คนดัง เจนิเซลเองก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสนี้จากการสมัครเข้าโรงเรียนปั้นนางงามในกรุงมะนิลา ซึ่งจะเปลี่ยนสาวขี้อายเป็นสาวสวย ที่สามารถพูดถึงสันติภาพบนโลกใบนี้ได้บนส้นสูง 6 นิ้ว
“แม่ของฉันเป็นคนรับใช้ และฉันไม่อยากเป็นคนรับใช้ไปตลอดชีวิต ครั้งหนึ่งฉันเคยต้องถูพื้นทั้งวัน เพราะเจ้านายของฉันไม่พอใจผลงานของฉัน” เจนิเซล สาวสวยวัย 19 ปี เคยให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี ก่อนที่เธอจะเข้าประกวดในเวทีมิสฟิลิปปินส์ โดยเธอได้รับการชักชวนจากเมกอัพอาร์ติสต์คนหนึ่ง
โรดิน กิลเบิร์ต ฟลอเรส ผู้อำนวยการของโรงเรียนสอนนางงามที่เจนิเซลเรียน บอกว่า การเรียนการสอนที่นี่อาศัยตามหลักวิทยาศาสตร์ หลักการทำงานของกล้ามเนื้อในการฝึกฝนการเดินให้กับนักเรียน ซึ่งท่าเดินของเขาถูกเปรียบเทียบว่าเหมือนท่า “Duck-Walk” (ท่าเดินของเป็ด) ที่ต้องโยกย้ายสะโพกไปซ้าย-ขวาเวลาเดิน
“เด็กนักเรียนทุกคนต้องโชว์ตัวตนออกมา เธอไม่สามารถเดินโชว์บนเวทีนางงามเหมือนกำลังสวมวิญญาณนางแบบที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ บนใบหน้า”
ในคลาสเรียน โรดินจะเฝ้ามองนักเรียนสาวสวยในชุดบิกินี่ สวมรองเท้าส้นสูง เดินในท่า “Duck-Walk” บนสนามบาสเกตบอล พวกเธอจะต้องเดินโดยห้ามหยุด ตราบที่ยังเดินได้ไม่เพอร์เฟกต์
“เราต้องเข้มงวด แน่นอนพวกเธอจะต้องมีอาการเจ็บปวดบ้าง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายคือพวกเธอจะไปถึงเส้นชัยที่หวัง”
ผลงานที่ผ่านมาของโรดิน เขาสามารถส่งสาวงามไปคว้าชัยในการประกวดสองเวทีใหญ่ระดับมิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2013 และมิสเอิร์ท 2014







