
‘ความสุข’ แบบไม่จำกัด
สมัยเด็กๆ เคยไปนั่งกินข้าวเย็นบ้านเพื่อนหลังใหญ่สีเหลืองที่อยู่ไม่ห่างกันนัก รู้สึกถึงคำว่า “อบอุ่น”
โดย...ดำ รงค์ พิณคุณ
สมัยเด็กๆ เคยไปนั่งกินข้าวเย็นบ้านเพื่อนหลังใหญ่สีเหลืองที่อยู่ไม่ห่างกันนัก รู้สึกถึงคำว่า “อบอุ่น” ว่าเป็นอย่างไรที่มีพ่อ แม่ ลูก นั่งกินข้าวกันสามคน และมีแขกที่เป็นเด็กอย่างผมอีกคนหนึ่ง นั่งโต๊ะรับประทานอาหารด้วยจานราคาแพง ช้อนทองเหลือง มีแก้วคริสตัลใส พร้อมคนรับใช้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก เพื่อคอยบริการตักอาหารหรือ รินน้ำให้ เหมือนภัตตาคารหรูในโรงแรม
การนั่งสังเกตสิ่งรอบตัววันนั้น ทำให้ผมรู้สึกว่า “สักวัน...จะต้องมีบ้านหลังใหญ่สีเหลืองแบบนี้” มีประตูใหญ่ลายเถาวัลย์ สีทอง ที่มีคนรับใช้มาเปิดประตูให้เมื่อเราขับรถยนต์เข้าบ้าน เมื่ออยู่มัธยมปลาย หลังจากซ้อมฟุตบอลเสร็จ เดินออกจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียลเวลาหกโมงเย็น วันนั้นเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นรถยนต์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร วิ่งเร็วดั่งจรวดผ่านหน้าโรงเรียนไป เสียงเครื่องดังสนั่น และรู้ว่านั่นไม่ใช่รถยนต์ธรรมดา แต่ยังจำภาพติดตาได้อยู่ว่า รถยนต์คันนั้น “สีแดง” (ปัจจุบันเราเรียกกันว่า Supercar) นั่นเป็นอีกครั้งที่ถูกบันทึกเข้าไปในสมองว่า “สักวัน...เราจะต้องมีรถยนต์สีแดงแบบนี้ให้ได้” เพราะมันวิ่งเร็วอย่างรถแข่ง วิ่งเร็วที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมา
ไอ้แป๊ะหมูขาว เพื่อนสนิทอีกคนสมัยมัธยมปลาย “แป๊ะ” เป็นชื่อเล่นที่เพื่อนๆ ตั้งให้ ส่วนคำว่า “หมูขาว” เพราะมันตัวอ้วนๆ อวบๆ ผิวขาว และเป็นวัยรุ่นผู้ชายคนเดียวที่ไม่มีขนหน้าแข้ง พวกเราอยู่ในแก๊งเดียวกัน มีประมาณสิบกว่าคน เล่นฟุตบอลด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน เรียนด้วยกัน และสนิทกันมาก เวลาเล่นฟุตบอลเสร็จ ทุกคนจะถอดเสื้อออกมาล้างตัว ล้างเหงื่อ ก่อนที่จะกลับบ้าน ช่วงนั้นเอง เป็นเวลาที่ไอ้แป๊ะหมูขาวถูกเพื่อนๆ อีกสิบกว่าคนแกล้งทุกเย็น คือ เมื่อถอดเสื้อ ทุกคนจะเห็นความอวบและขาวของไอ้แป๊ะ และก็จะเอามือมาตีที่แผ่นหลังของมัน
อีกไม่ถึง 5 วินาที หลังของไอ้แป๊ะจะเป็นรอยมือสีแดงเหมือนในหนังจีน ที่ถูกฝ่ามือเหล็กปะทะเข้าใส่ ไม่ใช่แค่รอยมือเดียว ทุกคนพยายามสร้างรอยฝ่ามือเหล็กบนหลังเพื่อน ว่ารอยมือของใครจะชัดกว่ากัน จึงทำให้มือเป็นสิบมากระทบหลังเพื่อนอ้วนขาวอย่างตั้งใจ ถึงแม้บางครั้งที่ไม่มีการแข่งขันปะทะฝ่ามือกัน หากใครเห็นไอ้แป๊ะหมูขาวถอดเสื้อเมื่อไร ก็อดใจไม่ได้ที่จะง้างมือขึ้นมาแล้วตบไปอย่างแรงเหมือนทุกครั้งที่หลังของเพื่อนรัก
ผมสังเกตเห็นเพื่อนๆ หัวเราะกันอย่างมีความสุขทุกครั้งที่ได้ประทับตราฝ่ามือของตนเองบนหลังเพื่อนเสียงดัง “เพียะ” เป็นสิบครั้ง และดูเหมือนจะเจ็บมาก แต่สำหรับไอ้แป๊ะหมูขาว มันหัวเราะทุกครั้ง และไม่เคยโกรธเพื่อนๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าผมทุกครั้ง คือ ภาพที่มันแอ่นหลังเพราะว่าเจ็บ แต่บนใบหน้านั้น...มีรอยยิ้มเสมอ เรื่องนี้ถูกบันทึกลงในสมองผมอีกว่า “สักวัน...เราต้องหัวเราะทุกครั้ง เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต”
แต่ในสมัยวัยรุ่นนั้น คิดอีกแบบหนึ่งคือ “คนอ้วนนั้น หัวเราะง่าย และโกรธยาก” เป็นความคิดแบบเด็กธรรมดาคนหนึ่ง เวลาผ่านไปเกือบสิบกว่าปี ผมได้เจอเพื่อนสมัยประถมที่บ้านอยู่ใกล้กัน และเราหลงใหลในความโอ่อ่ากับประตูสีทอง และครอบครัวที่มีช้อนส้อมสี ทอง มีคนรับใช้คอยบริการทุกอย่าง เมื่อได้คุยกัน เพื่อนก็เล่าว่า พ่อและแม่เขาแยกทางกันมาเป็นสิบปีแล้ว ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่กับแม่ เมื่อมาใช้ชีวิตจริงๆ ผมกลับมองเห็นว่า “รถยนต์...ไม่จำเป็นต้องมีสีแดงก็วิ่งเร็วได้” ผมเคยคิดว่า “คนอ้วนนั้น ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย โกรธยาก ดูเหมือนมีความสุขตลอดเวลา” เมื่อมีโอกาสจึงลองหัดอ้วนดูบ้าง แล้วมันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เมื่อผมอ้วนจริง แต่ความยิ้มง่าย หรือหัวเราะง่าย มันก็ไม่เกิดสักครั้ง หากมีอะไรมากระทบตัวเรา ถึงแม้จะไม่ใช่ฝ่ามือเหล็กมาปะทะหลัง บางครั้งอาจจะเป็นแค่คำพูดจากเพื่อนร่วมงานที่แซวกันเล่น...ผมก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที
มุมมองของเด็ก ที่เคยเห็น “ความสุขจากบ้านสีเหลืองหลังใหญ่...เปลี่ยนไป” มุมมองของวัยรุ่น ที่เคยเห็น “รถยนต์สีแดงต้องวิ่งเร็ว...เปลี่ยนไป” มุมมองของวัยซน ที่เคยเห็นว่า “คนอ้วน ยิ้มง่าย สุขง่าย...เปลี่ยนไป” เมื่อเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว จึงเรียนรู้ว่า “ความสุขไม่จำเป็นต้องมีบ้านหลังใหญ่ มีคนรับใช้คอยบริการทุกอย่าง” “ความเร็วของรถยนต์ ไม่เกี่ยวว่ารถคันนั้นสีอะไร และการยิ้มง่าย สุขง่าย ไม่จำเป็นต้องอ้วนก็ได้”
ความจริงแล้ว...ความสุขเกิดได้อย่างไม่จำกัด ไม่ว่าเราจะมีบ้านหลังเล็ก หรือหลังใหญ่ หรือสีอะไรก็ตาม แม้ประตูโรงรถจะเล็ก เราก็มีความสุขได้ เราไม่จำเป็นต้องอ้วนก่อน ถึงจะมีความสุข แต่ถ้าหากเราแค่เปลี่ยนมุมมองในการใช้ชีวิต คิดอย่างธรรมชาติ รู้จักมองโลกในแง่บวก รู้จักนิสัยคนที่เราคบ ทำตัวอย่างสบายๆ ไม่ต้องยึดติดให้มากเกินไป...ความสุขก็จะปรากฏตรงหน้าของเราแล้ว เพราะ “ความสุข” คือ สิ่งที่ทุกคนมีได้อย่างไม่จำกัด
ดำรงค์ พิณคุณ ประธานกรรมการ บริษัท ดำรงค์พิณคุณ เป็นวิทยากร หลักสูตร “The Success”หลักสูตรที่จะบอกความลับของความสำเร็จ และกลยุทธ์ในการบริหารความสำเร็จ ผู้แต่งหนังสือ เกาสมองเกามนุษย์ เกาเวลา เกาโลก เกาตลาด คัมภีร์ห้าเหรียญและ The Success พร้อมทั้งเป็นผู้คิดค้นหลักสูตรThe Success หรือ “ศาสตร์แห่งความสำเร็จ” เพื่อเพิ่มพลังชีวิต พลังความคิด ให้มีแรงต่อสู้ในชีวิต







