
พิราบกลับรัง
วันนี้จะมีงานพระราชทานเพลิงศพ คุณจิราภรณ์ บุนนาค ที่เมรุวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร
โดย...ภัทระ คำพิทักษ์
วันนี้จะมีงานพระราชทานเพลิงศพ คุณจิราภรณ์ บุนนาค ที่เมรุวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา น้องรักของผม คุณฐิตินบ โกมลนิมิ คนเมืองหลวงผู้อุทิศตัวให้กับงานสื่อมวลชนเพื่อสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ส่งข้อความมาบอกข่าวเศร้าว่า คุณจิราภรณ์ บุนนาค หรือที่หลายคนเรียกท่านว่า “พี่แจ๋” เสียชีวิตแล้ว
พี่แจ๋ เป็นข้าราชการ ดำรงตำแหน่งสุดท้ายที่ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และเป็นรองเลขาธิการ สมช.ในยุค พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เป็นเลขาธิการต่อเนื่องมาถึง คุณประกิจ ประจนปัจจนึก เป็นเลขาธิการ
คนทำงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะผู้คลุกคลีกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีใครไม่รู้จักคุณจิราภรณ์
แรกๆ เมื่อปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ปะทุขึ้นมา ก็มีทฤษฎีนานาสารพัด ทั้ง รัฐ สังคม ไม่เว้นแต่สื่อมวลชนและฝ่ายต่างๆ ก็ได้ลองผิดลองถูก ในเรื่องนี้กันมาด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้ากล่าวโดยสรุป แนวความคิดที่ต่อสู้กันอยู่และพยายามโน้มเอียงให้ผู้มีอำนาจได้ตัดสินใจเลือกมีอยู่แค่สองสายคือ สายเหยี่ยวและสายพิราบ
พูดเพียงบรรทัดเดียวแต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นและราคาที่ต้องจ่ายไปในสองหนทางนี้ต่างกันลิบลับ
คุณจิราภรณ์ เป็นข้าราชการสายพิราบ ว่ากันให้ชัดกว่านั้นคือ ท่านเป็นนักสันติวิธี
แนวความคิดที่ท่านพยายามผลักดันผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาตินั้นชัดเจนว่า อยู่ในสายสันติภาพ
พูดถึงคำว่า นักสันติภาพหรือ สันติวิถีแล้ว ยุคสมัยนี้อาจจะพอคุ้นเคยและเข้าใจกันบ้าง แต่ถ้าเป็นเมื่อ 10 กว่าปีก่อนนั้น ต้องบอกว่า มันเป็นหนังคนละม้วนกันเลย แต่ไม่ว่า ความเข้าใจของสังคมต่อคำสองคำนี้จะเกิดขึ้นด้วยเหตุใดจะน้อยจะมาก คุณูปการบางส่วนเหล่านั้นเกิดจากสุภาพสตรีท่านนี้แน่นอน
การผลักดันนโยบายด้านความมั่นคงของ สมช.ถึงนายกรัฐมนตรีนั้นสำคัญมาก บางยุคบางสมัยนั้น เมื่อผู้นำ สมช.เป็นสายเหยี่ยว สถานการณ์ในพื้นที่ก็ร้อนระอุอย่างเห็นได้ชัด
คุณจิราภรณ์ยืนยันในหนทางสายสันติภาพอย่างชัดแจ้ง ชัดเจนและต่อเนื่อง แม้ว่าท่านจะเกษียณอายุราชการออกมาแล้วก็มิได้ปล่อยมือไปตามอายุราชการ หากแต่กลับทุ่มเทโหมทำงานต่อไปผ่านสถานะใหม่ในองค์กรอื่น
ผมไม่เคยถามท่านว่า มีเหตุจูงใจอันใดที่ทำให้ดำรงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่เช่นนั้น แต่คงจะไม่เกินเลยไปนักหากจะกล่าวว่า ท่านเป็นคนรักชาติบ้านเมืองอย่างลึกซึ้ง และสิ่งนี้เองทำให้ท่านยืนหยัดในทิศทางที่ควรจะเป็นโดยไม่แปรเปลี่ยน แม้ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองบางช่วงจะมองเห็นว่า สันติวิธีเป็นอุปสรรคของการแก้ไขปัญหา เมื่อท่านยืนยันเรื่องสันติวิธีจึงต้องแบกรับผลกระทบสารพัด กระทั่งผู้บังคับบัญชาต้องสลับงานความรับผิดชอบเพื่อลดแรงเสียดทานให้ท่านก็เกิดขึ้นมาแล้ว
ท่านพูดกับผมหลายครั้งหลายหนในเรื่องนี้ ท่านบอกว่า บ้านเมืองไม่ใช่ของเล่นทำเสียหายได้ ถ้าเราทัดทานได้เราต้องทัดทาน ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดกับเราก็ตาม
ผมจึงไม่คลางแคลงใจเลยว่า ท่านเป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดินนี้หรือไม่
นอกจากรักชาติบ้านเมืองจึงอุทิศตนเช่นนั้นแล้ว ผมก็เชื่อว่า ท่านมิได้พูดถึงสันติวิธีเพื่อหาประโยชน์จากเรื่องนี้ หรือพูดง่ายๆ ว่า ค้าสันติวิธี เพราะสันติวิธีได้ปรากฏอยู่ในวิถีชีวิต การพูดการจา การปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นของท่าน รวมทั้งการแสวงหาทางออกเมื่อถึงทางตัน ฯลฯ สิ่งที่ปรากฏออกมาจากการคิด การพูดและการกระทำ หลายต่อหลายครั้งนั้นบ่งชัดว่า สิ่งนี้ได้หล่อหลอมอยู่ในชีวิตจิตใจของท่านจริงๆ
ไม่ว่าระหว่างดำรงตำแหน่งทางราชการหรือพ้นจากราชการมาแล้ว ท่านได้ช่วยเหลือสื่อมวลชนในประเทศนี้สร้างระบบสื่อสารบนวิถีแห่งสันติขึ้นโดยการให้การช่วยเหลือประการต่างๆ สุดจะจาระไนได้
ท่านชวนผมและเพื่อนสื่ออีกหลายคนไปร่วมวงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการสร้างกระบวนการสันติภาพกับแกนนำขบวนการหลายกลุ่มที่เมดาน อินโดนีเซีย เพราะท่านมีบทบาทในการประสานการพูดคุยกับกลุ่มขบวนการต่างๆ ที่มีฐานอยู่ในยุโรปและประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอด อีกทั้งให้ข้อมูลเท่าที่จะให้ได้เมื่อเห็นเราเริ่มจะหลงทิศหลงทาง ฯลฯ แม้แต่เมื่อพวกเราที่ร่วมเป็นร่วมตายก่อตั้งศูนย์ข่าวอิศรา ต้องพ้นจากศูนย์นั้นมาก่อตั้งเป็นศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ Deepsouthwatch เพื่อทำงานเรื่องการสื่อสารและการผลักดันนโยบายจากฐานความรู้ พอไปออกปากขอให้มาช่วย ท่านก็ตอบตกลงที่จะเป็นรองประธานกรรมการให้ทันทีและช่วยมาตลอดโดยมิเคยเรียกร้องอะไรตอบแทนเลย
หลังสุดแม้ผมจะห่างปัญหาภาคใต้มาพอควร วันหนึ่งท่านก็ชวนไปช่วยสำนักงานราชบัณฑิตทำนโยบายภาษาแห่งชาติเพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงอันเนื่องจากภาษา ผมไปร่วมงานนั้นด้วยความรื่นเริงและสุขใจอีกทั้งเบิกบานกับความรู้ใหม่ๆ
ในงานนั้นเราได้คุยกันอย่างออกรส ผมถามถึงอาการเจ็บไข้ของท่านๆ บอกดีแล้ว ไหวอยู่ เมื่อคุณฐิตินบมาบอกว่า พี่แจ๋จากไปแล้วผมจึงได้แต่มึนงงไปชั่วขณะ
พี่แจ๋เป็นตัวอย่างของผู้อุทิศตนต่อบ้านเมือง ต่อสังคม เป็นตัวอย่างของผู้หญิงแกร่งผู้ปิดทองหลังพระให้กับสังคมนี้โดยมิคาดหวังให้ใครได้มารับรู้ การสูญเสียท่านไปจึงเป็นความสูญเสียของสังคมไทย
ชีวิตของท่านเป็นชีวิตที่ไม่เสียเปล่า เป็นชีวิตที่มีคุณค่า เป็นแบบอย่างและควรค่าแก่การสรรเสริญโดยแท้ ขอกราบคารวะดวงวิญญาณท่านจิราภรณ์ด้วยความรักและอาลัยอย่างสุดซึ้งครับ







