posttoday
Men’s Fashion History

Men’s Fashion History

17 มีนาคม 2558

ผู้ชายขึ้นไปอยู่บนแคตวอล์กตั้งแต่เมื่อไหร่ และอะไรคือความสำคัญของมัน

โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง

ผู้ชายขึ้นไปอยู่บนแคตวอล์กตั้งแต่เมื่อไหร่ และอะไรคือความสำคัญของมัน

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นิตยสาร Elle Men และ Elle ได้ร่วมกันจัดงานแฟชั่นโชว์สำหรับเสื้อผ้าคอลเลกชั่นฤดูร้อนประจำปีนี้ของเหล่าแฟชั่นแบรนด์ชั้นแนวหน้าของไทย ณ ลานมรกต เซ็นทรัล ชิดลม ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของ Elle Men กับการโชว์เต็มรูปแบบ มี 3 แบรนด์เสื้อผ้าสุภาพบุรุษของไทยเข้าร่วมโชว์ ทั้ง Greyhound Original, FRI27NOV และ Painkiller นี่คืองานที่ทุกคนแต่งตัวสวยไปร่วมดูโชว์ และดูเหมือนว่าอากาศร้อนต้น มี.ค. ไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยสักนิด

แต่กว่าจะมาเป็นแฟชั่นโชว์ในประเทศไทย และกว่าจะมี Elle Men Fashion Show เกิดขึ้น ณ กรุงเทพฯ แฟชั่นโชว์ของสุภาพบุรุษมีที่มาจากไหนกัน

พอเราเข้าไปค้นดูประวัติที่ผ่านมาของการจัดแฟชั่นโชว์สำหรับสุภาพบุรุษ น่าแปลกที่ไม่มีใครจดบันทึกไว้อย่างเป็นทางการถึงการเริ่มต้นแฟชั่นโชว์ในโลกยุคใหม่ว่าเริ่มนับกันตรงไหน แต่หากสืบถึงต้นตอของการเติบโตของอุตสาหกรรมแฟชั่นสำหรับบุรุษนั้น ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อาจเป็นหลักไมล์สำคัญของการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำธุรกิจแฟชั่นสำหรับผู้ชาย

เมื่อผู้คนใส่ชุดทหารมานานเกินไปแล้ว และประชาชนเริ่มแน่ใจว่าสงครามจะไม่กลับมาอีก เสื้อผ้าหลากหลายดีไซน์ก็เริ่มกลายเป็นที่ต้องการทันที ไม่ใช่แค่เฉพาะในสุภาพสตรี สุภาพบุรุษเองก็ต้องการด้วยเช่นกัน แม้ยุคนั้นจะยังไม่มีตัวเลือกให้เราเลือกมากนัก แม้ผู้ชายส่วนมากยังคงแต่งกายด้วยชุดสูทเป็นหลัก ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิวัติการแต่งกายครั้งใหญ่ในยุคต้นศตวรรษที่ 20 (ค.ศ. 1900) แต่ความต้องการก็ไม่เคยมีเพียงพอสำหรับยุคหลังสงคราม เห็นได้จากจำนวนร้านตัดสูทในอังกฤษนั้นเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงหลังสงคราม และอุตสาหกรรมทอผ้าก็กลับมาเป็นหัวใจใหญ่ของอังกฤษอีกครั้ง

สิ่งที่ปลุกกระแสแฟชั่นของสุภาพบุรุษให้คึกคักขึ้นมาอีกครั้งคือในปี 1960 ปิแอร์ การ์แด็ง (Pierre Cardin) ดีไซเนอร์ดังในขณะนั้น เขาเสนอคอลเลกชั่น “unisex” ณ เวลานั้นถือเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับธุรกิจ เพราะไม่มีนักออกแบบแฟชั่นคนไหนสนใจทำเสื้อผ้าสำหรับ “ใส่ได้ทั้งสองเพศ” (ซึ่งจริงๆ เขาต้องการทำให้ผู้ชายนั่นแหละ) ที่หวือหวา สำหรับในยุคที่ผู้ชายทุกคนพูดว่า ผู้ชายไม่ซื้อแฟชั่น ผู้ชายซื้อเสื้อผ้า การเสี่ยงของ ปิแอร์ การ์แด็ง จึงเป็นการยกระดับของเสื้อผ้าผู้ชายให้มีอะไรมากกว่าเสื้อเชิ้ต แจ็กเกต และรองเท้าหนัง

มิสเตอร์การ์แด็งออกแบบเป็นเสื้อแขนกุดสีแดง มีซิปอยู่สองสามจุด เข้าชุดกับกางเกงสีแดง พร้อมเข็มขัดหนังหัวโต นั่นอาจถือว่าเป็นก้าวเล็กๆ ที่สำคัญของแฟชั่นเสื้อผ้าผู้ชายที่สามารถมีที่ทางบนรันเวย์ แม้จะไม่มีใครเอาไปใส่เท่าไร แต่ก็ถือว่าสร้างความน่าสนใจ และ ปิแอร์ การ์แด็งยังมีสินค้าที่ใช้ได้จริงออกวางจำหน่าย เช่น เสื้อเชิ้ต และเนกไท ที่มีการพิมพ์ลายแบบลายชนเผ่าพื้นเมือง และลายดอกไม้เล็กๆ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าผู้ชายที่ต้องการความแตกต่าง ต่อมามันได้กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดแฟชั่นแบบฮิปปี้ในช่วงทศวรรษ 1970 ในสหรัฐ แต่ก็ไม่มีช่วงไหนที่กระแสแฟชั่นของสุภาพบุรุษจะบูมสุดๆ มากไปกว่าช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการเกิดขึ้นของนิตยสารไลฟ์สไตล์สำหรับสุภาพบุรุษในช่วงทศวรรษที่ 1980 ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อทิศทางการแต่งตัวของสุภาพบุรุษมากขึ้น

ทั้งความหลากหลายของแบบและราคา เสื้อโปโลเทนนิสใส่กับยีนส์ แจ็กเกตหนังกับทรงผมสุดแสบ หรือเบลเซอร์ลินินสำหรับใส่ในหน้าร้อน การมาถึงของดีไซเนอร์อย่าง Paul Smith, Ralph Lauren และ Giorgio Armani ปลุกกระแสให้แฟชั่นสำหรับผู้ชายเติบโตอย่างมาก ผนวกกับการแต่งตัวของศิลปิน นักร้อง นักแสดง ตั้งแต่ David Bowie ไปจนถึงศิลปินพังก์อย่าง Sex Pistols ได้สร้างแนวทางใหม่ๆ ให้กับผู้ชาย และทำให้อุตสาหกรรมแฟชั่นสำหรับสุภาพบุรุษโตขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับแฟชั่นโชว์ของสุภาพบุรุษก็เริ่มมีให้เห็นตามโชว์ใหญ่ๆ ของโลกทั้งที่ลอนดอนและมิลาน

หลังจากปี 2009 เป็นต้นมา สินค้าแฟชั่นสำหรับผู้ชายตั้งแต่หมวกฟิโดโร่ไปจนถึงรองเท้าหนังแ ก้วกลายเป็นเทรนด์ที่หยุดไม่อยู่ Bain & Company บริษัทวิจัยการตลาดในอังกฤษ ทำการสำรวจพบว่าตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ธุรกิจแฟชั่นที่เกี่ยวกับผู้ชายโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และยังไม่มีวี่แววว่าจะตกลง โดยเฉพาะในตลาดเอเชีย ซึ่งมีจีนเป็นทั้งลูกค้าและผู้ผลิตรายใหญ่

ผู้ชายกำลังคิดใหม่ ว่าพวกเราจะไม่ซื้อแค่เสื้อผ้าอีกต่อไป พวกเรากำลังจะซื้อแฟชั่น

และนั่นหมายถึงว่า คุณคงได้ดูโชว์จากเรา Elle Men Thailand ไปอีกนานทีเดียว

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก