
ก้านเหล็กดูโอ 300 ล้าน
โปรกอล์ฟถือเป็นอาชีพในฝันของใครหลายๆ คน เพราะหากสามารถไปถึงระดับอินเตอร์แล้ว
โดย...มิวโกโตะ
โปรกอล์ฟถือเป็นอาชีพในฝันของใครหลายๆ คน เพราะหากสามารถไปถึงระดับอินเตอร์แล้ว รายได้และชื่อเสียงพร้อมวิ่งเข้ามาหาตัวนักกีฬาชนิดคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
“โปรช้าง” ธงชัย ใจดี นักกอล์ฟมือ 1 ไทย และอันดับ 41 โลก นับเป็นตัวอย่างของความสำเร็จที่ผู้ปกครองและรุกกี้หลายคนอยากเดินตามรอย เนื่องจากเวลานี้ยอดโปรวัย 45 ปี ดีกรีมือ 1 ศึกเอเชียน ทัวร์ 3 สมัย (2001, 2004, 2009) ผงาดทำเงินรางวัลสะสมได้มากที่สุดใน “เอเชียน ทัวร์” ด้วยการกวาดเงินรางวัลจากทัวร์นี้ไปถึง 5.31 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 175 ล้านบาท) หลังจากเข้าร่วมเป็นสมาชิกเมื่อปี 1999
ขณะที่ “โปรเล็ก” ถาวร วิรัตน์จันทร์ วัย 48 ปี ที่ครองมือ 1 เอเชียนฯ 2 สมัย (2005, 2012) ก็โกยเงินรางวัลมหาศาลเช่นกัน โดยเจ้าของแชมป์เอเชียนฯ มากสุด 18 รายการ ฟันรายได้จากเงินรางวัลสะสมมาเป็นอันดับ 2 คือ 4.25 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 140 ล้านบาท)
นอกจาก ธงชัย กับ ถาวร ที่รั้งอันดับ 1-2 แล้ว ยังมีโปรไทยอีก 5 คน ติดท็อป 20 อันดับทำเงินรางวัลศึกเอเชียนฯ ด้วย ซึ่งรวมแล้ว 7 คนนั้นซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดาชาติเอเชีย เริ่มจากอันดับ 5 “โปรหมาย” ประหยัด มากแสง 3.29 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 105 ล้านบาท)
อันดับ 7 “โลมายักษ์” พรหม มีสวัสดิ์ ซิวเงินไป 2.56 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 82 ล้านบาท), อันดับ 10 “โปรโจ๊ก” ชัพชัย นิราช 2.43 ล้านเหรียญ (ราว 77 ล้านบาท), อันดับ 12 “โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ 2.33 ล้านเหรียญ (ราว 74 ล้านบาท) และอันดับ 19 “โปรช้าง” เชาวลิต ผลาผล 1.8 ล้านเหรียญ (ราว 57 ล้านบาท)
สำหรับรายได้ 74 ล้านบาท ช่วยตอกย้ำว่า ภาณุพงศ์ อภิบาลรัตน์ และ สุพรรณิการ์ รุณเกตุ พ่อแม่ของ “โปรอาร์ม” กิรเดช คิดถูก หลังยอมทุ่มเงินกว่า 20 ล้านบาท ปั้นลูกชายสู่อาชีพโปรกอล์ฟ ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เพราะคิดว่าเป็นกีฬาอาชีพที่มั่นคง บัดนี้วงสวิงที่ปลูกฝังลงไปก็ทำกำไรกว่า 50 ล้านเข้าให้แล้ว
อย่าลืมล่ะ ... ตัวเลขทั้งหมดเพียงเงินรางวัลของการแข่งขัน ซึ่งความจริงชื่อเสียงของเหล่าโปรดังยังสามารถโกยทรัพย์ได้อีกมหาศาลจากบรรดาสปอนเซอร์ แถมโปรคนไหนที่ไม่ตระเวนทัวร์ ยังสามารถใช้ความรู้สอนกอล์ฟเพื่อเมกมันนี่เข้ากระเป๋าได้อย่างชิลๆ อีกด้วย







