
สังคมจีนยังจำกัดพื้นที่เวิร์กกิ้งวูเมน
ถึงเศรษฐกิจจีนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว จนขึ้นแท่นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
โดย...มิกกี้ เมาท์
ถึงเศรษฐกิจจีนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว จนขึ้นแท่นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ แต่บทบาทของผู้หญิงในสังคมจีนยังไม่เปลี่ยนไปจากอดีต ที่มองว่าผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลังต้องรีบแต่งงานออกเรือน มากกว่าจะมาสวมบทเวิร์กกิ้งวูแมน
วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานเรื่องบทบาทของผู้หญิงทำงานในจีน ว่าเศรษฐกิจจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ยังบ่มเพาะค่านิยมเก่าเรื่องการกีดกันทางเพศในสังคมด้วย จะเห็นได้ว่าผู้ชายและผู้หญิงในสังคมจีนยังเชื่อว่าผู้หญิงควรอยู่บ้าน และควรแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย ขณะที่ผู้ชายที่มีฐานะสามารถมีภรรยาได้มากกว่าหนึ่งคน
รายงานนี้ยกตัวอย่างชีวิตของ แองเจลลา ลี บัณฑิตจบใหม่ที่ได้งานเป็นพนักงานของธนาคาร ทว่าสุดท้ายเธอตัดสินใจลาออก หลังเธอสอบตกในการสอบเลื่อนตำแหน่ง แองเจลลา บอกว่า หลังผลสอบออกมา หัวหน้างานบอกกับเธอว่า การที่เธอตั้งใจทำงานเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่เธอควรทำมากกว่าคือมองหาเพื่อนชายเพื่อแต่งงานและมีลูก ณ วินาทีนั้นเธอรู้เลยว่าเธอไม่ได้สู้เพื่อนร่วมงานชายไม่ได้ เพราะความสามารถน้อยกว่า แต่ติดที่เรื่องเพศ
สอดคล้องกับ เฟิ่ง หยวน นักสิทธิสตรีคนดังของจีน ที่มองว่า การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในจีนนั้น เป็นเพียงการสะท้อนความจริงบางส่วน ทั้งนี้จากสถิติของนิวยอร์ก ไทมส์ ในจำนวน 300 บริษัท มีสัดส่วนของผู้หญิงที่ได้นั่งในบอร์ดน้อยกว่า 1 ใน 10 ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับสหรัฐและยุโรป
“สื่อมักนำเสมอเรื่องราวของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จบางส่วน แต่ในความเป็นจริงสังคมไม่ได้มีพื้นที่ให้ผู้หญิงมากพอ สถานภาพของผู้หญิงจีนยังไม่ได้รับการพัฒนา แถมในบางพื้นที่ยังเสื่อมถอยลงไปอีก” เฟิ่ง หยวน นักสิทธิสตรีคนดังของจีน กล่าว
ขณะที่บางส่วนมองว่า ธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิมมีผลต่อบทบาทของสตรีเพียงบางส่วน เพราะปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ตัวกฎหมาย
“ต้นตอของปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ความเห็นส่วนบุคคล แต่อยู่ที่รัฐธรรมนูญ ซึ่งแม้จะบัญญัติว่าหญิงต้องได้รับสิทธิเช่นเดียวกับชาย กฎหมายแรงงานระบุห้ามไม่ให้มีการเหยียดเพศ แต่ข้อบัญญัติของกฎหมายเหล่านี้ยังกว้างเกินไป และยังไม่มีผลบังคับใช้ กฎหมายไม่ได้ให้คำจำกัดความของการเหยียดเพศ ดังนั้นเมื่อมีกรณีเกิดขึ้น การจะฟ้องร้องเป็นคดีความขึ้นศาลเป็นเรื่องที่ยากมากๆ” หลู่เซียวเฉวียน ทนายความด้านสิทธิทางเพศ กล่าว







