posttoday
แท็กซี่จิตอาสาอิ่มใจกับการให้ชีวิต

แท็กซี่จิตอาสาอิ่มใจกับการให้ชีวิต

28 กุมภาพันธ์ 2558

เรื่องของการทำจิตอาสานั้นทำได้หลากหลายรูปแบบจริงๆ ง่ายๆ

โดย... อณุสรา ทองอุไร ภาพ... ภัทรชัย  ปรีชาพานิช

เรื่องของการทำจิตอาสานั้นทำได้หลากหลายรูปแบบจริงๆ ง่ายๆ ก็คือเริ่มจากเรื่องใกล้ๆ ตัวของเรา จากงานของเรา เริ่มจากเล็กๆ จนไปถึงวงกว้างขึ้น ยิ่งทำยิ่งต่อยอดออกไปเรื่อยๆ เช่น คนตัวเล็กแต่จิตใจยิ่งใหญ่ เช่นคนกลุ่มนี้ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มแท็กซี่ไถ่ชีวิตโคกระบือ นำกลุ่มโดย ยนตระกิจ เยียงแก้ว เขาเล่าว่า เริ่มมาทำตรงนี้เมื่อปี 2553  ด้วยการชวนเพื่อนพ้องแท็กซี่รวมตัวกันไปไถ่ชีวิตโคกระบือ ตอนแรกทำแค่ตัวสองตัวก็มีคนมาร่วมเรื่อยๆ ปากต่อปากได้ครั้งละ 2-3 ตัว โดยเราเอาตู้บริจาคมาติดในรถของเพื่อนสมาชิกจาก 5-6 คัน เป็น  20 กว่าคัน แล้วเราก็ถ่ายรูปที่เราไปทำบุญทุกครั้งให้ได้เห็นว่าเราไปทำอะไรกันมาบ้าง

เขาเล่าเขาเป็นชาวอีสาน พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และเขาเองตอนเด็กก็ทำไร่ไถนา ชีวิตเราก็ผูกพันกับวัวกับควาย  สำนึกในบุญคุณของวัวของควายทำไร่ไถนาให้เรา พอแก่เฒ่าเขาล้มก็ยังเป็นอาหารให้เราอีก สงสารก็สงสารแต่เราก็กินเขาด้วย

“ผมเคยบวชมาหลายพรรษา ชีวิตผูกพันอยู่กับการไปวัดไปวา อยู่บ้านนอกเรายังได้มีโอกาสได้ไปวัดทำบุญ ได้มีกฐิน ผ้าป่าบ้าง แต่อยู่กรุงเทพฯ โอกาสทำบุญน้อย รู้สึกอยากทำบุญ เราขับแท็กซี่กะกลางคืนไม่ค่อยมีโอกาสตื่นเช้ามาใส่บาตร แถมภาระทางครอบครัวก็มีอยากทำบุญบ้าง ก็เลยนึกถึงการไถ่ชีวิตโคกระบือ ตอนแรกทำ 2 คนกับพี่อนันต์ (อนันต์ โยนุรักษ์ ที่เป็นคู่กะกับเราก่อนเขาไปชวนญาติพี่น้องเขา ผมก็ชวนเพื่อนฝูงญาติๆ ของเรา นานกว่าจะรวมเงินได้ 1 ตัว”

พอทำมาสักปีกว่าๆ ราวๆ ต้นปี  2555 ก็มีคนเริ่มรู้ มีเพื่อนแท็กซี่เขามาร่วมอีกหลายคน อู่อื่นๆ บ้างที่เราไปเจอกันตามสนามบินก็ชวนๆ กันมา ตอนหลังจึงเอากล่องมาติดในรถ ผู้โดยสารก็ช่วยทำบุญ

แล้วมีคนทำรายการทีวีเขาขึ้นรถในกลุ่มพวกเรา เขาเห็นเขามาสัมภาษณ์แล้วตามไปถ่ายรายการ หลังจากนั้นมีคนไทยที่อยู่ต่างประเทศก็เริ่มโอนเงินมาช่วย ต่อมาก็เริ่มมีเฟซบุ๊ก

แท็กซี่จิตอาสาอิ่มใจกับการให้ชีวิต

 

อนันต์ โยนุรักษ์ เพื่อนร่วมกะของยนตระกิจ เล่าเสริมว่าเราทำไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกดีมีกำลังใจ ขอตั้งใจภาวนากันไว้ว่าเราจะทำเรื่อยๆ ไปไม่หยุด พอออกรายการทีวี  2 ครั้ง ทีนี้มีเพื่อนจากอู่อื่นๆ ขอร่วมทำบุญด้วยก็ได้ครั้งละ 3-4 ตัวเร็วเลย ตอนนี้เราทำมาเป็นตัวที่ 101 แล้ว

วิธีการเลือกว่าจะไถ่แล้วนำวัวควายไปไว้ที่ไหนนั้น ก็คืออย่างที่บอกพวกเราเป็นชาวอีสาน พี่น้องบ้านเรายังทำไร่ทำนากันอยู่ ก็เอาวัวควายที่ไถ่มาไปให้คนในหมู่บ้านญาติๆ ที่เรารู้จักที่เขายากจนไม่มีวัวควายทำนา เราก็ไปมอบให้ เอากำนัน ผู้ใหญ่บ้านมาเป็นพยานรับรู้ แล้วก็ให้ญาติๆ เราที่อยู่ในหมู่บ้านช่วยสอดส่องว่าเขาเอาไปเลี้ยงจริงไหม แอบไปขายต่อรึเปล่า เพราะถึงอย่างไรพวกเราก็กลับบ้านปีละ 1-2 ครั้งกันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ดี ไม่มีใครไปทำผิดความตั้งใจที่เรามอบให้

นอกจากทำเพื่อไถ่ชีวิตโคกระบือแล้ว ตอนนี้เราก็เริ่มไปทำโลงศพ แล้วก็ไปสร้างกุฏิ ไปร่วมสร้างอาคารสถานที่ปฏิบัติธรรมบ้าง เวลาญาติเพื่อนฝูงเขาบอกบุญมาเราก็ไปดู ถือโอกาสชวนลูกเมีย ครอบครัวไปทำบุญกันด้วย พอไปดูว่าเขาเดือดร้อนเราก็มาชวนกันทำบุญรับบริจาค แล้วพอได้เงินก้อนใหญ่ก็ชวนกันขับรถแท็กซี่กันไป 10 กว่าคันไปทำบุญกับเขาด้วย ปีหนึ่งเราจะมีทำบุญใหญ่ๆ แบบนี้ปีละ 2 ครั้ง ถือโอกาสได้ชวนเพื่อนๆ ไปทำบุญ ถ้าเราไม่มาทำตรงนี้โอกาสที่เราจะได้ทำบุญก็น้อยมาก ตอนนี้มีเพื่อนสมาชิก 20 กว่าคนแล้ว

“เราถือว่าเป็นสะพานบุญไปบอกต่อให้คนมาช่วยกัน เราก็ผสมเงินของเราไปด้วย มีมากทำมาก มีน้อยทำน้อยตามฐานะของเรา แต่เรื่องพวกนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะ เรามาทำตรงนี้รู้สึกว่าชีวิตมันดีขึ้น ทำมาค้าขึ้น มีความอิ่มใจสุขใจก็จะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะแก่เฒ่าเลยครับ” คำผอง กองโส หนึ่งในสมาชิกเล่าอย่างตั้งใจ

แท็กซี่จิตอาสาอิ่มใจกับการให้ชีวิต

 

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว