posttoday
จับตาการเจรจาประเทศล่าวาฬ

จับตาการเจรจาประเทศล่าวาฬ

18 มิถุนายน 2553

....ปณิตัส

ญี่ปุ่นเตรียมจะลาออกจากคณะกรรมการการล่าวาฬระหว่างประเทศ (International Whaling Commission หรือ IWC) หลังถูกกดดันหนักเรื่องให้ลดจำนวนการล่าวาฬเพื่อการค้าลง โดยรัฐมนตรีกระทรวงประมงออกมาแถลงเมื่อไม่นานมานี้

IWC ซึ่งเป็นคณะกรรมการระหว่างประเทศ ที่คอยควบคุมการล่าวาฬของกลุ่มประเทศสมาชิก จะจัดให้มีการประชุมประจำปีขึ้นในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ที่เมืองอกาดีร์ ประเทศโมร็อกโก ในการประชุมดังกล่าวมีวาระสำคัญคือ การบรรลุข้อตกลงระหว่างประเทศที่สนับสนุนและต่อต้านการล่าวาฬ ซึ่งอาจจะรวมถึงการตกลงอย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการจำกัดจำนวนการล่าวาฬเพื่อการค้าของประเทศสมาชิก

ดูเหมือนว่าข้อพิพาทเกี่ยวกับการอนุญาตให้ล่าหรือห้ามล่า จะดำเนินมาเป็นระยะเวลากว่า 25 ปีแล้ว นับตั้งแต่ออสเตรเลียได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลกเกี่ยวกับการห้ามญี่ปุ่นล่าวาฬเพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ หากประเทศสมาชิกกลุ่มล่าวาฬ ยกตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่น นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ ยังคงดำเนินการล่าวาฬตามความเคยชินเดิมๆ รวมทั้งการทำผิดไปจากข้อตกลงร่วมกัน ทำให้ IWC ต้องร่างกฎใหม่ออกมาเพื่อพิจารณาให้มีการจำกัดการล่าวาฬเพื่อการค้า

ญี่ปุ่น ดูเหมือนจะตกเป็นจำเลยอันดับ 1 เสมอๆ และพวกเขาก็ออกมาขู่เสมอเช่นกันว่า จะลาออกจากกลุ่มประเทศล่าวาฬ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎที่ “ไม่เป็นมิตร” กับชาวประมงญี่ปุ่น โดยมาซาฮิโก ยามาดะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการป่าไม้และประมงของญี่ปุ่น ได้ให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขาอาจจะต้องลาออกจริงๆ ในครั้งนี้ หากการเจรจาออกมาไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

“ผมกำลังหาทางออกในหลายๆ ด้านอยู่ แต่คิดว่าคราวนี้เราจะได้ข้อสรุปที่แน่ชัดสักทีว่าจะอยู่หรือจะไป” ยามาดะ กล่าวให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ในญี่ปุ่น

ร่างข้อตกลงการล่าวาฬเพื่อการค้าของ IWC เองก็ตกเป็นเป้าโจมตีของทั้งฝ่ายสนับสนุนและต่อต้าน โดยกลุ่มที่ทำงานด้านการอนุรักษ์และกลุ่มเอ็นจีโอทั้งหลายที่ไม่เห็นด้วยกับการล่าวาฬ รวมทั้งรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก็ออกมาตั้งข้อสงสัยถึงการเอื้อประโยชน์กันเองในกลุ่มประเทศล่าวาฬด้วยกัน ขณะที่กลุ่มที่สนับสนุนการล่าวาฬก็มองว่าข้อจำกัดในการล่าวาฬยิบย่อยเกินไป ทำให้ชาวประมงของประเทศตัวเองเสียประโยชน์ และต้องปรับตัวมากเกิน

ยามาดะ ออกมาประกาศแล้วว่า เขาจะไม่ไปเข้าร่วมประชุมที่ประเทศโมร็อกโกในสัปดาห์หน้า เนื่องจากเหตุผลทางด้านงบประมาณของรัฐบาลญี่ปุ่น ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของญี่ปุ่นนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปร่วมหรือไม่

“การประชุมครั้งนี้ถือว่าเป็นวาระที่สำคัญมากสำหรับ IWC ในรอบ 30 ปีทีเดียว ผมหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า ประเทศสมาชิกทุกประเทศควรที่จะเข้ามาร่วม เพื่อที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ที่ตกลงกันมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ยังหาข้อตกลงที่แน่ชัดไม่ได้” ปีเตอร์ การ์เรตต์ รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของออสเตรเลีย กล่าว

ประเทศผู้ต่อต้านการล่าวาฬอย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นผู้นำข้อเสนอในการจำกัดจำนวนการล่าวาฬเพื่อการค้า นอกจากนี้ยังเห็นว่าควรจำกัดเขตแดนที่แต่ละประเทศจะล่าได้เฉพาะในน่านน้ำของตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้ญี่ปุ่นไปล่าในทะเลแอนตาร์กติก ซึ่งมีความเป็นธรรมชาติมากๆ

ขณะที่ ญี่ปุ่น ซึ่งได้ส่งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์เข้าไปตั้งศูนย์สำรวจวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ณ ดินแดนแอนตาร์กติก และได้พ่วงการทำวิจัยเกี่ยวกับวาฬเข้าไปด้วย ขณะที่ประเทศล่าวาฬอื่นๆ มักจะล่าอยู่ในน่านน้ำของตัวเอง และล่าเพื่อการค้าเท่านั้น ไม่ได้นำวาฬมาวิจัยแต่อย่างไร

การที่ออสเตรเลียได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลก ขอให้ออกคำสั่งห้ามญี่ปุ่นล่าวาฬเพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เพราะเวลาได้ผ่านมาถึง 25 ปีแล้ว แต่ศาลโลกก็ยังไม่มีคำสั่งที่ชัดเจนใดๆ ออสเตรเลียจึงได้พยายามอาศัยช่องทางเวที IWC เพื่อที่จะกดดันญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง

ใกล้การประชุมเข้ามา กลุ่มต่อต้านวาฬก็เริ่มอัดแคมเปญตามๆ กันออกมา โดยเฉพาะวิดีโอ 21 วินาที ของกลุ่มผู้อนุรักษ์วาฬและโลมา (Whale and Dolphin Conservation Society (WDCS)) ที่โพสต์ไว้ในในเว็บไซต์ยูทูบ (http://www.youtube.com/watch?v=54H3nyhwKj8) ซึ่งออกมาในช่วงนี้ ก็ได้กระตุ้นเตือนให้ผู้คนที่รักสัตว์ออกมาต่อต้านการล่าวาฬ ไม่ว่าจะเพื่อการใดๆ

ปัจจุบัน ราวๆ 3.5 หมื่นวาฬที่ถูกล่า นับแต่มีการออกมาต่อต้านตั้งแต่ปี 1986 เป็นต้นมา โดยญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่ล่าวาฬมากที่สุด โดยพวกเขาอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย เอาตัวรอดมาได้ทุกคราวไป โดยเฉพาะข้ออ้างที่ว่า “ล่าเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์” อย่างไรก็ตาม บรรดาเนื้อวาฬที่นำไปขายเป็นอาหารตามซูเปอร์มาร์เกตและภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น หาได้เล็ดลอดสายตานักอนุรักษ์ไป

ญี่ปุ่นล่าวาฬ “เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์” ในแอนตาร์กติก ปีละประมาณ 935 วาฬ ซึ่งเกินลิมิตที่กำหนดไว้มากกว่าเท่าตัว

ในสัญญาครั้งใหม่ ซึ่งจะเริ่มมีผลในปี 2020 ทุกๆ ประเทศสมาชิกล่าวาฬจะได้รับโควตาการล่าวาฬในแต่ละปี ซึ่งรวมกันแล้วไม่เกินปีละ 1.2 หมื่นวาฬ รวมทั้งกำหนดให้ญี่ปุ่นลดการล่าวาฬเพื่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ในแอนตาร์กติกลง 1 ใน 3

นอกจากนี้ ยังได้กำหนด “ฟรีโซน” หรือเขตปลอดการล่าวาฬเอาไว้อย่างชัดเจน โดยข้อตกลงดังกล่าวมีระยะเวลา 10 ปี

อย่างไรก็ตาม ประเทศผู้ต่อต้านอย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ออกมาแสดงจุดยืนแล้วว่า ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดโควตาเพดานสูงขนาดนั้น ซึ่งจะทำให้มีการลักลอบในปริมาณที่เพิ่มขึ้นไปอีก

“ข้อตกลงที่นำเสนอนี้ไม่สมเหตุสมผลเลย เชื่อเถอะว่ากลุ่มประเทศยุโรป (EU) ทั้งหลายก็ต้องยกมือสนับสนุนอยู่แล้ว และยังไงก็ยากที่จะนำวาฬออกจากอุตสาหกรรมของพวกเขา” คริส บัตเลอร์สตรูด หัวหน้ากลุ่ม WDCS ให้ความเห็น

เรื่องนี้ต้องติดตามตอนต่อไปในสัปดาห์หน้า...

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน