posttoday
อนาคตลูกสำคัญที่สุด

อนาคตลูกสำคัญที่สุด

22 กุมภาพันธ์ 2558

ก่อนเข้าเนื้อหาที่จะเขียนคอลัมน์นี้ครั้งแรก ขอแขวะเฮ้ย ไม่ใช่สิ ขอแวะไปที่ชื่อคอลัมน์หน่อย

ก่อนเข้าเนื้อหาที่จะเขียนคอลัมน์นี้ครั้งแรก ขอแขวะเฮ้ย ไม่ใช่สิ ขอแวะไปที่ชื่อคอลัมน์หน่อย โป๊ะเชะถูกใจคนเขียน (หลายคน) มาก รวมถึงผมด้วย ว่าแต่ผมคงไม่ใช่พ่อลูกอ่อนแล้วล่ะ (555) เพราะตอนนี้ลูกๆ เรียนหนังสือระดับภาคบังคับกันแล้ว

มาที่หัวเรื่องที่จะเขียนในวันนี้ ผมเชื่อว่าในโลกนี้ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่มองหรือคิดถึงอนาคตของลูกหรอกครับ ทุกคนคิดแน่ แต่จะทำได้ไหม ทำอย่างไร ไม่รู้นะ รู้แต่ว่าพ่อแม่ทุกคนล้วนมีลมหายใจเพื่อลูกทั้งนั้น
(ขอให้ลูกรู้ไว้ด้วย 555)

บางคนถึงขนาดวางอนาคตลูกไว้เสร็จสรรพ มีเส้นทางให้เดินเรียบร้อยขีดเส้นไว้เลย ทางไหนที่ขรุขระก็เกลี่ยไว้ให้ราบเรียบ หรือบางคนก็สุดแท้แต่ลูกจะเลือกเดิน (ขอแค่ในทางที่ดีก็พอ) ลูกว่าไงพ่อแม่ว่าตามนั้น ขอเป็นคุณพ่ออุปถัมภ์ คุณแม่อุปถัมภิกา แหมถ้าใครเป็นลูกสบายเลยนะเนี่ย

สำหรับผมยังไม่มองไกลขนาดนั้น เพราะลูกเพิ่งเรียนประถม แต่ถามว่าอนาคตลูกคิดไหมคิด ไม่ใช่ไม่คิด และกำลังทำอยู่ถามทำอะไร ทำยังไงหรือจะเล่าให้ฟังครับ

เรื่องมีว่า ทุกครั้งที่ผมเดินทางกลับต่างจังหวัดบ้านเกิด ไม่ว่าจะกลับพร้อมครอบครัว หรือฉายเดี่ยวแบบเฉินหลง พาหนะที่ใช้ในการเดินทางหลักคือรถไฟไทย นั่งนานหลายชั่วโมงจนปวดก้นแต่ก็ถึงเหมือนกันปลอดภัยด้วย ยิ่งทุกวันนี้ห้ามผู้โดยสารสูบบุหรี่กินเหล้าบนที่นั่งสบายใจเยอะ ถ้าย้อนไปเมื่อก่อนไม่ได้เชียว นั่งโบกี้ไหนไม่แคล้วเจอขี้เมาและขี้ยาตลอดเสียอารมณ์คุณพ่อลูกสองมาก

ที่จริงรถไฟเนี่ยผมนั่งครั้งแรกตอนอายุ 13 แล้วนั่งมาตลอดจนบัดนี้ถ้ามองในแง่ลูกค้าของรถไฟก็เป็นลูกค้าที่ซื่อสัตย์คนหนึ่ง อันนี้เล่าให้ฟังเฉยๆ มิใช่ประเด็น

แต่ประเด็นคือพอถึงสถานีปลายทางที่ต้องลง จะต้องเหมารถต่อไปบ้านอีก 7 กิโลเมตร (เมื่อ 7-8 ปี ถนนหนทางฝุ่นตลบหัวแดงหมดเพราะทางลูกรัง) พอถึงบ้านคนนั้นก็มาหา คนนี้ก็มาหา รู้จักมักคุ้นทั้งนั้น บ้างก็ถามขับรถมาหรือ บ้างก็ว่าทำไมไม่ออกรถยนต์สักคัน เขาออกกันไปหมดคนนั้นก็ออก คนนี้ก็ออก

“เขาออกก็ดีแล้วล่ะ ช่างเขาเหอะ” ก็ตอบไปอย่างนี้ (ในใจอยากได้ 555)แล้วก็ไม่ต่อความยาวอะไรอีก ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นปัจจัตตัง (ส่วนตั๊วส่วนตัว)

แต่ให้เชื่อเถอะ สังเกตเห็นเลยว่า สังคมคนชนบททุกวันนี้มักจะมองอย่างนี้ เห็นคนอื่นมีอะไรก็อยากมีเหมือนเขา หรือมีเกินคนอื่น ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนมาก ไม่ต้องแข่งขันชิงร่ำชิงรวย แต่อยู่แบบพึ่งพาอาศัยกันและกันสมัยผมเด็กยังมีให้เห็นแต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว อะไรๆ ก็เงินหมด

ถ้าถามผมว่า รถยนต์อยากได้ไหมอยากสิครับ ไม่อยากก็บ้าแล้ว ก็คิดว่าวันหนึ่งจะมีเหมือนคนอื่นบ้าง ถ้าไม่มีในชาตินี้ก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ขอร้องเพลงต้องมีสักวัน ของ ก๊อต จักรพันธ์ ไปก่อน

ขอเก็บเงินให้ลูกเรียนดีกว่าครับ เพื่ออนาคตลูก ส่วนปัจจัยที่ห้าที่หกเอาไว้ทีหลัง ถ้าให้มีรถยนต์ขับสักคันแล้วความทุกข์ตามมาเป็นขบวนไม่เอาดีกว่า ลองคิดดูเอาเงินไว้ให้ลูกเรียนกับเอาไปซื้อรถอันไหนคือ
สิ่งสำคัญที่สุด

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว