posttoday
เดินทางตามแสง

เดินทางตามแสง

14 กุมภาพันธ์ 2558

เวลาไปเที่ยว เราถ่ายภาพ แต่หากช่างภาพไปเที่ยว เขาถ่ายอะไร ช่างภาพอิสระ คิด-คณชัย เบญจรงคกุล

โดย... รอนแรม ภาพ... คณชัย เบญจรงคกุล

เวลาไปเที่ยว เราถ่ายภาพ แต่หากช่างภาพไปเที่ยว เขาถ่ายอะไร ช่างภาพอิสระ คิด-คณชัย เบญจรงคกุล สามารถหาเวลาพักผ่อนแบบเต็มที่อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เขาพกกล้องถ่ายรูปออกเดินตามถนน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เก็บความรู้สึกผู้คน และเก็บอารมณ์แสงที่บังเอิญพบระหว่างทาง

เก็บแสง

เขาไม่สามารถตอบได้ว่าเวลาไปเที่ยวเขามองหาสิ่งใด เพราะเขาเพียงเดินไปเรื่อยๆ ถ้าเห็นอะไรที่มันสวยก็จะยกกล้องขึ้นมาถ่าย “คิดชอบเรื่องของแสงที่มันลงมากระทบพอดี”คิดกล่าว “สไตล์ที่ชอบถ่ายเวลาท่องเที่ยวมีทั้งวิวและทั้งคนที่เดินไปเดินมา ถ้าเป็นวิวคิดจะชอบถ่ายภาพกว้างๆ ใช้เลนส์วายด์(Wide) ซึ่งมันจะเก็บองค์ประกอบได้ครบ”

คิดเป็นช่างภาพที่ให้ความสำคัญกับแสงและเงา เขายกตัวอย่างทุ่งหญ้าสีเขียวเวลามีแดดกับไม่มีแดด มันก็จะให้อารมณ์แตกต่างกัน ไม่ต่างอะไรกับการถ่ายภาพแฟชั่น ที่นอกจากคอนเซ็ปต์และการสื่ออารมณ์ของนางแบบแล้ว เรื่องโทนสีภาพก็ทำให้อารมณ์ภาพนั้นสื่อเรื่องราวต่างกัน “คิดเป็นคนที่แอพพรีซิเอต (Appreciate) กันแสงธรรมชาตินะครับ แต่สำหรับบางภาพถ้าอยากให้มันอินจริงๆ ต้องประดิษฐ์แสงขึ้นมา เพื่อให้เกิดมูดแอนด์โทน (Mood and Tone) ที่ไม่เหมือนกับภาพที่เคยเห็นทั่วๆ ไป” ทำให้ภาพถ่ายแฟชั่นของคิดมีการเล่นแสงและเงาอยู่เสมอ ซึ่งเป็นลายเซ็นของเขาไปแล้ว

เดินทางตามแสง

เก็บความรู้สึก

ทว่า มีหลายเหตุการณ์เช่นกันที่ช่างภาพต้องวางกล้องและเก็บภาพนั้นด้วยสายตาแทนโดยเฉพาะภาพการแสดงที่มีการแสดงอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง “บางทีเราก็อยากเก็บภาพนักร้อง นักกายกรรม หรือโชว์” เขากล่าว “แต่มันรู้สึกว่าการมองผ่านกล้องแล้วไม่ได้อรรถรสเต็มเท่าผ่านสายตา บางครั้งเรามัวแต่เตรียมกล้องแชะภาพนาทีที่เพอร์เฟกต์ แต่การมองด้วยสายตามันทำให้เก็บโมเมนต์นั้นได้ชัดกว่า ได้เห็นมุมที่กว้างกว่า บางครั้งมันมีองค์ประกอบรอบๆ ที่เราไม่ได้เห็น”

นอกจากนี้ เขายังพูดถึงเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียตอนนี้เวลาไปเที่ยวทุกคนมีมือถือเอาไว้ถ่ายรูปจนลืมที่จะมอง “การไปเที่ยวแล้วถ่ายรูปๆ มันได้รูปสวย แต่เราลืมที่จะเก็บเกี่ยวลืมมอง ลืมซึมซับบรรยากาศให้มันเข้าไปในความทรงจำ” ทำให้บางทีช่างภาพอย่างเขาก็ไม่กดชัตเตอร์แม้ว่าจะมีกล้องติดมือก็ตาม

เดินทางตามแสง

เก็บประสบการณ์

คิดเดินทางยาวๆ ประมาณ 1 เดือน ปีละอย่างต่ำ 2 ครั้ง ซึ่งนอกจากจะได้พักผ่อน ได้ถ่ายภาพแล้ว ยังได้เปิดโลกของเขาด้วย “การเดินทางเป็นสิ่งที่เราได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์” เขาเล่าเหตุผลที่ชอบเดินทาง

“ได้ไปเจอคนใหม่ๆ สถานที่สวยๆ เปิดโลกกว้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้คนหรือวัฒนธรรม บางที่เราเก็บมาอยู่ในจิตใต้สำนึกของเรา ทำให้วิสัยทัศน์ของเราเปิดกว้างขึ้น มันอาจจะบอกไม่ได้ว่าจุดไหนที่ดึงมาใช้ในสถานการณ์ไหน แต่มันเปิดความคิดของเรา ออกไปเห็นสิ่งที่ไม่จำเจ มันเปิดจินตนาการของเรา”

ไม่ว่าจะไปที่ไหน เขามักจะตื่นเต้นทุกครั้งที่จะได้ถ่ายภาพเก็บไว้ “แต่ละที่มันให้ความรู้สึกแตกต่างกัน” เขายกตัวอย่างทริปพักผ่อนล่าสุดเมื่อช่วงปีใหม่ เขาไปเมืองนิเซโกะ ประเทศญี่ปุ่น ต่อด้วยลอสแองเจลิส ลาสเวกัส นิวยอร์ก ลอนดอน และฝรั่งเศส ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 เดือน

“เมืองนิเซโกะเป็นเมืองหิมะ จะให้ความรู้สึกไร้ชีวิต คนละด้านกับนิวยอร์กที่จะเก็บความรู้สึกของตึกและแสงสีที่อยู่รอบตัวเรา” แม้จะเดินทางมากขนาดไหน เขาก็ยังตื่นเต้นทุกครั้ง “เวลาได้ไปเมืองใหม่ๆ เราก็อยากจะถ่ายภาพเก็บไว้จะรู้สึกตื่นเต้นเสมอ เพราะมันเป็นสถานที่ที่ต่างจากบ้านเรา”

ส่วนในประเทศไทย เขามักเลือกทะเลเป็นจุดหมายปลายทาง แต่เมื่อไม่นานมานี้ การเดินทางทำให้ต้องปันใจมารักภูเขามากทีเดียว เขาเล่าถึงทริปปายเมื่อหนาวที่ผ่านมา“ปกติเป็นคนไม่ชอบภูเขา” เขาสารภาพ “แต่พอขึ้นไปปายช่วงหน้าหนาวมันทำให้เราชอบมากขึ้น เรารู้สึกว่าเราอินกับการขึ้นเหนือมากขึ้น ตอนนั้นได้ไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น มันได้เห็นริ้วเขา ริ้วหมอก เป็นภาพที่สวยงาม” นอกจากจะได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ ช่างภาพหนุ่มคนนี้ยังได้เปลี่ยนทัศนคติของตัวเองเมื่อได้พบความงามของสิ่งที่ไม่คิดจะมอง

เดินทางตามแสง

เก็บอิสระ

“เป็นช่างภาพอิสระมีข้อดีตรงที่ทำงานตามเวลาเราได้” คิดพูดถึงข้อดีของการเป็นช่างภาพอิสระ เขาจึงสามารถกำหนดเวลาเที่ยวเองได้ตามใจ “ถ้าเดือนนี้ทำโปรเจกต์ใหญ่
ได้เงินมาเยอะ ก็จะโอเค มีเวลาพักผ่อนได้”

แต่กว่าที่เขาจะขึ้นมาอยู่ในฐานะช่างภาพอิสระที่มีชื่อเสียงและมีงานเข้ามาตลอดนั้นไม่ง่ายเลย “ความที่คิดมีนามสกุลเข้ามาทำให้ต้องคิดงานหนักกว่าคนทั่วไปด้วยซ้ำ”เขากล่าว “เพราะว่าคนจะมองว่าคิดเป็นช่างภาพกิตติมศักดิ์ จะให้งานที่พิเศษ แต่จริงๆ คิดรับงานทุกงานที่น่าสนใจ” เป็นอีกมุมที่คนอื่นไม่เคยทราบ และเขายังกล่าวด้วยว่า “ตอนนี้คิดก็พัฒนาตัวเองเรื่อยๆ หาลูกค้าใหม่ๆ คิดพยายามพิสูจน์ฝีมือและผลงานเพื่อจะได้มีงานต่อไปเรื่อยๆ”

โลกของคิด

ถ้ามีโลกของตัวเอง 1 ใบ อยากให้โลกใบนั้นเป็นอย่างไร “ขอให้เป็นโลกที่สะอาด ไร้ซึ่งมลภาวะ และโรคร้าย ทุกคนถูกปลูกฝังให้เป็นคนดี ชอบช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมีเทคโนโลยีล้ำ น่าจะเป็นโลกที่น่าอยู่มากๆ ครับ” แม้จะไม่มีคำว่าถ่ายภาพหรือภาพถ่ายอยู่ในคำตอบ แต่เชื่อว่าหากโลกของเขาเกิดขึ้นจริงๆ ภาพทุกภาพจะสวยงาม และไม่แน่ว่า
ช่างภาพอาจวางกล้องแล้วจ้องมองโลกที่น่าอยู่ใบนี้

เดินทางตามแสง

 

คิด-คณชัย เบญจรงคกุล แจ้งเกิดในวงการช่างภาพกับโปรเจกต์ อาย ทู อาย (eye to eye) ตั้งแต่สมัย เรียนสถาปัตยกรรมอยู่ที่อังกฤษ เป็นหนังสือรวมบุคคลที่มีชื่อเสียงใน ประเทศไทยกว่า 100 ชีวิต ทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง ศิลปิน นักแสดง เพื่อขาย หนังสือแล้วนำเงินไปบริจาคให้โรงเรียนสอนคนตาบอด ได้เงินบริจาคถึง 3 ล้านบาท และชื่อคิด เบญจรงคกุล ก็เป็นที่รู้จักในวงการช่างภาพไทย “เป็น โปรเจกต์ที่อยากทำเอง” เขากล่าว “วันดี คืนดีนั่งอยู่ในรถแล้วอยากทำ วันรุ่งขึ้นก็ลงมือทำเลย” ที่มาของโปรเจกต์เกิดขึ้นจากจุดเล็กๆ ซึ่งงานนี้เขาเป็นคนติดต่อเอง ถ่ายเอง ทั้งหมด “ตอนนั้นเรียนสถาปัตยกรรม มันมีแรงบันดาลใจ ด้วยการถ่ายภาพ เลยอยากจะเอากล้องไปถ่ายคนนู้นคนนี้ ซึ่งหนังสือเล่มนี้ใช้เวลาทำเป็นปีกว่าจะเสร็จ” เขายังกล่าวด้วยว่าโปรเจกต์ อาย ทู อาย เป็นโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จ ที่สุดแล้ว ตั้งแต่ตอนนั้นอายุ 21 จนถึง ตอนนี้อายุ 26 ปี ก็ยังรู้สึกว่า “ยังไม่ได้ ทำอะไรที่มันเป็นชิ้นเป็นอันและ ยิ่งใหญ่เท่าครั้งนั้นเลย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ