posttoday
เคล็ดลับชีวิตแฮปปี้แบบเดนมาร์ก

เคล็ดลับชีวิตแฮปปี้แบบเดนมาร์ก

08 กุมภาพันธ์ 2558

เดนมาร์กมักจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีดีกรีความสุขเป็นระดับต้นๆ ของโลก ล่าสุดในปี 2013

โดย...มิยาโตะ

เดนมาร์กมักจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีดีกรีความสุขเป็นระดับต้นๆ ของโลก ล่าสุดในปี 2013 ในรายงานสถานการณ์ “สุข” โลก (World Happiness Report) ที่สำรวจโดยสหประชาชาติ มีเดนมาร์กนำโด่งมาเป็นอันดับ 1 ของประเทศที่มีความสุขที่สุด

อะไรกันหนอที่ทำให้ดีกรีความสุขของชาวเดนิชพุ่งกระฉูดขนาดนั้น คำตอบอยู่ตรงนี้แล้ว...

สถาบันสำรวจความสุขแห่งโคเปนเฮเกน เป็นผู้ไปค้นหาเบื้องหลังมาให้ สรุปสั้นๆ ว่า เป็นเพราะค่านิยมคุณธรรมในสังคมสุดเข้มแข็ง อีกทั้งชาวเดนิชยังสามารถรักษาสมดุลของชีวิตส่วนตัวกับหน้าที่การงานได้ดี รวมไปถึงความปลอดภัยในสังคมอันดีเยี่ยม

รู้หรือไม่ว่า ในเดนมาร์กให้การรักษาพยาบาลคนเจ็บไข้ได้ป่วยฟรี นอกจากนี้ยังมีผลประโยชน์ล้นเหลือสำหรับคนที่ตกงาน เรียกว่า มีกินมีใช้อย่างไม่เดือดร้อน แม้ต้องปุ๊บปั๊บออกจากงานแบบไม่ตั้งตัว อย่างไรก็ตามดัชนีชี้วัดความสุขของชาวเดนิชอันดับต้นๆ อยู่ที่ความไว้เนื้อเชื่อใจกันของคนที่นั่น ซึ่งทำให้พวกเขาปราศจากความกังวล ชีวิตง่ายขึ้น และมีความสุขเพิ่ม

สำหรับผลสำรวจครั้งนี้ มาจากแบบสอบถามชาวเดนิชกว่าหมื่นคน ที่ตอบคำถามประเด็นเกี่ยวกับความสุข แถมพกด้วยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านความสุขทั้งหลายของโลก ประกอบกับผลวิจัยอื่นๆ ที่มุ่งเน้นไปที่การเจาะลึกเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีระดับนานาชาติ ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปมาเป็นสูตรสำเร็จความสุข 8 ประการของชาวเดนิช

1.ความไว้เนื้อเชื่อใจ ชาวเดนิชสามารถทิ้งรถเข็นเด็กเอาไว้หน้าร้านค้าต่างๆ แล้วก็ไปทำธุระปะปังได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าเด็กจะหาย หรือเป็นอันตราย

2.ความปลอดภัยในสังคม ทำให้คนเดนมาร์กปราศจากความวิตกกังวล

3.ความร่ำรวย ก็มีส่วนช่วยให้คนในประเทศหนึ่งมีความสุขกว่าอีกประเทศได้

4.อิสรภาพเหนืออื่นใด คนเดนมาร์กมีสิทธิที่จะเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ ฟรี นอกจากนี้เพศที่สามยังเป็นที่ยอมรับมากกว่าที่ไหนในโลก

5.เลือกงานได้ตามชอบใจ ไม่ว่าอาชีพไหน ค่าตอบแทนก็ไม่แตกต่างกัน คนเดนมาร์กเลือกงานที่ชอบ งานที่ใช่ได้ดังใจ

6.สมดุลชีวิตและงาน เวลาในการทำงานของคนเดนมาร์กมีความยืดหยุ่น ไม่ว่าอาชีพใดๆ ทุกคนมีเวลาพอสำหรับเพื่อนสนิทมิตรสหายและครอบครัว

7.ไร้ปัญหาการเมือง เดนมาร์กพัฒนาประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน นักปกครองอยู่ในศีลธรรม และระดับการคอร์รัปชั่นต่ำมาก

8.ศีลธรรมของคนสูง ทำให้เกิดการยกระดับทางสังคม ความสัมพันธ์ที่ดีทำให้ชุมชนมีคุณภาพดีตามไปด้วย

ทั้งหมดนี้ทำให้ชาวเดนิชเต็มไปด้วยความสุข

 

เคล็ดลับชีวิตแฮปปี้แบบเดนมาร์ก

เงินซื้อความสุขได้ จริงหรือ?

คำถามนี้ถามกันบ่อย และคนมักจะตอบว่า เงินซื้อความสุขไม่ได้... แต่ในที่นี้ขอเห็นต่างว่า ... อาจจะซื้อได้บางส่วนนะ

แน่ล่ะ เงินไม่อาจจะซื้อความสุขได้ 100% แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้สินะว่า การไม่มีเงินนั้น เป็นสาเหตุต้นๆ ของความทุกข์ของหลายๆ คนในทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในโลกที่ 3 ที่การไม่มีเงินทำให้คุณภาพชีวิตย่ำแย่เอามากๆ

เงินช่วยให้เข้าถึง อาหาร ยา ที่อยู่อาศัย และสิ่งจำเป็นอื่นๆ ในชีวิต การไม่มีเงินในประเทศโลกที่ 3 นั้น อาจทำให้ชีวิตอยู่ในความเสี่ยง ไร้ความปลอดภัย ขาดความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นคนโสดหรือว่ามีครอบครัวแล้วก็ตาม -- และนั่นก็เป็นที่มาของความสุขที่ลดน้อยลงไป

นั่นจึงเป็นสาเหตุว่า ทำไมประเทศที่ร่ำรวยจึงมีอัตราของความสุขมากกว่าประเทศยากจน ตามผลสำรวจความสุขระดับนานาชาติ

อย่างไรก็ตาม แม้เงินจะเป็นเกราะปกป้องคุณจากความเป็นทุกข์ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นของตายที่ช่วยซื้อความสุขให้คุณได้แบบสำเร็จรูป ผลสำรวจบางชิ้นบอกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมที่เศรษฐกิจง่อนแง่น ไม่มั่นคง เงินซื้อความสุขได้เพียงน้อยนิด ยกตัวอย่างย้อนไปไกลถึงเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อทศวรรษที่ 1960 ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดกว่าก่อนหน้านี้ถึง 3 เท่า ทว่าความสุขของคนอเมริกันกลับไม่ได้พุ่งตามเอาเลย เนื่องเพราะเศรษฐกิจสหรัฐมีลักษณะเหมือนโรลเลอร์โคสเตอร์ ไม่ได้แข็งแรงแบบหยุดนิ่งนั่นเอง (ตามข้อสังเกตของนักเศรษฐศาสตร์อเมริกัน ริชาร์ด อีสเทอร์ลิน ที่ภายหลังเรียกว่าว่า ทฤษฎีความขัดแย้งของอีสเทอร์ลิน หรือ The Easterlin Paradox)

ริชาร์ด อีสเทอร์ลิน ยังบอกไว้อีกว่า ที่เงินซื้อความสุขไม่ได้ในสภาพเศรษฐกิจที่ไม่นิ่ง เป็นเพราะผู้คนรู้สึกขาดความมั่นคง และไม่มีความมั่นใจในอนาคต โดยเขาบอกว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการมีเงินมากหรือน้อย แต่ในภาวะเช่นนั้น คนจะอยากมีเงินมากขึ้นเอาไว้ก่อน อย่างเช่น หากคนปกติได้เงิน 8.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ/ปี ในใจเขาจะต้องการให้มันกลายเป็น 1 แสนเหรียญสหรัฐ เพื่อความมั่นคงยิ่งขึ้น

หลายคนไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีความขัดแย้งของอีสเทอร์ลิน และพยายามหาข้อโต้แย้ง แต่เขาก็ได้นำเสนอผลสำรวจใหม่ในปี 2010 ที่สนับสนุนความคิดเดิมของเขา โดยเข้าไปศึกษาสภาพเศรษฐกิจในกว่า 31 ประเทศทั่วโลกเป็นเวลา 12-34 ปี เขาชี้ให้เห็นว่า ประเทศชิลีและจีนที่รายได้ของผู้คนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ทว่าความสุขนั้นไม่ได้แปรผันตามมาในระดับเดียวกัน แถมยังลดระดับลงอีกต่างหาก

ขณะที่ผลสำรวจระดับความสุขโลก ประจำปี 2012 โดยสถาบันเอิร์ท แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ได้ความว่า ความสุขของผู้คนจะแปรผันตามรายได้เฉพาะในประเทศที่ร่ำรวยเท่านั้น ส่วประเทศที่กำลังพัฒนา การมุ่งหารายได้ที่มั่นคงมีความสำคัญมากกว่าการแสวงหาความสุข

เคล็ดลับชีวิตแฮปปี้แบบเดนมาร์ก

“คุณรู้แน่เลยว่านั่นคือความรัก เมื่อสิ่งเดียวที่คุณต้องการก็คือ หวังให้คนคนนั้นมีความสุข แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสุขของเขาก็ตาม”

จูเลีย โรเบิร์ตส์ นักแสดงชื่อดัง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ