
ชาร์โคล สีสันแห่งภารตราตรี
มื่อก้าวเดินเข้าไปใน ชาร์โคล คุณอาจจะลืมไปเลยว่า กำลังอยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ เพราะบรรยากาศที่แวดล้อม รวมถึงการตกแต่ง อุปกรณ์ประดับประดาร้าน
โดย...ชะรอยนวล ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
มื่อก้าวเดินเข้าไปใน ชาร์โคล คุณอาจจะลืมไปเลยว่า กำลังอยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ เพราะบรรยากาศที่แวดล้อม รวมถึงการตกแต่ง อุปกรณ์ประดับประดาร้าน ข้าวของเครื่องใช้ ดนตรี หรือแม้แต่พนักงานที่ร้านก็ล้วนแล้วแต่ทำให้เราคิดถึงดินแดนซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์และสีสันอย่างอินเดีย ทั้งยังไม่ใช่อินเดียโบร่ำโบราณแต่มีความร่วมสมัย เก๋ไก๋ด้วยผสมผสานสไตล์อินดัสเทรียลเข้าไป
ชื่อเต็มๆ ว่า ชาร์โคล ทันดูร์ กริลล์ แอนด์ มิกโซโลจี แต่เรียกให้สะดวกปากสั้นๆ ว่า ชาร์โคล ก็ได้ นี่เป็นอีกหนึ่งร้านจากการสร้างสรรค์ของ โซโห ฮอสพิทอลิตี้ ซึ่งประสบความสำเร็จมาก่อนหน้านี้กับบาร์เก๋ๆ ชื่อ อโบฟ อีเลฟเว่น ร้านนี้เพิ่งเปิดให้บริการได้มาไม่กี่เดือน แต่ดูเหมือนจะได้รับความนิยมในหมู่คนซึ่งนิยมแฮงเอาต์และกินดื่มในบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์ส่วนตัวสูง
ที่ชาร์โคลนักชิมจะได้ลิ้มรสอาหารอินเดียในแบบที่เรียกว่า ทันดูร์ คำนี้แปลว่า เตา อาหารทันดูร์จึงหมายถึงอาหารที่ปรุงในเตาทันดูร์นั่นเอง ทันดูร์เป็นอาหารดั้งเดิมอินเดียซึ่งรับประทานกันมาแต่โบร่ำโบราณ (ชื่อร้าน ชาร์โคลก็น่าจะมาจากคำว่าถ่านที่ใช้กับเตาปรุงอาหารทันดูร์ ซึ่งเป็นประเภทอาหารที่เสิร์ฟเป็นหลักในร้านนั่นเอง)
อาหารซึ่งเชฟหนุ่มชาวอินเดียภูมิใจนำเสนอ คือ แพนเนียร์ติกกา ซึ่งก็คือ ชีสย่างในเตาดินเผา ชีสนั้นเป็นคอตเทจชีสที่หมักด้วยครีมสด แป้ง เครื่องเทศ และพริกเหลือง เมนูต่อมาเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยแบบดั้งเดิมของอินเดีย คือ เมิจมาไลเคบับ ปรุงโดยนำเนื้อไก่ไปคลุกครีมชีส โยเกิร์ต น้ำส้มสายชู พริกขี้หนูเขียว และผักชีแล้วย่าง อาหารทะเลก็มีเสิร์ฟอย่าง ทันดูรีจิงกาพรอน ซึ่งนำกุ้งตัวโตๆ มาหมักเครื่องเทศ ผสม
โยเกิร์ต พริกแดง และขมิ้น ก่อนนำไปย่างให้สุกหอม
เนื้อแกะเป็นอาหารที่คนอินเดียนิยมจึงมีให้สั่งมาชิมหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น อังการ์ปาสเลีย ซึ่งเป็นเนื้อแกะหมักพริกขี้หนูแดง ยี่หร่า น้ำส้มสายชู และขิงกระเทียมก่อนนำไปย่าง ส่วน กะลอตีเป็นเนื้อแกะหมักเครื่องเทศแล้วนำไปสับละเอียด ปรุงให้สุกอย่างช้าๆ บนกระทะ เมนูซึ่งเป็นเอกลักษณ์และขาดเสียไม่ได้สำหรับมื้ออาหารอินเดียคือ ดาล หรือซุปถั่วข้น ผสมด้วยมะเขือเทศขิง และกระเทียม รับประทานคู่กับแป้งหรือชอบข้าวก็มีบางเมนูให้สั่ง
หนึ่งในสิ่งที่ดึงดูดใจให้หลายคนอยากมาเยือนที่นี่คงจะไม่พ้นเมนูค็อกเทลที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อให้เข้ากันกับรสชาติอาหารทันดูร์และโมกุล โดยเติมส่วนผสมที่เป็นไทยและอินเดียเข้าไป ก่อเป็นประสบการณ์เฉพาะตัวซึ่งพบได้ในชาร์โคล
ค็อกเทลที่ติดรสหวานและไม่เข้มนักอย่าง นิวเดลีดิวตี้ฟรี ซึ่งเสิร์ฟมาในถุงช็อปปิ้งดิวตี้ฟรีแนบพาสปอร์ตมาด้วย ผสมจากบาคาร์ดี้สุพีเรียร์กับมะม่วงและเครื่องเทศอินเดีย เติมมะนาวและโซดาแตงโมสไตล์โฮมเมดลงไปสร้างรสชาติ
อีกหนึ่งเมนู คือ เฟสติวัลออฟคัลเลอร์ส ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทศกาลสาดสีของอินเดีย เป็นค็อกเทลที่ให้กลิ่นขมิ้น สับปะรด ไลม์ โฮมเมดไซรัป โรยด้วยผงพริกปาปริกาและน้ำคิวรา แก้วนี้แก้วเดียวก็ “ถึงอินเดีย” โดยฉับพลัน ส่วน มินต์ชัตนีย์โมฮิโต ซึ่งเสิร์ฟในแก้วทองแดงสุดคลาสสิกนั้นผสมจากบาคาร์ดี้โกลด์รัมกับซอสสะระแหน่ มะม่วง มะนาว น้ำแข็งบด และโซดา ว่ากันว่า นี่คือหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมในอินเดีย
ถ้าอยากยกระดับความเข้มข้นในเครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลาย อย่างเช่น ดาร์ครัมอินเดียนโอลด์แฟชั่น หรือโกลกาตาริคชอว์ฟูเอล เป็นต้น หลังมื้ออาหารที่ชาร์โคลก็มีเครื่องดื่มตบท้ายเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร อย่างเช่น มิสติคทีพอท ซึ่งผสมจากจินที่หมักกับชาดำอัสสัม มะนาว เสาวรส และน้ำผึ้ง เสิร์ฟในกาชาแบบบอมเบย์ดั้งเดิม หอมกลิ่นอโรมา แถมมีบิสกิตชาอินเดียมาให้แกล้มด้วย นอกจากค็อกเทลแล้วที่ชาร์โคลก็มีเครื่องดื่มอื่นๆ ให้สั่งอีกมาก รวมทั้งม็อกเทลสำหรับคนที่ไม่ถนัดแอลกอฮอล์ หลังมื้ออาหารแบบอินเดียแท้ๆ ก็ต้องมีหมากหรือที่เรียกว่า ปาน ให้เคี้ยวล้างปาก ใครอยากลองก็บอกพนักงานได้เลย
ชาร์โคล ตั้งอยู่ชั้น 5 อาคารเฟรเซอร์ สูทส์ ซอยสุขุมวิท 11 โทร. 08-9307-1111 หรือ charcoalbkk.com เปิดให้บริการทุกวัน 18.00-24.00 น.
ทุกค่ำคืนที่ชาร์โคล มีประสบการณ์กลิ่นอายภารตอันน่าประทับใจพร้อมเสิร์ฟเสมอ







