
"ส.ศิวรักษ์"พูดถึงแท็กซี่
เฟซบุ๊ก Sulak Sivaraksa
เฟซบุ๊ก Sulak Sivaraksa
[ รถแท็กซี่ ]
สมัยเมื่อข้าพเจ้าเป็นเด็ก จนตราบเข้าเขตเป็นหนุ่ม เคยอาศัยอยู่ทางฝั่งธนบุรี ในละแวกที่เรียกว่า บางลำพูล่าง ยังมีตอต้นลำภูอยู่ริมแม่น้ำด้วยบ้าง ยามข้างแรมหิ่งห้อยจะเกาะที่ตอต้นลำภูงดงามนัก ตอนกลางวัน ถ้าจะข้ามฟากไปฝั่งพระนคร ย่อมต้องใช้เรือแจว ซึ่งมีคนรับจ้าง พาข้ามไป เราเรียกกันว่า เรือจ้าง ถ้าจะไปไกล ๆ เช่นตลาดบางรัก มีเรือยนต์ลำเล็ก ๆ ที่นายท้ายอยู่ท้ายเรือจริง ๆ และรับคนทั้งสองฟากแม่น้ำ เราเรียกกันว่า เรือแท็กซี่ เพราะทางฝั่งธนบุรียังไม่มีการจราจรทางบก แม้จะตัดถนนเจริญนครแล้ว ถนนนี้ก็ใช้ไม่ได้จนหลังสงครามโลก แล้วนาน
ทางฝั่งพระนคร รถรางเป็นพาหนะสาธารณะที่สำคัญ ต่อมา ก็มีรถสองแถว ถ้าจะนั่งรถเป็นส่วนตัว ก็รถลากโดยคนจีน เราจึงเรียกกันว่า รถเจ๊ก ต่อมาภายหลังจึงมีรถสามล้อมาแทนที่รถลาก นอกจากคนมีอันจะกินจำนวนน้อยที่มีรถยนต์ส่วนตัว ถ้าเราจะจ้างรถยนต์ให้เขามารับหรือไปส่ง เราเรียกรถพวกนี้ว่า รถเช่า ซึ่งต่อมาใช้ทับศัพท์ฝรั่งว่า รถแท็กซี่ ซึ่งต้องต่อราคากัน จนสมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ บังคับให้ติดมิเตอร์ เพื่อคิดค่าโดยสารตามนั้น
อัตราค่าโดยสารขั้นต่ำ ๓๕ บาท แล้วขยับราคาขึ้นไปตามมิเตอร์ ข้าพเจ้าชอบใช้รถชนิดนี้ เพราะการคุยกับคนขับ ได้รับความรู้ต่าง ๆ มาก โดยเฉพาะในสมัยเสื้อแดงเสื้อเหลือง แท็กซี่จะเป็นพวกเสื้อแดงโดยมาก
ข้าพเจ้าถามเขาว่า ค่าโดยสารตรึงราคาไว้เช่นนี้ พอกับค่าครองชีพละหรือ เขาว่าถ้าเช่ารถยนต์ บวกค่าน้ำมัน บางทีก็ไม่มีสตางค์เหลือกลับบ้าน ทั้งบางทียังโดนตำรวจจราจรรีดไถอีกด้วย ถ้าเป็นรถของตัวเองก็ค่อยยังชั่ว หรือบางคนเป็นทหาร ออกมาขับแท็กซี่หาลำไพ่เพิ่ม ก็ไม่สู้กระไร
ถามเขาว่า ทำไมไม่รวมตัวกันเป็นสหพันธ์ เพื่อบีบคั้นรัฐบาลให้เพิ่มค่าโดยสารให้ เขาว่าไม่ได้ดอก เพราะคนชั้นกลางเท่านั้นที่ใช้แท็กซี่ ผู้ดีมีทรัพย์เขาขับรถกันเอง หรือมีคนขับให้เสียด้วยซ้ำ คนที่จน ๆ ก็ขึ้นรถสาธารณะ ซึ่งมีมากขึ้นทุกที ทั้งรถใต้ดินและรถลอยฟ้า แถมมอเตอร์ไซค์ก็ยังแย่งลูกค้าไปได้มาก ยามจราจรติดขัด
อาชีพคนขับแท็กซี่ นับเป็นพวกหาเช้ากินค่ำอย่างไม่มีอนาคตเอาเลย ไปรอที่ท่าอากาศยาน บางทีสี่ชั่วโมงแล้ว จึงได้ผู้โดยสารสักที แถมมีพวกแท็กซี่ที่มาส่งผู้โดยสาร แล้วรับผู้โดยสารไปโดยไม่ต้องไปเข้าคิวรออีกด้วย
ก็ตอนนี้ คสช. มีแก่ใจ ขึ้นค่าแท็กซี่ให้กับคนที่มีอาชีพนี้ ถามเขาว่าไปปรับมิเตอร์หรือยัง เขาว่ายัง เพราะเพิ่มราคาให้ ก็ไม่เท่าไร แถมต้องไปเข้าคิวเพื่อเปลี่ยนมิเตอร์ บางทีหมดเวลาไปทั้งวันแล้ว ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนมิเตอร์
ก็ คสช. ปรารถนาดีกับคนพวกนี้แล้ว จะเอื้ออาทรเขาให้มากกว่านี้ ไม่ได้เจียวหรือ เช่นให้เขาไปรับบัตร ซึ่งบ่งว่าให้มาคราวหน้าเมื่อไร ถึงเวลานัดคราวหน้า เขาไม่ควรต้องรอเกินหนึ่งชั่วโมง นี่จะเท่ากับช่วยคนอาชีพนี้ อย่างมีน้ำใจไมตรีแท้ทีเดียว
โรงพยาบาลของรัฐก็เช่นเดียวกัน ผู้คนไปรอกันคราวละสองสามชั่วโมง กว่าจะได้พบหมอ และหมอก็มีเวลาตรวจให้อย่างเร่งรีบ เพราะคนไข้มากนัก
ความข้อนี้ แก้ไขไม่ได้หรือ ถ้าใครมีสตางค์ก็ไปโรงพยาบาลเอกชนกันหมด โรงพยาบาลพวกนี้ก็เขกเอาอย่างแทบไม่มีจริยธรรมกันเอาเลย ไม่ว่าจะเจ็บไข้ได้ป่วย มากน้อยขนาดไหน ก็ต้องให้น้ำเกลือ และถ้าเตียงโรงพยาบาลว่าง คนไข้ก็ต้องค้างคืนด้วย ค่ายาค่าหมอ แพงลิบลิ่วขนาดไหน ไม่มีมาตรการตรวจสอบกันเลยหรือ
คสช. หรือ รมต.สาธารณสุข น่าจะหารือกับชมรมแพทย์ชนบทช่วยให้บริการสาธารณสุขเข้าถึงคนยากคนจน โดยไม่ให้เขาต้องเป็นดังเปรตมาขอส่วนบุญ จะได้ไหม อ้ายรายการ ๓๐ บาทกับประกันสุขภาพนั้น ก็ต้องคอยกันย่ำแย่เช่นกัน
ส.ศ.ษ.
---------------------------------







