
การสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าจดจำ
โดย...วรธาร ทัดแก้ว
โดย...วรธาร ทัดแก้ว
การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จมีหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ของลูกค้า บริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถจักรยานยนต์แบรนด์ไทยภายใต้ชื่อ "เอ็นดี" เป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายยางมอเตอร์ไซค์น้องใหม่ที่ก้าวจากอันดับท้ายๆ มาอยู่ท็อปไฟว์เป็นรู้จักมากขึ้นในวงการยางรถจักรยานยนต์ และปัจจุบันได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เรียบร้อย
ชัยสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ดี.รับเบอร์ (NDR) บอกว่า เอ็น.ดี.รับเบอร์ เป็นน้องใหม่ในวงการผู้ผลิตยางรถมอเตอร์ไซค์ อยู่ในอุตสาหกรรมยางมอเตอร์ไซค์มา 20 ปี ขณะที่ยี่ห้ออื่นอยู่ในวงการนี้มา 40-50 ปี ทว่าปัจจุบัน เอ็น.ดี.ฯ ก้าวจากอันดับสุดท้ายมาติด 1 ใน 5 ของผู้ผลิตในไทยโดยที่ใครก็คิดไม่ถึง ทั้งนี้ เอ็น.ดี.ฯ มาถึงจุดนี้ได้เพราะเน้นการสร้างแบรนด์และทำการตลาดจากเดิมที่เน้นแข่งขันด้านราคา
"เอ็น.ดี.ฯ ใช้เวลาฝ่าฟันหลายปีกว่าสินค้าเป็นที่ยอมรับของลูกค้า ทั้งนี้ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมามีการแข่งขันกันด้วยราคาเป็นหลัก ณ วันนั้นเราก็อาศัยเรื่อง ราคาเหมือนกันจนเมื่อคุณพ่อให้ผมเข้ามาบริหารจึงมองว่า ถ้ายังแข่งด้วยราคาอยู่อย่างนี้ธุรกิจคงไม่รอดและไม่มีทางโตแน่ ผมจึงหันมาสร้างแบรนด์ของเราให้เป็นที่จดจำของลูกค้าเพื่อต้องการหลีกเลี่ยงการสู้กันด้วยราคาต่อไป ดังนั้นเมื่อสิบปีก่อนเราผลิตยางมอเตอร์ไซค์สีสันต่างๆ ออกมา เช่น แดง เหลือง น้ำเงิน เป็นที่ฮือฮามาก วัยรุ่นชอบ คนรู้จักเรามากขึ้น
จากนั้นเราพัฒนาวิจัยมาตลอดจนขยับโพซิชั่นจากน้องใหม่ที่ขายของถูกมาเป็นผู้นำในด้านแนวคิดและนวัตกรรมแทน ขณะที่ผู้ผลิตรายอื่นยังเน้นราคาเรามาเน้นการตลาด เช่น สร้างเมมเบอร์ร้านช่างโดยส่งวารสารเอ็น.ดี.ที่เป็นข้อมูลข่าวเกี่ยวกับยานยนต์ไปให้ทุก 3 เดือน ปัจจุบันเรามีร้านช่างสองพันกว่าร้าน ที่ไม่เคยรู้จักเราก็เริ่มรู้จัก ไม่เคยขายของเราก็เอาไปขาย จากนั้นเราไปทำตลาดต่างประเทศในเอเชีย โดยมีพันธมิตรใหญ่ที่มาเลเซียและอินเดีย"
ชัยสิทธิ์ พูดถึงการนำเอ็น.ดี.ฯ เข้าตลาด ว่า หลายคนอาจมองไปที่การระดมทุนเป็นอันดับแรก สำหรับตนมองถึงความยั่งยืนของแบรนด์และองค์กรเป็นที่รับรู้แพร่หลายมาเป็นที่หนึ่ง เหนืออื่นใดตนต้องการเปลี่ยนความรู้สึกของคนที่มีต่อสินค้าไทยที่มักจะมองสินค้าไทยว่าของถูกราคาไม่แพง ให้กลับมามองใหม่ว่าแบรนด์ไทยไม่แพ้แบรนด์ไหนในโลก
"การระดมทุนผมมองเป็นเรื่องรอง ถ้าไม่ระดมทุนในตลาดเราก็ทำได้นะ เพราะเอ็น.ดี.ฯ มาจากธุรกิจครอบครัวอยู่แล้ว แต่ที่เข้าตลาดเพราะมองถึงความยั่งยืนของธุรกิจในอนาคต และการเป็นองค์กรที่ทำงานอย่างมืออาชีพ ขณะเดียวกันเราต้องการลบความรู้สึกของคนที่มักจะมองว่าสินค้าไทยต้องราคาถูก" กรรมการผู้จัดการ เอ็น.ดี.รับเบอร์ เน้นย้ำ







