
ลูกอารมณ์ร้อน
ทุกวันนี้ ถ้าสังเกตจะเห็นว่าคนเราอารมณ์ร้อนกันมาก พอเกิดเหตุไม่น่าพอใจมากระทบก็มักจะมีปากเสียง ตอบโต้ ใช้อารมณ์ บางครั้งถึงขั้นลงไม้ลงมือ จนนำมาซึ่งการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินก็มีให้เห็นบ่อยครั้ง ที่น่าคิดคือความใจร้อนมิใช่เกิดเฉพาะผู้ใหญ่ แต่เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย บางครั้งก็เกิดกับคนรอบข้างคุณพ่อคุณแม่ก็คือลูกๆ นั่นเอง ซึ่งก็ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากเห็นลูกแสนน่ารักเป็นเด็กขี้โมโห อารมณ์รุนแรง และกลายเป็นคนก้าวร้าวฉุนเฉียวในที่สุด
ทุกวันนี้ ถ้าสังเกตจะเห็นว่าคนเราอารมณ์ร้อนกันมาก พอเกิดเหตุไม่น่าพอใจมากระทบก็มักจะมีปากเสียง ตอบโต้ ใช้อารมณ์ บางครั้งถึงขั้นลงไม้ลงมือ จนนำมาซึ่งการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินก็มีให้เห็นบ่อยครั้ง ที่น่าคิดคือความใจร้อนมิใช่เกิดเฉพาะผู้ใหญ่ แต่เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย บางครั้งก็เกิดกับคนรอบข้างคุณพ่อคุณแม่ก็คือลูกๆ นั่นเอง ซึ่งก็ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากเห็นลูกแสนน่ารักเป็นเด็กขี้โมโห อารมณ์รุนแรง และกลายเป็นคนก้าวร้าวฉุนเฉียวในที่สุด
ทว่า สิ่งสำคัญคือเวลาที่ลูกใจร้อน อารมณ์เสียบ่อย พ่อแม่หลายคนแทนที่จะใช้วิธีที่เหมาะสมในการรับมือลูกกลับกลายเป็นใช้อารมณ์ตอบโต้ลูกไปเสียนั่น
สถานการณ์ : มีครอบครัวหนึ่งคุณพ่อคุณแม่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวอายุแค่ 32 ปี มีลูกชายคนหนึ่งอายุ 8 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.2 ตอนเรียนอนุบาลลูกคนนี้ก็น่ารัก อารมณ์ดี บางครั้งงอแง ร้อนบ้างตามประสาเด็ก แต่พอขึ้นมาเรียนชั้น ป.1-ป.2 นิสัยเริ่มออกไปทางหงุดหงิดง่าย พอไม่ได้ดังใจ ก็แสดงอาการโมโห เอาแต่ใจ มักขึ้นเสียงกับพ่อแม่ แต่แทนที่พ่อแม่จะพยายามคุยกับลูกดีๆ หรือมีวิธีในการรับมือลูกใจร้อน กลับใช้อารมณ์ตอบโต้ลูก แม้จะไม่ทุกครั้งที่ลูกขึ้นเสียงแสดงอาการไม่พอใจ แต่ก็ถือว่าบ่อยครั้ง พ่อแม่คนไหนมีพฤติการณ์แบบนี้ขอให้รู้ว่านั่นไม่ใช่วิธีที่จะพึงทำต่อลูก
ทางออก : การที่ลูกเป็นคนอารมณ์ร้อน สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือมาจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นหลัก เช่น พ่อแม่ไม่ค่อยได้สอนให้เขาได้รู้จักจัดการอารมณ์ตั้งแต่เด็ก ไม่ค่อยได้สอนให้ลูกได้รู้จักการรอคอยทีละเล็กทีละน้อย รวมถึงการสร้างวินัยทางบวกด้วยการชื่นชมลูกที่รอคอยเป็นและอดทนได้ แต่กลับใช้อารมณ์ต่อลูก
เพราะฉะนั้น พ่อแม่ควรต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบเมื่อลูกแสดงอาการโกรธง่าย อารมณ์ร้อน แสดงความไม่พอใจออกมา ไม่ใช่สาดน้ำมันเข้าใส่ไฟ ไฟต้องดับด้วยน้ำ ร้อนต้องดับด้วยเย็น อย่าใช้อารมณ์กับลูก แต่จงใช้ความรักให้มากๆ พูดกับลูกดีๆ
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้เขียนหนังสือเลี้ยงใจลูกให้ถูกทาง บอกว่า เด็กบางคนอาจมีพื้นฐานเป็นเด็กโยเย โมโหง่าย อารมณ์รุนแรงโดยธรรมชาติแต่กำเนิด ซึ่งตามธรรมชาติเช่นนี้มีโอกาสเกิดขึ้นด้วยหลายสาเหตุ เช่น กรรมพันธุ์ ความใจร้อนของคุณพ่อคุณแม่ หรืออาจจะด้วยสารเคมีบางตัวในสมองทำงานมากเกินไปสักนิด ไม่ก็ความเครียดความกดดันขณะอยู่ในครรภ์ รวมทั้งการคลอดที่ขลุกขลักไม่ราบรื่นหรืออื่นๆ แต่ที่แน่ๆ ลูกๆ ไม่ได้มีเจตนาที่จะเกิดมาเป็นคนเจ้าอารมณ์ และการที่ลูกเป็นเช่นนั้นไม่ใช่ความผิดของเขา
อย่างไรก็ตาม พญ.อัมพร บอกว่า การที่ลูกมีภาวะใจร้อน โกรธง่าย สามารถแก้ไขได้ด้วยความรัก ความเข้าใจของคุณพ่อคุณแม่ ลูกที่โยเยเลี้ยงยากอาจต้องการความใกล้ชิดและการตอบสนองที่เร็วเป็นพิเศษ ซึ่งหมายถึงการใช้เวลากับลูกมากขึ้นในช่วงขวบปีแรกของชีวิต
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ใจเย็น เป็นต้นแบบที่ดีของลูก อดทนต่อเสียงร้องโยเยของลูกโดยไม่เกิดอาการสติแตก ไม่ตอบโต้กลับลูกด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แต่รู้จักใช้ธรรมชาติของเด็กในการเบี่ยงเบนความสนใจหลอกล่อให้ผ่อนคลาย มีเสียงเพลง รอยยิ้ม และการหัวเราะเป็นเครื่องมือเสริมในการเลี้ยงดูแบบนี้ลูกก็มีโอกาสเติบโตเป็นคนอารมณ์ดีได้สบายๆ







