
เรียนรู้ให้ได้ ใช้ความรู้ให้เป็น
ยุคนี้สมัยนี้ องค์ความรู้เป็นสิ่งสำคัญ เราอยู่ในยุคของ “สังคมเศรษฐกิจ บนฐานความรู้”
ยุคนี้สมัยนี้ องค์ความรู้เป็นสิ่งสำคัญ เราอยู่ในยุคของ “สังคมเศรษฐกิจ บนฐานความรู้” เราเดินทางไปที่ไหนบนโลกก็จะเห็นว่าหลายประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนให้มีคุณภาพและมีความรู้ เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและสังคม โดยไม่ได้เน้นที่ความรู้วิชาการอย่างเดียว แต่พยายามสั่งสอนทักษะต่างๆ ที่จำเป็นในการดำรงชีวิตจริงในสังคมยุคปัจจุบัน
โลก 360 องศา เดินทางไปดูระบบการศึกษาของฟินแลนด์ ได้มีโอกาสเห็นการเตรียมความพร้อมของเด็กๆ ก่อนเข้าสู่วัยเรียนเราค้นพบว่า ฟินแลนด์ประสบความสำเร็จได้ เพราะผู้เรียนมีความสุขไม่มีความเครียดไม่กดดัน เพราะที่นี่ไม่เน้นการแข่งขันกับผู้อื่น เด็กๆ ก็เลยไม่ต้องเรียนวิชาการหนักๆ แล้วก็ไม่ได้มีการเร่งให้เด็กต้องเรียนรู้วิชาการในช่วงก่อนวัยเรียน แต่กลับเน้นทักษะในการเรียนรู้และเพิ่มความคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่อยู่รอบตัว อีกซีกโลกหนึ่งเด็กเกาหลีใต้เรียนหนักและเรียนในปริมาณที่มาก เพราะความเชื่อทางสังคมยังคงชี้วัดความสำเร็จของชีวิต จากการได้เข้าเรียนสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง ดังนั้นการเรียนของเด็กเกาหลีใต้จึงเข้มข้นมาก จนนำมาสู่ความเครียดอยู่บ่อยครั้ง นโยบายการศึกษาใหม่ของเกาหลีใต้ จึงพยายามหาวิธีการให้ผู้เรียนมีความสุข ในขณะที่คุณภาพและความสามารถของคนก็ต้องเท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม
ประเทศเพื่อนบ้านเราในกลุ่มอาเซียน ก็ให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างทั่วถึง และการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยการเรียนรู้จากประเทศที่ประสบความสำเร็จแล้ว แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทุกๆ ประเทศให้ความสำคัญเช่นกัน คือ การเสริมสร้างทักษะอื่นๆ ควบคู่ไปกับหลักวิชาการ ซึ่งการศึกษาสมัยใหม่จะเน้นการสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และพลานามัยที่แข็งแรง ในขณะเดียวกันเรื่องของวัฒนธรรมและความเป็นชาตินิยม ก็ได้รับความสำคัญไม่แพ้กัน
เพราะความรู้คือพื้นฐานของความเข้าใจที่จะสร้างความสามารถในการวิเคราะห์ และแยกแยะเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตเราได้ ซึ่งการได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง และได้ทดลองปฏิบัติจริง ล้วนเป็นกระบวนการเสริมสร้างความรู้ทั้งสิ้น ดังนั้นการที่เด็กๆ เหล่านั้น ได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส ในสิ่งที่พวกเขาจะต้องเผชิญในอนาคต ย่อมทำให้เขาสามารถเอาไปปรับประยุกต์ใช้ได้เมื่อเจอกับสถานการณ์จริง อย่างไรก็ตามระบบการศึกษาของบางประเทศ ก็ยังคงพยายามปรับปรุงหลักสูตรและเครื่องมือ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำเอาความรู้ไปใช้ได้จริง และสามารถจัดการกับองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่มีปริมาณมากขึ้นและมีความซับซ้อนขึ้นทุกวัน โลก 360 องศา จึงมีความเชื่อมั่นว่าความรู้คือต้นทุนสำคัญของทุกๆ การพัฒนา เราอยากให้สังคมไทยเป็นสังคมอุดมปัญญา ที่ร่วมกันเรียนรู้และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นร่วมกัน และแม้ว่าจะเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากในการทำให้เกิดขึ้นจริง แต่หากเรามาร่วมกันสร้างให้เกิดขึ้นได้ สังคมก็จะน่าอยู่ยิ่งกว่าเดิม
ตลอดปีที่ผ่านมา โลก 360 องศา ได้มีโอกาสเดินทางไปเรียนรู้ระบบการศึกษาของประเทศที่มีความโดดเด่นอยู่หลายประเทศด้วยกัน ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีวิธีการที่แตกต่างกันไป บางที่ก็ใช้วิธีติวเข้ม ตั้งแต่เด็กน้อยเริ่มจำความได้ ในขณะที่บางประเทศพาเด็กไปเล่นในป่าในธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ออกมาคือการได้คนเก่งและมีคุณภาพ เพื่อไปช่วยกันพัฒนาประเทศ ทำให้เราได้คำตอบมาอย่างหนึ่งว่า การเรียนรู้นั้นไม่ได้มีรูปแบบตายตัว
สังคมไทยเองก็ชื่นชมคนเก่งและคนที่มีความสามารถ ดังนั้นเราก็ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะเชื่อว่าการศึกษาจะเป็นวิธีการที่ทำให้คนเก่งขึ้นและมีความสามารถมากขึ้น เราจึงพยายามสร้างหลักสูตรการเรียนการสอนหรือพยายามหาเครื่องมือเสริมต่างๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์จิตวิทยาการศึกษา มูลนิธิยุวสถิรคุณ มองปรากฏการณ์นี้ว่า ชาติพันธุ์หรือวัฒนธรรมที่หลากหลายบนโลกใบนี้ อาจส่งผลต่อกระบวนการเรียนรู้เพียงเล็กน้อย เช่น ความแตกต่างระหว่างวิธีการเลี้ยงลูกในแบบเอเชียและตะวันตก แต่สิ่งสำคัญคือเทคนิคของกระบวนการเรียนรู้ที่จะต้องนำหลักจิตวิทยามาปรับใช้ให้เกิดแรงจูใจในการเรียนรู้และการสอน ในมุมมองของ นพ.ธีระเกียรติ มองว่า การเรียนรู้ที่ดีและฝังลึก จะต้องเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสของร่างกายให้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น การว่ายน้ำหรือปั่นจักรยาน เมื่อเรียนรู้ที่จะปฏิบัติได้แล้ว ไม่ว่าจะทิ้งช่วงปฏิบัติไปนานแค่ไหนก็ยังมีทักษะในการปฏิบัติได้เสมอ เพราะเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นเกือบทุกประสาทสัมผัสของร่างกาย แต่การเรียนภาษาที่ 2ซึ่งเป็นการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสเพียงไม่กี่ส่วน กลับเป็นสิ่งที่สมองจดจำได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้นกระบวนการเรียนการสอนและการสร้างหลักสูตร หากคำนึงถึงหลักการเหล่านี้และนำไปปรับประยุกต์ใช้ให้มากที่สุด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนได้อย่างดีเยี่ยม และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ความรู้ต่างๆ จะต้องเป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ได้จริงในโลกยุคปัจจุบันที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
นอกเหนือจากการศึกษาในระบบแล้ว ในชีวิตประจำวันของพวกเรา ก็ยังต้องอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการเรียนรู้ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็คือการที่เราได้รับข้อมูล ข่าวสาร ได้พูดคุยหรือการได้พบเห็นสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา ดังนั้นสิ่งแวดล้อมที่ดีก็จะสร้างความรู้ที่ดีได้ ในทางตรงกันข้ามสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ก็จะไม่ก่อให้เกิดความรู้ที่ไม่ดี แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง บางครั้งเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล ที่เรื่องทุกอย่างทั้งที่ดีและไม่ดี ถูกบรรจุอยู่ในโลกออนไลน์ ในขณะเดียวกันสื่อบันเทิงต่างๆ ก็มีเทคนิคใหม่ๆ ในการดึงดูดความสนใจของบรรดาเหล่าเยาวชนของชาติ ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองยุคนี้ คงต้องช่วยดูแลและเข้าใจลูกหลานมากกว่าในยุคก่อนๆ
บทเรียนที่เคยเกิดขึ้นในบางประเทศ คือ ปรากฏการณ์ที่มีบัณฑิตล้นตลาดแรงงาน แถมยังไม่มีขีดความสามารถและทักษะที่จะทำงานได้จริง อันมีสาเหตุมาจากการให้คุณค่ากับปริญญามากกว่าความสามารถของบุคคล การเรียนรู้จึงเป็นการเรียนตามหลักสูตร เพื่อหวังปริญญาบัตรจนบางครั้งความรู้ที่ได้มานั้น ไม่สอดคล้องกับงานที่ทำและไม่สามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษนายกสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองเรื่องนี้ว่า ในยุคสมัยที่ Smart knowledge เป็นสิ่งสำคัญในการเรียน คือ จะต้องรู้จักเรียนรู้วิธีการเรียนให้สนุก ทั้งผู้เรียนและผู้สอน มากไปกว่านั้นสาระและความรู้ที่เรียนจะต้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในโลกยุคปัจจุบัน นอกจากนั้นแล้ว Critical Thinking ก็ยังเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญของการอยู่รอดได้ในศตวรรษที่ 21 คือการมีความสามารถในการคิด วิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง ซึ่งปัจจุบันการเรียนจบในสาขาใดสาขาหนึ่ง ความรู้ที่ได้อาจไม่เพียงพอสำหรับความก้าวหน้าในอาชีพแล้ว จำเป็นที่จะต้องรู้รอบด้านให้มากขึ้น เพราะอาชีพต่างๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นคนรุ่นใหม่จำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้ทันต่อสภาวการณ์ในปัจจุบัน โดยใช้ Smart knowledge เป็นเครื่องมือสำคัญ
การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นในห้องเรียน หรือในสถานศึกษาเท่านั้น แต่เกิดขึ้นได้ทุกที่ เกิดขึ้นได้ทุกเวลา สิ่งสำคัญกว่าคือเราควรเพิ่มพูนความรู้และทักษะอยู่ตลอดเวลา ต้องมีใจอยากเรียนรู้ไม่รู้จบ เพราะเราอยู่ในสังคมที่มีความหลากหลาย และอาศัยอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้การดำรงชีวิตของเราต้องสอดคล้องกับสิ่งรอบตัวที่เปลี่ยนไป การเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ หลักการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่หลายๆ ประเทศใช้กันอยู่ โดยมีการส่งเสริมและพัฒนาทักษะใหม่ๆ ให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ใหญ่ที่พ้นวัยเรียนแล้ว
ในบริบทของไทยเรานั้น เราคงไม่สามารถปฏิเสธคุณค่าของปริญญาได้ ดังนั้นก็จึงเป็นความจำเป็นที่พวกเราต้องร่ำเรียน เพื่อให้ได้ปริญญามาใช้เป็นใบเบิกทาง แต่อยากจะบอกว่าจงอย่าหยุดเรียนรู้ หรือหยุดแสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลาเพราะในโลกของการทำงานและในการใช้ชีวิตจริงนั้น เราต้องอาศัยความรู้ใหม่ๆ และอาศัยทักษะที่เพิ่มพูนขึ้นจากประสบการณ์ หรือแม้แต่ผู้ที่เกษียณแล้ว ก็ยังสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลาเช่นกัน เพราะไม่มีใครแก่เกินเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ตราบเท่าที่หัวใจยังเปิดรับ
ภาษิตไทยกล่าวไว้ว่า ปัญญาประดุจดังอาวุธ ซึ่งอาวุธที่ดี ก็ควรเป็นอาวุธที่ทันสมัยด้วยเช่นกัน
ดังนั้น การเสริมสร้างองค์ความรู้ จึงควรเป็นความรู้ที่ทันสมัย เป็นความรู้ที่ใช้งานได้จริงและเหมาะสมกับการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบันคือศตวรรษที่ 21







