
ลลิดา มังกรกนก สร้างมหัศจรรย์ได้ด้วยสองมือ
จากสาวแบงก์ โลดแล่นอยู่ในวงการธนาคาร ใครจะเชื่อว่า มาวันนี้เส้นทางชีวิตของ โกะ-ลลิดา มังกรกนก
จากสาวแบงก์ โลดแล่นอยู่ในวงการธนาคาร ใครจะเชื่อว่า มาวันนี้เส้นทางชีวิตของ โกะ-ลลิดา มังกรกนก จะหักเลี้ยวมาสู่วงการเส้นผมได้แบบไม่คาดฝันทุกวันนี้นอกจากเธอจะถือกรรไกร เนรมิตทรงผมใหม่ๆ ตามความต้องการของลูกค้า เธอยังใช้ความรู้และประสบการณ์ด้านการเงินที่มีมาช่วยบริหารร้านโมกา ซาลอน ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว แถมล่าสุด เธอยังพ่วงท้ายตำแหน่งใหม่ด้วยการเป็นผู้อำนวยการโมกา อะคาเดมี เป็นหนึ่งในเทรนเนอร์ฝึกอบรมให้ผู้ที่สนใจด้านการทำผม
โกะ บอกว่า จากที่ไม่เคยคิดว่าจะมาเอาดีด้านนี้ แต่พอมีโอกาสได้ร่ำเรียนอย่างจริงจัง จึงได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของอาชีพช่างทำผมอย่างแท้จริงว่า นอกจากจะช่วยให้ลูกค้าที่เดินเข้ามาดูดีขึ้นแล้ว สองมือของช่างผมยังสามารถสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นกับใครหลายๆ คนได้โดยไม่รู้ตัว
อะไรคือความลับของอาชีพธรรมดานี้ สาวเปี่ยมเสน่ห์ตรงหน้ามีคำตอบ...
ทิ้งปากกามาจับกรรไกร
โกะพานั่งไทม์แมชีนย้อนวันวานไปสู่จุดเริ่มต้นของการก้าวสู่วงการผมว่า เธอเรียนจบด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์นแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา สาเหตุที่เลือกเรียนด้านนี้ เพราะคุณพ่อคุณแม่อยากให้เรียน จะได้มีวิชาติดตัวพอเรียนจบโกะมาทำงานกับบริษัทซิตี้แบงก์ อยู่ 4 ปี แต่สุดท้ายตัดสินใจลาออกจากงานไปเรียนต่อสายอาชีพช่างทำผมที่ วิดัล แซสซูน อะคาเดมี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
“จริงๆ โกะชอบด้านศิลปะ แต่ตอนจะเรียนต่อ ทางบ้านอยากให้เรียนด้านการเงินเลยตามใจที่บ้าน แต่พอทำงานแบงก์ได้3-4 ปีโกะเริ่มอยากกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว ซึ่งคุณแม่ทำร้านโมกา ซาลอนแต่เรากลับแทบไม่มีความรู้ด้านนี้เลย จึงตัดสินใจไปเรียนที่วิดัล แซสซูน อะคาเดมีที่นั่นโกะได้เรียนรู้แทบทุกอย่าง ตั้งแต่เริ่มจับกรรไกรตัดผม เรียนรู้วิธีการทำสีผม ตลอดจนวิธีต้อนรับลูกค้า”
พอเรียนจบกลับมา คุณแม่ให้เข้ามาช่วยที่ร้าน แต่ให้เริ่มจากการเป็นแมนเนเจอร์ดูแลร้านโมกา ที่สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซีซึ่งเป็นสาขาใหม่ล่าสุดก่อน คุณแม่บอกว่าอยากให้โกะเริ่มจากเรียนรู้ทุกอย่างตั้งแต่เป็นช่างผม ทำโปรโมชั่นบริหารแบรนด์ดูแลด้านการตลาด เหมือนเป็นการทดลองงานด้านการบริหารแบรนด์ดู
“ถามว่า โตมากับครอบครัวซาลอน ได้เอาประสบการณ์ตั้งแต่เด็กมาใช้มั้ย สมัยเด็กโกะซึมซับในฐานะการเป็นลูกค้าคนหนึ่งมากกว่า ไม่ได้เรียนรู้ว่าต้องตัดผมยังไงให้สวย สิ่งที่โกะสัมผัสได้มาตลอดคือ
การสื่อสารระหว่างช่างผมกับลูกค้ายังน้อย ดังนั้นเมื่อวันหนึ่งได้มีโอกาสบริหารร้าน เลยอยากชูเรื่องการสื่อสารเพื่อศึกษาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าเป็นจุดขาย ยกตัวอย่าง ลูกค้าอยากตัดผมสั้นทรงนี้ แทนที่ช่างจะตัดให้เลย อาจลองถามถึงไลฟ์สไตล์ลูกค้าว่า เป็นอย่างไร เพราะทรงที่ตัดอาจต้องใช้การดูแล เซตทรง เข้าร้านไดร์ถึงสวยแต่ถ้าลูกค้าไลฟ์สไตล์ค่อนข้างเร่งรีบ ไม่มีเวลาเซตทรง ทรงผมที่ตัดมาอาจไม่ตอบโจทย์”
มหัศจรรย์ที่ช่างผมสร้างได้
โกะ บอกว่า นอกจากช่วงที่ไปเรียนจะได้วิชาความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ เธอยังได้พบกับความมหัศจรรย์ของอาชีพช่างผมแบบไม่น่าเชื่อด้วย
“เมื่อตอนเรียนทำผมที่อังกฤษ มีลูกค้าผู้ชายเข้ามาและบอกว่าก่อนนี้ไปสัมภาษณ์งานหลายที่แต่ไม่ผ่าน เขาคิดว่าเป็นเพราะภาพลักษณ์ที่ดูไม่เป็นมืออาชีพ ผมยาวไม่เรียบร้อย แต่เขาเองก็ไม่มีเงินจะจ่ายค่าตัดในร้านทั่วไป เพราะร้านตัดผมในต่างประเทศราคาค่อนข้างแพง จึงมาที่โรงเรียนเพื่อให้นักเรียนตัดผมให้ ซึ่งโกะเป็นผู้ตัดให้ หลังจากนั้น 2 สัปดาห์เขากลับมาหาที่ร้าน มาขอบคุณที่เราตัดผมให้จนทำให้เขาได้งานใหม่จริงๆ โกะรู้สึกประทับใจและภูมิใจมากที่ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาทำสิ่งดีๆ ให้กับคนอื่น”
โกะ บอกว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอบอกกับตัวเองว่า อาชีพช่างทำผมนอกจากจะเป็นการให้ความสุขกับลูกค้า แต่ขณะเดียวกันเรายังสร้างปาฏิหาริย์สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตคนอื่นได้เหมือนกัน ถามว่า อะไรคือเสน่ห์ของอาชีพนี้ โกะ บอกว่า ในแง่รายได้ หลายคนอาจไม่รู้ว่า ช่างผมเป็นอีกอาชีพที่ทำรายได้ได้ดีพอสมควร เพราะช่างผมมีคอมมิชชั่น ยิ่งมีฐานลูกค้าเยอะ ก็ยิ่งได้เงินเดือนมากขึ้น ไม่มีเพดานของรายได้ ถ้าทำให้ลูกค้ากลับมาได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีรายได้มากเท่านั้น
“สำหรับโกะ นอกจากรายได้ โกะว่าอาชีพนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้เราได้เจอคนหลากหลายประเภท ทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ผู้บริหารไปจนวัยรุ่น แต่ยังเป็นอาชีพที่ต้องได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างสูง เพราะการที่เราตัด ทำสีผม
ลูกค้าคนหนึ่ง จะผิดพลาดไม่ได้ เพราะทรงผมต้องอยู่กับเขาไปอีกนานกว่าจะยาว ไม่เหมือนร้านอาหาร กินแล้วไม่อร่อย คราวหน้าก็ไม่มาอีก”
สำหรับคนที่อยากเป็นช่างผม โกะ แนะนำว่าต้องใจรักในอาชีพนี้จริงๆ เพราะต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ มีความอดทน หมั่นพัฒนาตัวเอง ไม่หยุดนิ่ง เป็นช่างผมไม่ได้อัพเดทแต่เทรนด์ผม แต่ยังต้องศึกษาเทรนด์ทุกอย่าง
“ความยากของอาชีพนี้ไม่ใช่การตัดผม แต่คือความต่อเนื่องของงานที่ต้องดีลกับลูกค้าตลอด อยู่กับคนที่ไม่รู้จักตั้งแต่เช้าถึงเย็น ช่างที่ดีต้องไม่ทำตัวเป็นเครื่องจักร มีหน้าที่แค่ตัดผม แต่ต้องสื่อสารกับลูกค้า อย่างที่บอกตอนต้น ช่างต้องพยายามพูดคุยเพื่อให้รู้ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า”
สุดท้าย โกะ ย้ำว่า แค่ความรัก ความชอบ ในการทำผมเพียงลำพังไม่อาจนำพาเราไปสู่ความสำเร็จในการงานได้โดยเฉพาะในโลกที่การแข่งขันสูง ในฐานะผู้อำนวยการโมกา อะคาเดมี เธอมองว่า การศึกษาตามหลักสูตรที่มีคุณภาพในวิชาชีพจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างมูลค่าในตัวเราเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในฐานะมืออาชีพซึ่งเป็นที่เชื่อถือของลูกค้าได้







