posttoday
เรียนรู้จากเกาหลีเพื่อพัฒนาคนไทย

เรียนรู้จากเกาหลีเพื่อพัฒนาคนไทย

27 ธันวาคม 2557

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจของเกาหลีใต้พัฒนารุดหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะที่ผ่านมาให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

โดย...ทีมงานโลก 360 องศา

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจของเกาหลีใต้พัฒนารุดหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะที่ผ่านมาให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือหลัก โดยมีปัจจัยส่งเสริม 4 ประการ ประกอบด้วย

การใช้นวัตกรรมเพื่อช่วยในการพัฒนาประเทศการปลูกฝังแนวความคิดว่าจะต้องพัฒนาไปข้างหน้าตลอดเวลา การส่งเสริมเด็กที่มีพรสวรรค์พิเศษและการมีกฎหมายสนับสนุนเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง นั่นจึงทำให้เกาหลีใต้ดูโดดเด่นในสายตาชาวโลก

ณ เวลานี้ มองดูเขาแล้วก็ได้เวลาย้อนมองดูตัวเรา มีอะไรบ้างที่เราสามารถทำได้อย่างเกาหลีใต้บ้าง และมีขั้นตอนกระบวนการทำอย่างไรภายใต้ข้อจำกัดและคุณลักษณะที่เราเป็นอยู่

แม้จะยังไม่ได้มีผลงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่โดดเด่นเหมือนเช่นเกาหลีใต้ และยังไม่ได้มีเส้นทางสายอาชีพที่ชัดเจนสำหรับนักวิทยาศาสตร์เก่งๆ ของไทย แต่เราก็เริ่มส่งเสริมการเรียนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาหลายปีแล้วเช่นกัน

ดร.ธงชัย ชิวปรีชา หนึ่งในผู้ทรงคุณวุฒิการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมองเรื่องนี้ว่า จริงๆ แล้วประเทศไทยส่งเสริมการศึกษาด้านนี้มาตั้งแต่ปี 2527 จนกระทั่งปี 2537 ได้มีการก่อตั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ขึ้น เพื่อสนับสนุนเด็กที่มีพรสวรรค์ทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ และต่อมาก็มีโครงการโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ซึ่งล่าสุดก็จะมีการจัดตั้งโรงเรียนกำเนิดวิทย์ โดยการสนับสนุนของกลุ่มบริษัท ปตท. ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของเด็กพรสวรรค์พิเศษที่ได้รับการพัฒนาอย่างถูกทาง เพื่อต่อยอดความอัจฉริยะ และนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ยกระดับการพัฒนาประเทศ

จากสถิติ ดร.ธงชัย บอกว่า ในเด็กเกิดใหม่ร้อยคนจะมีประมาณ 3 คน ที่มีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ดังนั้นเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาและต่อยอดสนับสนุนความสามารถของเด็กเหล่านี้ เพราะเป็นบุคลากรสำคัญที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ ณ เวลานี้ เราจึงถามต่อว่าแล้ววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสร้างมูลค่าให้กับประเทศได้อย่างไร

ดร.ธงชัย อธิบายว่า ประเทศไทยแสนโชคดีที่มีผลผลิตทางการเกษตรมากมาย ที่ผ่านมาจึงไม่คิดต่อยอดเพิ่มมูลค่าใดๆ นี่คือปัญหาใหญ่ของแนวคิดค่านิยมที่มีมานาน ดังนั้นการสร้างบุคลากรพิเศษเหล่านั้นให้สามารถใช้ปัญญาประยุกต์ลงไปในผลผลิตทางการเกษตรของเรา เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา จะทำให้ประเทศไทยสามารถหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง

ย้อนกลับไป 40-50 ปีที่แล้ว เกาหลีใต้มีจีดีพีน้อยกว่าเรามาก แถมโชคร้ายไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ แต่มีทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ซึ่งเริ่มต้นสร้างขึ้นในสมัยประธานาธิบดี ปักชองฮี ที่เชิญชาวเกาหลีในต่างประเทศให้กลับมาพัฒนาประเทศบ้านเกิด แม้กระทั่งเรื่องการศึกษาก็ยังต้องมาศึกษาดูงานจากประเทศไทยในตอนนั้น

แต่เกาหลีใต้ใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วอายุคน ก็สามารถพัฒนาแซงหน้าหลายๆ ประเทศ จะว่าไปแล้วไม่ใช่เกาหลีใต้ที่พัฒนาประเทศด้วยวิธีนี้ เพราะญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน แม้กระทั่งจีนก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทรัพยากรมนุษย์ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปรียบเสมือนหัวรถจักรที่สามารถลากจูงประเทศให้เดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว

ตัวอย่างการพัฒนาที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้และอีกหลายๆ ประเทศ ทำให้ต้องยอมรับว่าโรงเรียนมัธยมวิทยาศาสตร์และสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศไทยในปัจจุบัน เพราะเป็นการส่งเสริมตั้งแต่ต้นทาง โดยการเตรียมความพร้อมเด็กที่มีพรสวรรค์ จนกระทั่งนำไปสู่การผลิตนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยชั้นยอดของประเทศ

ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. ซึ่งมีส่วนในการสนับสนุนการก่อตั้งโรงเรียนกำเนิดวิทย์ และสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระยอง มองว่าผลสัมฤทธิ์ของการก่อตั้งสถาบันการศึกษาทั้งสองแห่ง จะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้สถาบันการศึกษาในประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น มหาวิทยาลัยสอนจะเปลี่ยนแปลงเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย เป็นต้น ทำให้ในอนาคตประเทศไทยจะมีประดิษฐกรรมเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศมหาศาล

ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเราจะมีอุตสาหกรรมส่งออก แต่ส่วนใหญ่เป็นการซื้อและนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศเพื่อนำมาผลิต ถ้าหากเราสามารถผลิตเทคโนโลยีที่เป็นของเราเองได้ มูลค่าเพิ่มทั้งหมดจะไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ ซึ่งรูปแบบในการพัฒนาที่เกิดขึ้นกับเกาหลีใต้นั้น ไพรินทร์ เชื่อว่าประเทศไทยสามารถทำได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วกว่า เพราะมีตัวอย่างให้เห็น แต่ถ้าไม่ลงมือทำในวันนี้เราจะถูกทิ้งห่างมากกว่านี้ ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยทั้งในสิงคโปร์และฮ่องกงก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พัฒนาได้เร็วกว่ามหาวิทยาลัยต้นแบบ จนสามารถไต่อันดับเข้าไปอยู่หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับต้นๆ ของโลก

แนวทางในการพัฒนาประเทศ ณ เวลานี้ สิงคโปร์กำลังจะเปลี่ยนจากการเป็น Manufactury เป็น Knowledge Economy หรือแม้กระทั่งจีนมีโครงการ World Class Chino City ซึ่งมีพื้นฐานสำคัญมาจากการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและทันสมัย ถ้าหากประเทศไทยยังย่ำอยู่กับที่ ในอนาคตข้างหน้า ประเทศไทยอาจมีจุดขายเพียงจุดเดียว นั่นก็คือ “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”

สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอนนั้น ไพรินทร์เน้นย้ำว่า นอกจากจะให้ความสำคัญกับงานด้านการวิจัยและการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว ทั้งในระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยยังจะต้องเน้นย้ำทางด้าน Leadership หรือความเป็นผู้นำอีกด้วย เพราะคนเก่งๆ ที่เป็นผู้นำที่มีบทบาทในสังคมไทยคืออาชีพแพทย์และวิศวกร

ดังนั้น การจะขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าได้อย่างสมดุลและเป็นไปในทิศทางกระแสโลกยุคปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยจะต้องได้รับการเพิ่มบทบาทในการเป็นหนึ่งในผู้นำทางสังคมอีกด้วย ไพรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

ทุกวันนี้เรามีต้นแบบในการพัฒนาประเทศที่โดดเด่นในโลกนี้มากมาย ซึ่งเกาหลีใต้และรวมถึงอีกหลายๆ ประเทศที่เราได้มีโอกาสนำเสนอก่อนหน้านี้เช่น สิงคโปร์ จีน และฟินแลนด์ ต่างก็ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือหลักในขั้นต่อไปนี้คงต้องขึ้นอยู่กับคนไทยทุกคนว่าจะไม่เพียงแค่เห็นความสำคัญ แต่ต้องมองว่าเป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วนในการลงมือทำให้เกิดขึ้นจริงให้จงได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ