
โตเกียว เทรนดี ปี 2 ตอนที่ 2
สมัยก่อนถ้าลองให้นึกถึงย่านช็อปปิ้งของกรุงโตเกียว ก็คงไม่พ้นย่านกินซ่าและชินจูกุ ซึ่งถือว่าเป็นย่านสามัญของชนทุกระดับ มาระยะหลังย่านชิบุยะและฮาราจูกุเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาว รวมถึงถนนโอโมเทะซันโดที่ถูกใจคนชอบแบรนด์ทุกวัย แต่หากคุณไม่ใช่คนที่เดินตามกระแสหลัก อยากเดินย่านชิลชิล ไดคันยามะ (Daikayama) น่าจะเป็นคำตอบนึงที่คุณพอใจครับ
ผมรู้จักย่านไดคันยามะจากรายการทีวีของญี่ปุ่นที่เคยดูเมื่อหลายปีก่อนแล้วสนใจ ก็เลยอยากลองไปเดินสำรวจดู แต่ไม่ได้นั่งรถไฟเหมือนที่แนะนำไปในฉบับที่แล้วนะครับ ผมใช้บริการรถบัสแต่เป็นรถบัสขนาดเล็กที่เรียกว่า Community Bus ขนาดของรถใกล้เคียงกับมินิบัสของบ้านเรา แต่คุณภาพรถและเจ้าหน้าที่ห่างไกลกันสุดขั้ว (ซึ่งผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคนขับรถสาธารณะของบ้านเราถึงไม่สามารถขับรถให้มันสุภาพนุ่มนวลได้ ใครทราบช่วยตอบที) ที่ผมเลือกนั่งรถบัสเพราะต้องการเห็นเส้นทางว่าไปทางไหน ผ่านอะไรบ้าง มีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง และที่สำคัญคือได้เห็นชีวิตของผู้คนในย่านต่างๆ ที่รถวิ่งผ่านไป ซึ่งจะได้อรรถรสในการเดินทางมากกว่านั่งรถไฟหรือรถไฟใต้ดินครับ
Community Bus ของย่านชิบุยะมีอยู่ 23 เส้นทาง แต่ละเส้นทางผ่านชุมชนเล็กๆ ที่รถไฟอาจจะไปไม่ถึงหรือซอกแซกเข้าไปในย่านที่อยู่อาศัย ผมนั่งรถบัสจากหลังสถานีรถไฟ JR Shibuya มาประมาณ 1520 นาที ก็พาผมมาจอดส่งตรงถนนด้านหน้าสถานีรถไฟไดคันยามะ ใกล้กับด้านหลังของตึก Daiakanyama Address ซึ่งเป็นอาคารชุดที่มีศูนย์การค้าขนาดย่อมอยู่ด้านล่างและเป็นหนึ่งในอาคารที่ขึ้นชื่อของย่านไดคันยามะ ภาพของไดคันยามะที่ผมจินตนาการไว้กับภาพที่เห็นจริงด้วยสายตามันแตกต่างกันมากครับ อาจเป็นเพราะไปติดภาพจากย่านช็อปปิ้งหลักที่มีคนพลุกพล่าน พอมาเจอย่านไดคันยามะที่กะทัดรัดและค่อนข้างเงียบก็เลยแอบชอบตั้งแต่แรกเห็น พอได้ลองเดินสำรวจคร่าวๆ นี่แทบจะหลงรักเอาเลย เพราะไดคันยามะไม่เหมือนย่านช็อปปิ้งที่ผมเคยไปมา พยายามหาคำนิยามหรือสถานที่ใกล้เคียงมาอธิบายยังไงก็หาไม่ได้ สุดท้ายก็ได้คำตอบว่า ไดคันยามะก็คือไดคันยามะ ไม่เหมือนที่ไหนๆ ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน ถ้าอยากรู้ต้องไปดูให้เห็นกับตาเอง สำหรับผมแล้ว การเดินเล่นในย่านไดคันยามะให้สนุกต้องไม่มีการวางแผนถึงจะรู้จักไดคันยามะได้อย่างถ่องแท้ เพราะเสน่ห์ของไดคันยามะอยู่ที่เวลาเดินไปแล้วไม่รู้ว่าจะมีอะไรรอเราอยู่ รู้แต่ว่ามีของดีหลบซ่อนถ่อมตนอยู่ทั่วทั้งย่าน ผมยังจำได้ว่าตอนเดินไปเจอร้าน Onitsuka Tiger โดยบังเอิญมันตื่นเต้นขนาดไหน ถ้าซื้อคู่มือมาเปิดแล้วเดินตามตั้งแต่ครั้งแรก ผมบอกได้เลยว่า ไดคันยามะของผมและของท่านจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ผมเริ่มต้นออกเดินจากหน้าสถานีรถไฟเลาะเนินด้านข้างของตึก Daikanyama Address ซึ่งเป็นถนน 2 เลน ไปจนเจอกับสี่แยกบนถนนสายหลัก สังเกตง่ายๆ จะเห็นเสาสีเขียวเหลืองดูคล้ายกับร่มหรือต้นมะพร้าวอยู่ตรงทางข้ามแยกพอดี จำไว้ให้แม่นเพราะเป็นแลนด์มาร์คที่ชัดเจนที่สุดของย่านนี้ จากตรงนี้ถ้าเดินข้ามถนนไป ฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับร้านขนมที่เป็นแรงบันดาลใจแรกที่ทำให้ผมอยากมาย่านไดคันยามะ ก็คือร้าน Patisserie Traiteur Chez Lui หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า Chez Lui ก็ได้ เป็นร้านขายขนมเล็กๆ ที่น่ารักและน่านั่งมากๆ ขนมในร้านมีทั้งขนมเค้ก ขนมอบและขนมปัง จะนั่งทานในร้านก็ได้เพราะมีโต๊ะให้นั่งทานขนมพร้อมจิบชาหรือกาแฟอยู่หลายตัว หรือจะซื้อกลับก็ได้เขามีถาดพร้อมที่คีบให้บริการตัวเอง ขนมที่ขึ้นชื่อลือชาของที่นี่ก็ต้อง Sweet Potato ที่นำมันเทศมาดัดแปลงเป็นขนมโดยผสมไข่และเนยลงไป ให้รสชาติที่แปลกใหม่แต่ยังคงรสชาติของมันเทศที่แสนหวานไว้ได้อย่างครบถ้วนเหมือนได้กินขนมเค้กและมันเทศไปพร้อมๆ กัน Sweet Potato นี่เป็นพระเอกของร้านเลยก็ว่าได้เพราะตู้โชว์ที่หน้าร้านเขาวางเจ้าขนม Sweet Potato เรียงพรึ่บอยู่เต็มตู้ เห็นเยอะๆ แบบนั้นถ้ามาเย็นหน่อยอาจจะผิดหวังได้เพราะเป็นเมนูฮิตที่ใครมาก็ต้องหยิบติดไม้ติดมือกันไปสักชิ้นสองชิ้น นอกจากนี้แล้วในหมวดขนมปังก็มีขนมปังรสแกงกะหรี่ (Daikanyama Kareipan) เป็นที่เชิดหน้าชูตา แต่ถ้าอยากได้ของฝากที่ดูดีมีสกุลก็ต้อง Macaron ที่เข้าแถวเรียงห้าในกล่องสี่เหลี่ยมยาวเรียว แต่รสชาติไม่จัดจ้านเท่าของร้าน Dalloyau
ร้าน Chez Lui นี่เขามีหลายสาขา แต่ที่ไดคันยามะนี่ถือเป็นเจ้าถิ่น เพราะมีร้านสาขาที่นี่มากกว่าย่านอื่นและไม่ใช่มีแต่ร้านขนมเท่านั้น ยังมีร้านกาแฟและร้านอาหารอีกด้วย เรียกว่าจับทุกตลาดเลยทีเดียว ใครมาที่ไดคันยามะแล้วไม่ได้มาทาน Sweet Potato ก็เหมือนว่าจะมาไม่ถึงครับ







