
เมื่อลูกถามว่า ‘ข้าวมาจากไหน?’
สถานการณ์ : หลังจากได้รับข้าวไรซ์เบอร์รี่ (Riceberry) จากเพื่อนที่เป็นเกษตรกรส่งมาให้ชิม จึงทำข้าวต้มธัญพืชให้ลูกๆ กินบนโต๊ะอาหาร เด็กๆ ก็เกิดคำถามอยากจะรู้ว่าข้าวสีเข้มนี่มาจากไหน เพราะปกติแล้วเขาจะชินกับข้าวขาวมากกว่า เราหรือความรู้ด้านนี้ก็น้อยเสียด้วย อยากจะอธิบายให้ลูกฟังแต่ก็จนใจจึงขอติดเขาไว้ก่อนและสัญญาว่าจะหาคำตอบมาให้ มีวิธีไหนที่พอจะทำให้เขาเข้าใจเรื่องนี้ได้ง่ายๆ ไหมนะ
สถานการณ์ : หลังจากได้รับข้าวไรซ์เบอร์รี่ (Riceberry) จากเพื่อนที่เป็นเกษตรกรส่งมาให้ชิม จึงทำข้าวต้มธัญพืชให้ลูกๆ กินบนโต๊ะอาหาร เด็กๆ ก็เกิดคำถามอยากจะรู้ว่าข้าวสีเข้มนี่มาจากไหน เพราะปกติแล้วเขาจะชินกับข้าวขาวมากกว่า เราหรือความรู้ด้านนี้ก็น้อยเสียด้วย อยากจะอธิบายให้ลูกฟังแต่ก็จนใจจึงขอติดเขาไว้ก่อนและสัญญาว่าจะหาคำตอบมาให้ มีวิธีไหนที่พอจะทำให้เขาเข้าใจเรื่องนี้ได้ง่ายๆ ไหมนะ
ทางออก : ไม่มีการเรียนรู้ใดที่จะทำให้เด็กๆ เข้าใจและจดจำได้ดีเท่าการลงมือปฏิบัติค่ะ เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนมีโอกาสลงพื้นที่ไปเกี่ยวข้าวอินทรีย์ร่วมกับกลุ่มข้าวเพื่อนชาวนาโดยบิ๊กทรี ที่หมู่บ้านกุดเสถียร จ.ยโสธร ซึ่งในทริปนี้มีเพื่อนตัวเล็กๆ ไปร่วมเล่นด้วยกันหลายคนทีเดียว นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เด็กๆ เข้าถึงธรรมชาติ ได้วิ่งเล่นในทุ่งกว้าง และที่สำคัญ เขาจะได้รู้ด้วยว่าข้าวที่เขากินอยู่ทุกวันนั้นมาจากไหน
ผู้เขียนมีโอกาสได้พูดคุยกับพ่อมณี แสงแก้ว ปราชญ์ชาวบ้านและชาวนาที่ทำเกษตรอินทรีย์มานานกว่า 10 ปี พ่อมณีให้ความรู้ตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ว่าจะอธิบายเรื่องการเตรียมดินก่อนปลูกข้าว ถ้าไปฤดูฝนก็จะได้เรียนรู้เรื่องการถอนต้นกล้า พิธีแฮกนา การดำนา รวมทั้งการทำนาอินทรีย์ดีต่อสุขภาพคนทำและคนกินอย่างไร
แต่เมื่อฤดูเก็บเกี่ยวที่ผ่านมาเด็กๆ ก็ได้รู้จักกรรมวิธีที่แตกต่างออกไป เพราะข้าวในนาเริ่มสุกมีสีเหลืองทอง เด็กๆ จึงได้ทดลองเกี่ยวข้าว ออกแรงฟาดข้าว เขาได้เห็นต้นข้าวเหนียว ข้าวเจ้า และไรซ์เบอร์รี่ที่เมื่อสุกแล้วก็จะให้สีที่ต่างกัน ได้รู้จักปี่จากซางข้าว และเห็นกระบวนการสีข้าวด้วยมือ ฝัดข้าว ตลอดจนคัดเลือกเมล็ดข้าวสารด้วยตัวเอง
เรียกได้ว่าในที่นาอินทรีย์นั้น ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเด็กๆ จะได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพราะการทำเกษตรอินทรีย์ทำให้เราปล่อยให้เด็กเดินเท้าเปล่าได้อย่างสบายใจ เดินเด็ดกินยอดผักได้สดๆ โดยไม่ต้องล้าง เขาได้สัมผัสกลิ่นหอมของดิน กลิ่นหอมของข้าวใหม่ และกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ได้ทำงานเต็มที่ คุณอาจได้ยินเสียงหัวเราะของเขาดังๆ แบบที่ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
นับเป็นการเรียนรู้ระยะสั้นๆ แต่สร้างความทรงจำให้กับเขาได้ดีทีเดียว หากคุณพ่อคุณแม่มีโอกาส พาลูกๆ ไปสัมผัสบรรยากาศแบบนี้บ้าง ถ้าใครมีปู่ย่าตายายอยู่ต่างจังหวัด พาเขาไปเยี่ยมท่านสักปีละ 2-3 หน นอกจากเทศกาลต่างๆ ที่จำเป็นแล้ว การเดินทางไปในฤดูทำนา หรือฤดูเก็บเกี่ยวก็ทำให้เราพบของดีๆ อีกเพียบ
การไปเยือนท้องทุ่งในช่วงเก็บเกี่ยว ทำให้เรามีโอกาสเห็นทั้งการเก็บเกี่ยว และการเตรียมดินสำหรับการปลูกพืชหมุนเวียน เป็นโอกาสที่เด็กๆ จะได้ทำความรู้จักกับพืชพรรณชนิดอื่นๆ เช่น ถั่วพุ่ม กระเทียม หอมแดง มะกรูด มะนาว เป็นต้น
ในทุ่งนาเรามีคำตอบที่เด็กๆ สงสัยอยู่เพียบเลยค่ะ และมีคำตอบมากพอสำหรับข้อสงสัยที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคตด้วย แต่สำหรับข้าวไรซ์เบอร์รี่ ได้จากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิลกับข้าวขาวดอกมะลิ 105 ลักษณะเป็นข้าวเจ้า สีม่วงเข้ม รูปร่างเมล็ดเรียวยาว และมีกลิ่นหอมมากเป็นพิเศษ แต่ขณะเดียวกันก็ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงด้วย นอกจากนี้ยังสามารถมอบเป็นของขวัญให้ญาติพี่น้องหรือคนที่คุณรักได้ด้วย หากสนใจกิจกรรมของกลุ่มข้าวเพื่อนชาวนา สามารถติดตามที่เฟซบุ๊ก : farmersfriendrice







