posttoday
‘รถไฟฟ้ามาหา ณ คลอง’

‘รถไฟฟ้ามาหา ณ คลอง’

23 ธันวาคม 2557

เมื่อกลางปี 2557 ที่ผ่านมา โครงการฟื้นฟูระบบคลองเพื่อชุมชนเมือง (Resurrection of Urban Canal System, Bangkok Thailand) โดย บริษัท ดี ไอ ดีไซนส์  ได้รับรางวัลโฮลซิม เอเชียแปซิฟิก 2557 (Holcim Awards Acknowledgement prize 2014 Asia Pacific) ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลก เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมการก่อสร้างที่ยั่งยืน มอบโดยมูลนิธิโฮลซิม สวิตเซอร์แลนด์ซึ่งโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองและลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อไปสู่เป้าหมายใหญ่ในการผลักดันการยกระดับให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่อาศัยเทียบชั้นกับเมืองชื่อดังของโลก

เมื่อกลางปี 2557 ที่ผ่านมา โครงการฟื้นฟูระบบคลองเพื่อชุมชนเมือง (Resurrection of Urban Canal System, Bangkok Thailand) โดย บริษัท ดี ไอ ดีไซนส์  ได้รับรางวัลโฮลซิม เอเชียแปซิฟิก 2557 (Holcim Awards Acknowledgement prize 2014 Asia Pacific) ซึ่งเป็นรางวัลระดับโลก เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมการก่อสร้างที่ยั่งยืน มอบโดยมูลนิธิโฮลซิม สวิตเซอร์แลนด์ซึ่งโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองและลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อไปสู่เป้าหมายใหญ่ในการผลักดันการยกระดับให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่อาศัยเทียบชั้นกับเมืองชื่อดังของโลก

หลังจากได้รับรางวัลก็มีการนำโครงการนี้ขยับขยายความฝันออกสู่โลกจริงอันแออัดยัดทะนาน และความยุ่งเหยิงของการคมนาคมในมหานครที่มีคนอยู่กว่า 10 ล้านคน อย่างกรุงเทพฯ ถือเป็นการจัดระเบียบองค์ประกอบของเมืองสร้างสรรค์เอกลักษณ์สภาพแวดล้อมที่เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมือง (New Urban Icon) ได้เป็นอย่างดี

การฟื้นฟูคมนาคมระบบคลองเพื่อชุมชนมหานคร ผ่านระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานคร ให้กลายเป็นเส้นทางหลักที่ทำให้เกิดระบบการสัญจรที่ส่งเสริมกิจกรรมของชุมชนเมือง การพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำไม่เพียงแต่จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางสำหรับผู้โดยสารที่อยู่ในเมืองเท่านั้น แต่ยังถือเป็นบริการทางสังคมตามจุดที่ตั้งสำคัญๆ โครงการนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ถือเป็นมาตรการควบคุมอุทกภัยและช่วยลดมลพิษด้วย

กรุงเทพฯ มหานครในฝัน ที่มีการจราจรทางน้ำที่ทันสมัยเพื่อให้สอดรับกับขนส่งมวลชนระบบรางที่โดดเด่นและขยายตัวอย่างทวีคูณอยู่แล้ว กำลังรออยู่ในอนาคต

คลองในอดีต ‘กรุงเทพฯ เวนิสตะวันออก’

จากหนังสือ “กรุงเทพในอดีต” โดย เทพชู ทับทอง ในบทที่ชื่อ กรุงเทพฯ เวนิสตะวันออก ได้บรรยายว่า ในอดีต กรุงเทพฯ ได้ชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออก เพราะไม่ว่าจะไปทางไหน ล้วนแต่เต็มไปด้วยแม่น้ำลำคลอง ซึ่งใช้เป็นทางสัญจรไปมาที่คลาคล่ำไปด้วยเรือแพนานาชนิด แล่นกันขวักไขว่ในท้องน้ำ เช่นเดียวกับเมืองเวนิสในประเทศอิตาลี

เมื่อ 100 กว่าปีมาแล้ว คนกรุงเทพฯ ไปไหนต้องใช้เรือเป็นพาหนะทั้งสิ้น เพราะสมัยนั้น กรุงเทพฯ ไม่มีถนน มีแต่คลอง จึงพูดได้ว่า คืบก็คลอง ศอกก็คลอง เช่นเดียวกับชาวทะเล ที่ว่า คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล
อย่างไรก็ดี กรุงเทพฯ ก็ยังคงมีเค้าของเวนิสแห่งตะวันออกอยู่บ้าง แต่ก็เลือนรางเต็มที เนื่องจากคลองส่วนใหญ่ถูกถมขยายถนน และคลองที่มีอยู่ก็นับวันจะหมดไปตามความเจริญของกรุงเทพฯ

สำหรับคลองที่สำคัญในกรุงเทพฯ ที่ยังคงเหลืออยู่ในเวลานี้ ก็มีคลองหลอด คลองบางลำพู คลองโอ่งอ่าง คลองผดุงกรุงเกษม คลองมหานาค คลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร คลองสามเสน คลองพระโขนง เป็นต้น

ดังนั้น คลองต่างๆ เหล่านี้จึงเหลือแต่ชื่อ ซึ่งนับวันจะเลือนหายจากความทรงจำของชาวกรุงเทพฯ ไปทุกที สำหรับยานพาหนะทางน้ำเรือต่างๆ ก็หายไปจากลำคลอง เหลือแค่สายเดียวคือ เรือด่วนคลองแสนแสบ

คมนาคมทางเรือกับชุมชนมหานคร

การสร้างสรรค์สัญลักษณ์ของสภาพแวดล้อมชุมชนเมืองอย่างเหมาะสม ก็ย่อมมีเรื่องการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางน้ำอยู่ด้วย ปัจจุบันนอกจากคลองแสนแสบที่มีเรือด่วนให้บริการอยู่ การขยายเส้นทางการเดินเรือตามลำคลองต่างๆ เพื่อแก้ไขจราจรในกรุงเทพฯ ก็ยังไม่มีความชัดเจน

ในหลายปีก่อน บริษัท กรุงเทพธนาคม วิสาหกิจด้านการพาณิชย์ของ กทม. ลงพื้นที่เพื่อศึกษาความเหมาะสม สำหรับเปิดเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งมวลชนหลายเส้นทาง ได้แก่ คลองดาวคะนอง คลองบางซื่อ และคลองภาษีเจริญ ซึ่งทั้งหมดเป็นเส้นทางที่ผ่านทั้งเขตชุมชน เขตเมือง และเชื่อมต่อแม่น้ำเจ้าพระยาได้

โดยเส้นทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดขณะนี้คือ เส้นทางคลองภาษีเจริญ เพราะนอกจากจะเชื่อมกับคลองบางกอกใหญ่ไปออกแม่น้ำเจ้าพระยาได้แล้ว ยังสามารถเชื่อมโยงสู่ระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสสายตากสิน-บางหว้า ที่สถานี S9 (โพธิ์นิมิตร) ซึ่งเส้นทางนี้จะช่วยลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดบนถนนเพชรเกษมได้เป็นอย่างดี เนื่องจากคลองภาษีเจริญขนานไปกับถนนเพชรเกษมเกือบตลอดทั้งเส้นทาง ตั้งแต่ จ.นครปฐม (พุทธมณฑล) บางแค มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยที่ถนนกับคลองห่างจากกันเพียง 200-300 เมตรเท่านั้น

ปัจจุบัน กรุงเทพฯ ได้ทดลองเดินเรือคลองภาษีเจริญมาตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีท่าจอด 15 ป้าย รวมทั้งท่าเชื่อมบีทีเอสบางหว้า และมีโครงการ Sky Walk 200 เมตร รอบบีทีเอสบางหว้าในปี 2558 ซึ่งรองผู้ว่าฯ กทม. อมรกิจเชวงกุล เปิดเผยในวันเปิดทดลองเดินเรือว่า โครงการทดลองเดินเรือคลองภาษีเจริญเป็นอีกหนึ่งโครงการในการพัฒนาโครงข่ายการสัญจรทางน้ำให้เป็นระบบที่สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายการเดินทางระบบอื่นๆ เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการเดินทาง เพราะสามารถนั่งเรือสายนี้ไปขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีบางหว้าได้ที่ท่าสะพานตากสิน-เพชรเกษม และในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินอีกด้วย

โครงการในฝันขยับสู่ความเป็นจริง

คลองที่จะถูกพลิกฟื้นคืนชีพ ระบบขนส่งมวลชนทางน้ำ กรุงเทพฯ การพัฒนาระบบขนส่งทางน้ำไม่เพียงแต่จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางสำหรับผู้โดยสารที่อยู่ในเมืองเท่านั้น แต่ยังถือเป็นบริการทางสังคมตามจุดที่ตั้งสำคัญๆ โครงการนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ถือเป็นมาตรการควบคุมอุทกภัยและช่วยลดมลพิษด้วย

นอกจากกรุงเทพฯ เองแล้ว ในความพยายามที่จะพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางน้ำ หมุดหมายที่สำคัญและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือ โครงการฟื้นฟูระบบคลองเพื่อชุมชนเมือง (Resurrection of Urban Canal System, Bangkok Thailand) โดย บริษัท ดี ไอ ดีไซนส์  ซึ่งได้รับรางวัลชมเชยจากเวทีประกวดผลงานด้านการออกแบบระดับโลก เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมการก่อสร้างที่ยั่งยืน รางวัลโฮลซิม เอเชีย แปซิฟิก 2557 โดยคณะกรรมการตัดสินรางวัลจากสถาบันการศึกษาระดับโลกนานาประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกาสวิตเซอร์แลนด์ และจีน เป็นต้น ได้ชื่นชมวิสัยทัศน์ที่ห้าวหาญของโครงการนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุประสงค์ของโครงการที่มุ่งฟื้นฟูเครือข่ายของนครที่มีประวัติอันยาวนาน ซึ่งแม้ว่าจะมีความสำคัญอย่างมากต่อการกำหนดโครงสร้างของเมืองใหญ่ แต่น่าเสียดายที่ไม่บรรลุผลเต็มที่ เนื่องจากมีการเจริญเติบโตทั้งในระบบและนอกระบบตลอดมา

นอกจากนั้น แนวคิดที่คำนึงถึงความจำเป็นทางด้านวิชาการควบคู่ไปกับความต้องการทางสังคมยังเป็นคุณสมบัติเด่นของข้อเสนอแผนงานนี้ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ และเป็นเรื่องสำคัญที่สังคมโดยรวมให้ความสนใจ

สันติ สมบัติวิชาธร หัวหน้าทีมออกแบบโครงการฟื้นฟูระบบคลองเพื่อชุมชนเมือง เล่าว่า ที่มาและแนวคิดเบื้องต้นของโครงการเริ่มจากวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นในเรื่องของการออกแบบเพื่อความยั่งยืน โดยเลือกทำโครงการที่สามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับคนในสังคมวงกว้างได้ จึงมองมาที่ปัญหาการจราจรของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อความยั่งยืนโดยตรง และกระทบต่อคุณภาพชีวิต สังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของกรุงเทพฯ และของประเทศไทย

“ในขณะเดียวกัน ก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นกรุงเทพฯ ต่อยอดเรื่องของการส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อีกด้วย ทั้งนี้คลองและการสัญจรทางน้ำถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ มาแต่อดีต ที่ยังมีสภาพทางภูมิศาสตร์เอื้ออำนวยและมีศักยภาพในการพัฒนา”

โครงการฟื้นฟูระบบคลองเพื่อชุมชนเมือง จะเป็นตัวกลางที่กำหนดแผนและทิศทางการพัฒนากรุงเทพฯ ในภาพรวม ด้วยแนวคิดการฟื้นฟูระบบโครงข่ายคลอง พัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางน้ำ และแก้ปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อระหว่างการสัญจรทางน้ำกับระบบอื่นๆ โดยเฉพาะระบบรถไฟฟ้า โดยโครงข่ายคลองที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดรวมกันเป็นระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร มีสถานีเปลี่ยนหรือท่าเรือทั้งหมดกว่า 500 สถานี

“หากโครงการนี้สำเร็จจะก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างในหลายด้าน อาทิ 1) ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต จากการเชื่อมโยงระบบขนส่งต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น ทำให้การเดินทางของผู้คนมีความสะดวกสบาย และบรรเทาความแออัดภายในสถานี 2) ด้านเศรษฐกิจ นอกจากใช้โครงข่ายคลองเป็นระบบขนส่งมวลชนแล้ว ในบางช่วงเวลายังใช้เป็นเส้นทางกระจายสินค้าได้ด้วย 3) ด้านการท่องเที่ยว ใช้เป็นเส้นทางเยี่ยมชมวิถีชุมชนริมน้ำแบบร่วมสมัย และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ได้สะดวกสบายขึ้น 4) ด้านสิ่งแวดล้อม ลดปัญหามลพิษทางอากาศและปัญหาโลกร้อน เนื่องจากปัญหาการจราจรที่ลดน้อยลง รวมถึงโครงข่ายของคลองยังเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบป้องกันน้ำท่วม และ 5) ด้านความก้าวหน้าในวงการออกแบบผังเมือง ทั้งของประเทศไทยและในระดับนานาชาติ ด้วยงบลงทุนที่น้อยกว่าถึง 10-20 เท่า เมื่อเทียบกับการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า”

สันติ บอกว่า การดำเนินการจากนี้จะได้ขยายความร่วมมือต่อไป ตัวอย่างเช่น การร่วมกันออกแบบทางเชื่อมต่อระหว่างโครงการรถไฟฟ้ากับพื้นที่ชุมชนริมคลอง การทำสวนเกษตรแนวตั้งที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชนริมคลอง การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตพลังงานใช้เอง หรือการดึงกิจการค้าปลีกให้เข้ามาพัฒนารูปแบบการค้าแบบเรือสินค้าขายตรง หรือเรือเร่แบบสมัยใหม่

แผนงานยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองและลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 1,100 ตารางกิโลเมตร เพื่อยกระดับกรุงเทพฯ เทียบชั้นเมืองที่น่าอยู่อาศัยชั้นนำของโลก

พงศ์พร สุดบรรทัด กรรมการ บริษัท ดี ไอ ดีไซนส์  และที่ปรึกษาโครงการ ช่วยเสริมว่า โครงการฟื้นฟูระบบคลองเพื่อชุมชนเมือง ถือเป็นแผนงานที่ยิ่งใหญ่และจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง เนื่องจากขอบเขตของโครงการเมื่อพัฒนาได้ตามแผนทั้งหมดจะครอบคลุมพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง และช่วยลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงบริการสาธารณะ โดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ

“โครงการฟื้นฟูระบบคลองเพื่อชุมชนเมืองถือว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากหากทุกฝ่ายร่วมกันผลักดัน โดยในระยะแรกได้เริ่มต้นแล้วโดยประชาคมห้วยขวาง ที่ประกอบด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ได้แก่ ชุมชนริมคลองลาดพร้าว ชุมชนริมคลองบางซื่อ สำนักงานเขตห้วยขวาง กศน. สำนักระบายน้ำ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาคนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ซิสโก้ มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ และอีกหลายฝ่าย ซึ่งกำลังขยายวงออกไปถึงคลองแสนแสบและแม่น้ำเจ้าพระยา”

การสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมชุมชนเมืองให้น่าอยู่อาศัย ย่อมหมายถึงความสอดคล้องเหมาะสมกับความต้องการของชาวชุมชนเมือง และเกิดความพอใจการมีส่วนร่วมของชาวชุมชนในกระบวนการวางผังและการออกแบบสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นการวางผัง และการออกแบบชุมชนเมืองเพื่อชุมชน (Communitybased Urban Design)

โครงการฟื้นฟูระบบคลองเพื่อชุมชนเมือง มุ่งเน้นการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะแบบบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่างทางน้ำ เชื่อมโยงกับทางบกและระบบราง ตลอดจนฟื้นฟูและพัฒนาระบบคลอง พื้นที่ชุมชนและพื้นที่สาธารณะต่างๆ ริมน้ำ เพื่อฟื้นฟูอัตลักษณ์เดิมของกรุงเทพฯที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นเวนิสตะวันออก จากระบบคลองและวิถีแห่งชุมชนริมน้ำในอดีต พัฒนาให้มีความร่วมสมัย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีและสื่อถึงตัวตนที่มีเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ในระดับนานาชาติ

สำหรับพื้นที่นำร่องของโครงการนี้ได้เริ่มต้นไปแล้วที่ประชาคมห้วยขวาง ชุมชนริมคลองบางซื่อ โดยมีประชาสังคมของพื้นที่เป็นแกนนำในการสร้างระบบทั้งหมด เพื่อประสานความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนอย่างยั่งยืนในอนาคต ก่อนขยายไปสู่ที่ต่างๆ ในอนาคต

เพื่อพลิกกรุงเทพฯ ให้เป็นเวนิสตะวันออกอีกครั้งอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ