posttoday
กีฬาเพื่อชาติ (นิยม)

กีฬาเพื่อชาติ (นิยม)

21 ธันวาคม 2557

เฟซบุ๊ก Kornkit Disthan

เฟซบุ๊ก Kornkit Disthan

กีฬาเพื่อชาติ (นิยม)

ความสำเร็จของทีมชาติไทยในศึก AFF Suzuki Cup ทำให้ผมเชื่อว่า นอกจากในหลวงของเราแล้ว อีกสิ่งที่สามารถผสานรอยร้าว สร้างสามัคคีของคนในชาติได้ดีทีสุด คือการกีฬา

เมื่อกีฬาไทยกำชัยเมื่อใด ความต่างในสังคมจะถูกเหยียบทับ บดขยี้ ดีไม่ดีจะสูญสลายไปโดยไม่มีใครทันสังเกต

อีกนัยหนึ่งก็คือ กีฬาคือเครื่องมือสร้างค่านิยมรักชาติได้ดีที่สุด โดยไม่ต้องลงทุนโฆษณา ทุ่มงบประมาณโครงการฟุ่มเฟือย เพียงแต่ส่งเสริมการกีฬาอย่างเป็นล่าเป็นสันเท่านั้นเป็นพอ

บางท่านรังเกียจนคำว่า "ชาตินิยม" บอกว่าเป็นลัทธิที่ส่งเสริมความบ้าคลั่งเชื้อชาติ และปลูกฝังทัศนะเหยียดหยามชาติอื่นๆ ซึ่งผมเห็นว่าจริง แต่ว่าเพียงส่วนเดียว

ชาตินิยมก็เหมือนกับลัทธิการเมืองทั่วไป คือเป็นดาบสองคม ที่มีทั้งดีและไม่มีดี มีทั้งพระเดช ทั้งพระคุณ หากใช้ด้วยใจชั่วผลก็ชั่ว หากใช้ด้วยใจกุศล ผลก็ประเสริฐ

การสลายแนวคิดชาตินิยมเป็นผลงานของนักคิดสำนักรื้อทำลายโครงสร้างและนักคิดยุคหลังสมัยใหม่ (Postmodernism) ซึ่งค่อนข้างจะ "เอาท์" แล้ว เพราะขัดแย้งกับ "ความเป็นจริง" ในโลก "เชิงปฏิบัติ" และส่วนตัวผมคิดว่า นานาประเทศ รวมถึงไทยเราจะขาดองค์ประกอบของชาตินิยมไม่ได้ ซึ่งผิดกับทีนักวิขาการบางท่านกระเหี้ยนกระหือรือจะทำลายมันให้สิ้นซาก

เหตุผลข้อแรก ผมไม่คิดว่าชาตินิยมเป็นปัญหา เพียงแต่เราใช้มันอย่างมีปัญหามาก่อนควร แก้ไขในจุดนี้ (เหยียดเชื้อชาติ/ใช้เป็นเครื่องมือทำลายคนเห็นต่าง)

เหตุผลข้อต่อมา ผมไม่เชื่อว่า สลายทัศนะชาตินิยม (Nationalist) แล้ว เราจะกลายเป็นสากลนิยม (Internationalist) กันอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นความคิดที่ไร้เดียงสามาก เพราะแม้เราจะสลัดอาการคลั่งชาติและน้อมรับสากลนิยมได้ แต่แน่ใจหรือว่า นานาประเทศเขาจะทำเช่นนั้นกับเราด้วย

เมื่อเราขาดชาตินิยม องคพายพในชาติจะอ่อนแอ ประชาชนจะเนือยหน่าย ไม่แยแสความอยู่รอดของ "แผ่นดิน" และ "พรมแดน" เปิดโอกาสให้ประเทศอื่นๆ ที่ชาตินิยมยังแรงกล้าเข้ามาหักหาน กระทำย่ำยีเราได้

ท่านไม่ต้องดูที่ไหนไกล ญี่ปุ่นที่พยายามจะเป็นสากลนิยมอยู่พักใหญ่ในช่วงหลังสงคราม มาบัดนี้กระแสชาตินิยมคืนชีพอีกครั้ง เพราะคนในประเทศเล็งเห็นท่าทีแข็งกร้าวของจีน ที่ไม่เคยผ่อนสายป่านความรักชาติ มองญี่ปุ่นเป็นศัตรูทางธรรมชาติมาแต่ไหนแต่ไร

อย่าลืมนะครับว่า จีนเป็นคอมมิวนิสต์ หลักการสุดท้ายของลัทธินี้คือการสลายชาติ สร้างสังคมสากลนิยม ที่ไร้ชนชาติ เชื้อชาติ ประชาชาติ และพรมแดน แต่จนถึงวันนี้มันทำได้เสียเมื่อไหร่ มิหนำซ้ำจีนยังจะคลั่งจีนยิ่งขึ้นไปอีก

ก็เหมือนเนื้อเพลง Imagine ของจอห์น เลนนอน นั่นแล ช่างไพเพราะเหนือโลก แต่ไม่มีวันพบเจอในโลกแห่งความจริง

อาจารย์ที่เคารพสอนผมไว้ว่า ชาติในอุษาคเณย์ทั้งหลายที่สมาทานลัทธิคอมมิวนิสต์นั้น มิได้รักในลัทธิสากลนิยม หรือคิดทำลายชาตินิยมหรอก ตรงกันข้าม พวกเขารับลัทธินี้มาเพื่อใช้เป็นธงรวมประชาชนที่แตกต่างให้มาอยู่ในร่วมทัศนะเดียวกัน เพื่ออะไร? ก็เพื่อปลดปล่อย "ชาติ" จากเจ้าอาณานิคม และสร้าง "ชาตินิยมซ่อนรูป" ขึ้นมาแทน

ชาติคอมมิวนิสต์นี่ชัดเจนมากนะครับ ในการใช้กีฬา อวดศักดาสังคมอุดมการณ์ และใช้เป็นเครืองมือกล่อมเกลาประชาชนให้ภูมิใจในชาติ

เพียงแต่ระบบมันพัง เพราะไปลงทุนด้านกีฬา และด้านโฆษณาชวนเชื้อหนักเกินไป จนลืมปากท้องประชาชน ซึ่งเราก็ดูเป็นเยี่ยงอย่างไปครับ อะไรที่เวิร์กก็หยิบมาใช้ อะไรที่แย่ก็เก็บไว้เตือนใจตน

ให้มันเป็นชาตินิยมสร้างสรรค์ ที่รักแผ่นดินถิ่นที่อยู่ ภูมิใจในความสำเร็จของคนในชาติ แต่ขณะเดียวกันก็ยกย่องมิตรสายในประชาคมโลกอย่างเท่าเทียม (เหมือนที่แฟนบอลไทย-มาเลย์ ทำกันอยู่ตอนนี้) และที่สำคัญ ต้องเป็นชาตินิยมบนความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศรส และทัศนะทางการเมือง

*ภาพ - กองเชียร์ฝั่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ม.ธ.ก.) ในการแข่งขันฟุตบอลประเพณีกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2494 ถ่ายโดย ดิมิทรี เคสเซล (Dmitri Kessel)

ที่มา https://www.facebook.com/kornkitd?fref=ts

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ