
กีฬาเพื่อชาติ (นิยม)
เฟซบุ๊ก Kornkit Disthan
เฟซบุ๊ก Kornkit Disthan
กีฬาเพื่อชาติ (นิยม)
ความสำเร็จของทีมชาติไทยในศึก AFF Suzuki Cup ทำให้ผมเชื่อว่า นอกจากในหลวงของเราแล้ว อีกสิ่งที่สามารถผสานรอยร้าว สร้างสามัคคีของคนในชาติได้ดีทีสุด คือการกีฬา
เมื่อกีฬาไทยกำชัยเมื่อใด ความต่างในสังคมจะถูกเหยียบทับ บดขยี้ ดีไม่ดีจะสูญสลายไปโดยไม่มีใครทันสังเกต
อีกนัยหนึ่งก็คือ กีฬาคือเครื่องมือสร้างค่านิยมรักชาติได้ดีที่สุด โดยไม่ต้องลงทุนโฆษณา ทุ่มงบประมาณโครงการฟุ่มเฟือย เพียงแต่ส่งเสริมการกีฬาอย่างเป็นล่าเป็นสันเท่านั้นเป็นพอ
บางท่านรังเกียจนคำว่า "ชาตินิยม" บอกว่าเป็นลัทธิที่ส่งเสริมความบ้าคลั่งเชื้อชาติ และปลูกฝังทัศนะเหยียดหยามชาติอื่นๆ ซึ่งผมเห็นว่าจริง แต่ว่าเพียงส่วนเดียว
ชาตินิยมก็เหมือนกับลัทธิการเมืองทั่วไป คือเป็นดาบสองคม ที่มีทั้งดีและไม่มีดี มีทั้งพระเดช ทั้งพระคุณ หากใช้ด้วยใจชั่วผลก็ชั่ว หากใช้ด้วยใจกุศล ผลก็ประเสริฐ
การสลายแนวคิดชาตินิยมเป็นผลงานของนักคิดสำนักรื้อทำลายโครงสร้างและนักคิดยุคหลังสมัยใหม่ (Postmodernism) ซึ่งค่อนข้างจะ "เอาท์" แล้ว เพราะขัดแย้งกับ "ความเป็นจริง" ในโลก "เชิงปฏิบัติ" และส่วนตัวผมคิดว่า นานาประเทศ รวมถึงไทยเราจะขาดองค์ประกอบของชาตินิยมไม่ได้ ซึ่งผิดกับทีนักวิขาการบางท่านกระเหี้ยนกระหือรือจะทำลายมันให้สิ้นซาก
เหตุผลข้อแรก ผมไม่คิดว่าชาตินิยมเป็นปัญหา เพียงแต่เราใช้มันอย่างมีปัญหามาก่อนควร แก้ไขในจุดนี้ (เหยียดเชื้อชาติ/ใช้เป็นเครื่องมือทำลายคนเห็นต่าง)
เหตุผลข้อต่อมา ผมไม่เชื่อว่า สลายทัศนะชาตินิยม (Nationalist) แล้ว เราจะกลายเป็นสากลนิยม (Internationalist) กันอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นความคิดที่ไร้เดียงสามาก เพราะแม้เราจะสลัดอาการคลั่งชาติและน้อมรับสากลนิยมได้ แต่แน่ใจหรือว่า นานาประเทศเขาจะทำเช่นนั้นกับเราด้วย
เมื่อเราขาดชาตินิยม องคพายพในชาติจะอ่อนแอ ประชาชนจะเนือยหน่าย ไม่แยแสความอยู่รอดของ "แผ่นดิน" และ "พรมแดน" เปิดโอกาสให้ประเทศอื่นๆ ที่ชาตินิยมยังแรงกล้าเข้ามาหักหาน กระทำย่ำยีเราได้
ท่านไม่ต้องดูที่ไหนไกล ญี่ปุ่นที่พยายามจะเป็นสากลนิยมอยู่พักใหญ่ในช่วงหลังสงคราม มาบัดนี้กระแสชาตินิยมคืนชีพอีกครั้ง เพราะคนในประเทศเล็งเห็นท่าทีแข็งกร้าวของจีน ที่ไม่เคยผ่อนสายป่านความรักชาติ มองญี่ปุ่นเป็นศัตรูทางธรรมชาติมาแต่ไหนแต่ไร
อย่าลืมนะครับว่า จีนเป็นคอมมิวนิสต์ หลักการสุดท้ายของลัทธินี้คือการสลายชาติ สร้างสังคมสากลนิยม ที่ไร้ชนชาติ เชื้อชาติ ประชาชาติ และพรมแดน แต่จนถึงวันนี้มันทำได้เสียเมื่อไหร่ มิหนำซ้ำจีนยังจะคลั่งจีนยิ่งขึ้นไปอีก
ก็เหมือนเนื้อเพลง Imagine ของจอห์น เลนนอน นั่นแล ช่างไพเพราะเหนือโลก แต่ไม่มีวันพบเจอในโลกแห่งความจริง
อาจารย์ที่เคารพสอนผมไว้ว่า ชาติในอุษาคเณย์ทั้งหลายที่สมาทานลัทธิคอมมิวนิสต์นั้น มิได้รักในลัทธิสากลนิยม หรือคิดทำลายชาตินิยมหรอก ตรงกันข้าม พวกเขารับลัทธินี้มาเพื่อใช้เป็นธงรวมประชาชนที่แตกต่างให้มาอยู่ในร่วมทัศนะเดียวกัน เพื่ออะไร? ก็เพื่อปลดปล่อย "ชาติ" จากเจ้าอาณานิคม และสร้าง "ชาตินิยมซ่อนรูป" ขึ้นมาแทน
ชาติคอมมิวนิสต์นี่ชัดเจนมากนะครับ ในการใช้กีฬา อวดศักดาสังคมอุดมการณ์ และใช้เป็นเครืองมือกล่อมเกลาประชาชนให้ภูมิใจในชาติ
เพียงแต่ระบบมันพัง เพราะไปลงทุนด้านกีฬา และด้านโฆษณาชวนเชื้อหนักเกินไป จนลืมปากท้องประชาชน ซึ่งเราก็ดูเป็นเยี่ยงอย่างไปครับ อะไรที่เวิร์กก็หยิบมาใช้ อะไรที่แย่ก็เก็บไว้เตือนใจตน
ให้มันเป็นชาตินิยมสร้างสรรค์ ที่รักแผ่นดินถิ่นที่อยู่ ภูมิใจในความสำเร็จของคนในชาติ แต่ขณะเดียวกันก็ยกย่องมิตรสายในประชาคมโลกอย่างเท่าเทียม (เหมือนที่แฟนบอลไทย-มาเลย์ ทำกันอยู่ตอนนี้) และที่สำคัญ ต้องเป็นชาตินิยมบนความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศรส และทัศนะทางการเมือง
*ภาพ - กองเชียร์ฝั่งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (ม.ธ.ก.) ในการแข่งขันฟุตบอลประเพณีกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2494 ถ่ายโดย ดิมิทรี เคสเซล (Dmitri Kessel)







