posttoday
รับมือ เมื่อลูกติดเกม

รับมือ เมื่อลูกติดเกม

09 ธันวาคม 2557

คอมพิวเตอร์ในโลกปัจจุบันดูเหมือนเป็นสิ่งที่เด็กรุ่นใหม่ขาดไม่ได้ ทั้งการเล่นเกม และการท่องโลกอินเทอร์เน็ต ทั้งจากเกมในโทรศัพท์มือถือและเล่นในคอมพิวเตอร์ แต่บางครั้งการใช้เทคโนโลยีที่มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียหลายอย่าง เช่น เด็กที่เล็กเกินไปจะหมกมุ่นอยู่ในโลกเสมือนจริงจนขาดการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนภายนอกไม่รู้จักการเข้าสังคม บางครั้งอาจส่งผลให้การเรียนเสียก็ได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักการรับมือกับปัญหาดังกล่าว

คอมพิวเตอร์ในโลกปัจจุบันดูเหมือนเป็นสิ่งที่เด็กรุ่นใหม่ขาดไม่ได้ ทั้งการเล่นเกม และการท่องโลกอินเทอร์เน็ต ทั้งจากเกมในโทรศัพท์มือถือและเล่นในคอมพิวเตอร์ แต่บางครั้งการใช้เทคโนโลยีที่มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียหลายอย่าง เช่น เด็กที่เล็กเกินไปจะหมกมุ่นอยู่ในโลกเสมือนจริงจนขาดการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนภายนอก
ไม่รู้จักการเข้าสังคม บางครั้งอาจส่งผลให้การเรียนเสียก็ได้ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักการรับมือกับปัญหาดังกล่าว

สถานการณ์ : ลูกชายวัย 14 ปี เป็นเด็กติดเกม เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งเตรียมตัวให้เขาไปศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งเวลาเหลื่อมกันมากระหว่างภาคการศึกษาของไทยกับต่างประเทศ ลูกจึงค่อนข้างว่างอยู่สัก 3 เดือนก่อนบินไปเรียนต่อ คงเป็นช่วงเวลานี้ที่ลูกวัย 14 ปี ว่างมากจึงเล่นเกม เพราะเป็นสิ่งที่เขาชอบอยู่แล้ว แต่พอไปเรียนต่อจริงๆ แล้ว ด้วยความห่างพ่อห่างแม่ก็ยิ่งเล่นเกมหนักขึ้น เพราะไม่มีคนกำราบอย่างใกล้ชิด หลังเลิกเรียนเป็นไม่ได้ต้องรีบกลับบ้านมาเล่นเกม ในฐานะแม่ที่ต้องอยู่ห่างลูก ไม่รู้จะดุจะเตือนอย่างไรดี

วิธีแก้ปัญหา : เมื่อคิดหาสาเหตุของการติดเกมออนไลน์ของลูกได้แล้ว ก็ต้องรีบหาวิธีแก้ไข เพราะเด็กติดเกมจะส่งปัญหาหลายอย่าง เช่น หมกมุ่นกับการเล่นเกมจนกระทบต่อผลของการเรียน รวมถึงความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ไม่มีปฏิสัมพันธ์ เช่น เวลาพ่อแม่โทรไปหาก็ไม่อยากจะคุยด้วย เพราะมัวเล่นแต่เกมตลอดเวลา ปัญหานี้ทุกฝ่ายทั้งคุณพ่อคุณแม่ ตัวเด็กเอง และผู้ปกครองที่อยู่ใกล้ชิดกับตัวเด็ก ต้องหาวิธีแก้ไขร่วมกัน เช่น ควบคุมเวลาใช้คอมพิวเตอร์ของลูก เช่น กำหนดเป็นช่วงเวลาหลังกลับจากโรงเรียนให้เล่นเพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น นี่คือเวลาที่ลูกจะได้ทำการบ้านด้วย เช่น การเสิร์ชหาข้อมูลทำการบ้าน รวมถึงถ้าจะเล่นเกมก็เป็นแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น  คุมให้เข้ม ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์ให้เล่นเพิ่มไปอีกวันละ 3 ชั่วโมงเท่านั้น โดยให้ผู้ปกครองที่นู่นช่วยดูแลบังคับอย่างใกล้ชิด โดยอาจให้เด็กเอาคอมพิวเตอร์มาฝากเอาไว้ และมาขออนุญาตใช้ตามกฎที่กำหนด หากเด็กรู้จักแบ่งเวลาได้จริงๆ แล้ว ก็ไม่ต้องควบคุมอย่างใกล้ชิดอีกต่อไป แต่หากยังแอบเล่นเกมอีก ต้องมีมาตรการขั้นต่อๆ ไป เช่น ตั้งกฎเหล็กว่าจะไม่ให้เรียนเมืองนอกแล้ว จะเอากลับมาเรียนเมืองไทย เพื่อจะได้ควบคุมความประพฤติลูกอย่างใกล้ชิด วิธีนี้จะดีกับเด็กที่อยากเรียนเมืองนอกและชอบภาษาจริงๆ แต่เด็กอีกจำพวกหนึ่งที่โดนบังคับให้ไปเรียนเมืองนอก ก็อาจจะเกิดอาการหวานหมูที่จะได้กลับมาอยู่เมืองไทย พ่อแม่ก็ต้องหามาตรการควบคุมที่เหมาะสมต่อไป แต่ก่อนจะบังคับลูกไม่ให้เล่นเกม ก็ต้องดูด้วยว่าเกมที่ลูกเล่นนั้นช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูกหรือไม่ เพราะมีหลายๆ เกมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาของลูกด้วยเช่นกัน ก็ต้องดูเป็นกรณีๆ ไป หรือกำหนดให้เขาเล่นแต่เกมที่ดีและมีประโยชน์ในช่วงเวลาที่กำหนดด้วยเท่านั้น หรืออีกวิธีหนึ่งคือการดึงให้เขาออกไปมีกิจกรรมเล่นนอกบ้านแทนการหมกมุ่นอยู่แต่กับคอมพิวเตอร์ ก็เป็นอีกวิธีที่ดีเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว