
เกาหลีใต้...ปฏิรูปการศึกษาพัฒนาคนส่งผลทั้งประเทศ
ภายหลังสงครามคาบสมุทรเกาหลีสิ้นสุดลง ผู้นำประเทศในยุคนั้นตระหนักดีว่า ประเทศชาติต้องเร่งฟื้นตัวและพัฒนาไปข้างหน้าให้เร็ว
ภายหลังสงครามคาบสมุทรเกาหลีสิ้นสุดลง ผู้นำประเทศในยุคนั้นตระหนักดีว่า ประเทศชาติต้องเร่งฟื้นตัวและพัฒนาไปข้างหน้าให้เร็ว จึงให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพเพราะ
นั่นคือต้นทุนสำคัญในการพัฒนาประเทศทุกๆ ด้านนับถึงปัจจุบันนี้เกาหลีใต้ได้พิสูจน์แล้วว่าทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ คือต้นทุนสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริงในยุคแรกๆ ของการฟื้นฟูประเทศนั้น ทุกคนต่างมุ่งส่งเสริมการศึกษา ทำให้บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองพยายามส่งเสริมทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกหลานได้รับการศึกษาจากสถาบันที่ดีและมีชื่อเสียง วันเวลาผ่านไป การศึกษาและปริญญาได้กลายเป็นเครื่องมือแบ่งชนชั้นทางสังคมไปโดยปริยาย ผลที่ตามมาคือเด็กนักเรียนต่างมุ่งแข่งขันกันเพื่อแย่งที่นั่งในมหาวิทยาลัยดังๆ และต่างพากันไปกวดวิชาอย่างหนัก จนส่งผลให้มีคนจบปริญญาจำนวนมากแต่ก็ไม่มีขีดความสามารถทำงานได้จริง ในขณะที่คนงานระดับฝีมือ แต่ไม่มีปริญญาบัตร กลับไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมเท่าที่ควร
หลังปี 1993 เป็นยุคของประธานาธิบดี คิมยองซัมผู้ที่ประกาศให้สร้าง “ระบบการศึกษาใหม่” มีหลักสำคัญคือต้องจัดการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับผู้เรียน และต้องเป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาคนทั้งประเทศ จากนั้นต่อมาระบบการศึกษาของประเทศนี้ก็เน้นคุณภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตามสังคมก็ยังให้คุณค่ากับปริญญา และผู้ปกครองก็ยังคงทุ่มเทแรงกายและแรงทรัพย์ เพื่อให้บุตรหลานได้รับการศึกษาจากสถาบันดีๆ เช่นเดิม
แม้ว่าความเป็นอยู่ของชาวเกาหลีใต้ในยุคปัจจุบัน จะหลุดพ้นจากความยากแค้นมานานมากแล้ว อีกทั้งคุณภาพชีวิตก็อยู่ในระดับที่ดีมาก แต่นิสัยที่มุ่งมั่นขยันหมั่นเพียรและทำงานหนักเพื่อความสำเร็จ ยังคงฝังรากอยู่ในสังคมและวิธีคิดของคนเกาหลีอีกหลายต่อหลายคน คุณกุลกุมุท สิงหราณ อยุธยา เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลีวิเคราะห์ถึงคุณลักษณะเด่นของชาวเกาหลีใต้ให้กับโลก 360 องศา ฟังว่า ชาวเกาหลีใต้รุ่นใหม่ยังคงเป็นคนที่ทำงานหนักเหมือนเช่นบรรพบุรุษ เพราะกว่าจะพัฒนาประเทศมาได้จนถึงทุกวันนี้ ต้องต่อสู้กับความยากลำบากทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้การศึกษาและระบบเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ และถูกปลูกฝังจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าอันดับต้นๆ ของโลก อีกทั้งความตั้งใจของชาวเกาหลีใต้ และความมุ่งมั่นของรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ทำให้ระบบการศึกษาของเกาหลีใต้พัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนิตยสาร Pearson อ้างอิงข้อมูลของ Economist Intelligence Unit ได้จัดอันดับให้เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีการศึกษาดีที่สุดในโลก
ในโอกาสนี้โลก 360 องศาได้รับเกียรติจากคุณ Hwang,Woo Yea รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของเกาหลีใต้ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการพัฒนาการศึกษาของเกาหลีใต้ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจว่า ความก้าวหน้าของการศึกษาเกาหลีใต้นั้น มาจากปัจจัยสำคัญสองประการ ประการแรกคือ “ความเคารพนับถือครู” ซึ่งชาวเกาหลีมีธรรมเนียมที่นับถือกันอย่างเคร่งครัดมาตั้งแต่โบราณว่า “กษัตริย์ ครู และพ่อแม่” คือบุคคลผู้มีคุณค่าและควรเชื่อฟังคำสั่งสอน ประการที่สองคือ การลงทุนด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามคาบสมุทรเกาหลีจวบจนถึงปัจจุบัน ช่วยทำให้ระบบการศึกษาได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านปรัชญาแนวคิดหลัก “ฮงอิก อินกัน” ที่จะต้องสร้างคนที่สามารถสร้างประโยชน์ต่อผู้อื่นในสังคม และมีความสุขกับสิ่งที่ทำ นอกจากนั้นจะต้องเป็นคนที่พร้อมเปิดรับการเผชิญและเรียนรู้โลกภายนอกได้ โลก 360 องศาถามว่าเพราะเหตุใดเกาหลีใต้จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาอย่างมาก ท่านตอบว่าเพราะที่ผ่านมาการพัฒนาทุกๆ ด้านต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ อีกทั้งเกาหลีใต้ไม่มีทรัพยากรแร่ธาตุใดๆที่สร้างความร่ำรวยให้ประเทศได้ มีแต่ภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและฤดูหนาวอันยาวนาน ดังนั้นสิ่งที่จะสามารถนำพาและขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าได้ดีที่สุดบนเงื่อนไขที่เป็นอยู่นั่นก็คือการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพนั่นเอง
ในอดีตที่ผ่านมา ภาษาอังกฤษ คืออุปสรรคใหญ่ของชาวเกาหลีใต้ แต่ปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหนในกรุงโซล ก็จะพบว่าเด็กยุคใหม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างฉะฉาน สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะว่าระบบการศึกษายุคใหม่มีการฝึกใช้ภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็ก แล้วก็มีวิธีการสอนที่แปลกใหม่และสร้างสรรค์ คุณSally, Jang จากสถาบัน Sogang Language Program (SLP) บอกกับเราว่า ระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กเล็กนั้น ทำมาประมาณ 10 ปีแล้ว โดยเด็กนักเรียนในยุคก่อนหน้านั้น มีความกลัวในการพูดภาษาอังกฤษต่อหน้าคนอื่นๆ อย่างมาก ในขณะเดียวกันเด็กยุคใหม่ที่ได้รับการปลูกฝังภาษาอังกฤษตั้งแต่วัยเยาว์ กล้าพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติมากขึ้น แถมยังพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วยซึ่งนั่นสะท้อนให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่มีความคิดและฉลาดมากขึ้น ครูเองก็ต้องปรับตัวตามให้ทัน โดยเฉพาะเทคนิคในการเรียนการสอนที่ดึงดูดใจและนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ของรายวิชาต่างๆ
ตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา รัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มนำระบบไอซีทีเข้ามาใช้ในการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนมีความชำนาญกับระบบข้อมูลแบบดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่กำลังเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตมากขึ้นซึ่งเด็กเกาหลีใต้ยุคใหม่จะถูกฝึกให้คิดสร้างสรรค์อย่างอิสระและรู้จักค้นหาความรู้ด้วยตัวเอง ผ่านเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยอย่างเช่นคอมพิวเตอร์, มือถือ, แท็บเล็ต, และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เพราะทุกวันนี้พฤติกรรมของเด็กๆ เกาหลีใต้ต่างผูกติดกับอุปกรณ์เหล่านี้ แต่หัวใจสำคัญของการประยุกต์ระบบดิจิทัลและระบบสารสนเทศเข้ากับการเรียนการสอนนั้น ก็คือตัวผู้ใช้เครื่องมือ ซึ่งก็คือผู้สอนและผู้เรียนก็ต้องมีความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของการนำเครื่องมือเหล่านั้นมาใช้ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของรายวิชานั้นๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง
ณ เวลานี้ต้องยอมรับว่า ระบบการศึกษาของเกาหลีใต้นั้น เป็นอีกหนึ่งโมเดลต้นแบบที่มีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประเทศอื่นๆ ที่เราได้มีโอกาสนำเสนอไปแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น นอกจากการให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการศึกษาในภาพรวมแล้ว เกาหลีใต้ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากลุ่มเด็กนักเรียนที่มีพรสวรรค์อีกด้วย ก็ยิ่งทำให้เกิดทรัพยากรบุคคลในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกมากมาย ซึ่งเราจะนำเสนอในตอนต่อๆ ไป และอย่าลืมติดตามชมได้ในรายการ โลก 360 องศา สามทุ่มครึ่งโดยประมาณ ทาง ททบ.5







