
สุรินทร์มีมอแกน
กลางเดือน ธ.ค.แล้วแต่ฝนยังไม่เลิกรา ยังคงเป็นปลายฝนต้นหนาวให้คอยลุ้นว่าเมื่อไรจะหนาวสักที
กลางเดือน ธ.ค.แล้วแต่ฝนยังไม่เลิกรา ยังคงเป็นปลายฝนต้นหนาวให้คอยลุ้นว่าเมื่อไรจะหนาวสักที แต่สำหรับภาคใต้ที่มีแค่ร้อนกับฝน จึงไม่แคร์ความหนาว แต่สนใจว่าคลื่นลมจะเป็นอย่างไรมากกว่า ซึ่งในตอนนี้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกจ.พังงา ยังมีฝนฟ้าคะนองอยู่บ้างบนแผ่นดิน แต่ทะเลเรียบและบนเกาะอากาศดี อย่างที่ได้ไปนอนมองฟ้าใสเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา
สปีดโบตออกจากท่าเรือทับละมุ เขาหลัก จ.พังงา ด้วยเรือเชอแตมของบริษัท เลิฟอันดามัน บนเส้นทางยอดฮิตหมู่เกาะสุรินทร์ แต่เรือจะแวะรับประทานอาหารกลางวันก่อนที่เกาะตาชัย
มื้อที่พนักงานเลิฟฯ ภูมิใจนำเสนอแต่ไม่ปริปากบอกสักคำว่ามันพิเศษอย่างไร
40 นาทีกลางทะเลราบเรียบอย่างที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ไว้ ตาชัยยังขาวเหมือนกับที่เคยเห็นเมื่อปีที่แล้ว หาดทรายที่เกิดจากสาหร่ายใบมะกรูดยังนุ่มปานแป้งมัน ปูไก่ยังขี้อายอยู่ใต้รากไม้ และนักท่องเที่ยวยังแยะเหมือนเดิม น่าจะมีเพียงสิ่งนี้กระมังที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน “บุฟเฟ่ต์อาหารกลางวัน”
เรื่องอาหารกลายเป็นการแข่งขันของแต่ละบริษัททัวร์ไปแล้วว่าจะทำไลน์บุฟเฟ่ต์อย่างไรให้ถูกใจนักท่องเที่ยว จากปีที่แล้วที่แค่ตักอาหารใส่จานแล้วหาโต๊ะนั่งกิน ตอนนี้กลายเป็นว่าแต่ละบริษัททำเป็นมุมอาหารพร้อมตกแต่งจริงจังจนนึกว่ามีใครจัดอีเวนต์ จากที่เห็นมีประมาณ 5 บริษัททำ ยกตัวอย่างบริษัท เลิฟอันดามัน ที่เป็นไลน์บุฟเฟ่ต์ยาวโดยแบ่งเป็นประเภท เช่น ไอศกรีม เครื่องดื่มร้อน เครื่องดื่มเย็น อาหารว่าง ของหวาน และผลไม้ส่วนอาหารหลักยังให้อุทยานฯ เป็นคนทำ โดยมีการจัดและประดับโต๊ะอาหารประหนึ่งอยู่ในรีสอร์ทริมทะเล ซึ่งแต่ละบริษัทก็มีธีมที่ต่างกันไป บุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันจึงเป็นจุดขายอีกอย่างแทนที่จะขายแค่ความสวยของเกาะเพียงอย่างเดียว
เซอร์ไพรส์กับอาหารจนพอแล้วก็เดินทางไปยังจุดหมายที่อยู่ห่างออกไป 30 นาที หมู่เกาะสุรินทร์เป็นสวรรค์ของนักดำน้ำทั้งมือสมัครเล่นและมือโปรฯ เพราะใต้ทะเลยังมีระบบนิเวศที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แม้ว่าบางจุดจะมีปะการังฟอกขาวแต่ก็ยังพบปะการังเขากวาง ปะการังสมอง ปะการังอ่อน ปลาการ์ตูน หอยมือเสือ และเต่าซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความบริสุทธิ์ แต่อย่างไรก็ตามปลาการ์ตูนยังทำให้เซอร์ไพรส์ได้ไม่มากเท่า “คน”
ลูกเรือเชอแตมถือโอกาสแวะบ้านเมื่อเทียบท่าที่ หมู่บ้านมอแกน ชุมชมริมทะเลที่ต้องใช้โซลาร์เซลล์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ผู้หญิงยังคงอยู่บ้านแล้วให้สามีออกไปทำงาน และสื่อสารด้วยภาษาของตัวเอง บ้านแต่ละหลังมุงด้วยทางมะพร้าว ใต้ถุนยกสูงหนีน้ำทะเลหนุน ข้างบ้านเป็นที่จอดเรือ ทุกหลังมีเลขที่บ้านและชื่อเจ้าบ้านที่ใช้นามสกุล “กล้าทะเล” เหมือนกันหมด ตามที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จย่าและใช้ตามกันทุกครอบครัว
วิถีชีวิตของชาวมอแกนผูกพันกับทะเลมาตั้งแต่เกิด เกิดมาก็อยู่บนเกาะ เล่นกับน้ำ นอนกับทราย และตายที่นี่ ทักษะวิชาทะเลจึงไม่มีใครเก่งเกิน แต่วิถีชีวิตในปัจจุบันก็เปลี่ยนไปจากอดีตมากพอควร เช่นชายหนุ่มต้องขึ้นฝั่งหางานทำตามบริษัททัวร์แม่บ้านต้องรู้จักประดิษฐ์ของขายนักท่องเที่ยว หรือเวลาอยู่บ้านก็มีคนแปลกหน้ามาสวัสดีแล้วขอถ่ายรูป แม้ชาวบ้านจะยินดีต้อนรับ แต่นักท่องเที่ยวก็ต้องตอบรับอย่างพอดี เคารพประเพณี เช่น การเคารพหล่อโบงหรือเสาวิญญาณบรรพบุรุษก่อนเข้าหมู่บ้าน เคารพความเป็นส่วนตัว และทำตัวให้กลมกลืนกับชาวบ้าน
พอได้เห็นชีวิตที่อยู่ได้ด้วยปัจจัย 4 ย้ำเตือนให้คิดถึงตัวเองน่าแปลกที่คนเมืองมีครบทุกปัจจัยแถมมีเกิน อย่างปัจจัยที่ 5 โทรศัพท์มือถือ และปัจจัยที่ 6 สัญญาณอินเทอร์เน็ต ต้องเป็นฝ่ายมองอย่างน่าอิจฉา และหวนคิดว่าชีวิตไฮเทคจะช่วยอะไรหากต้องติดเกาะที่ไม่มีไฟฟ้าและเข้าหากูเกิลไม่ได้







