
ภาพฝันในความจริง ศรัณย์ คุ้งบรรพต
บรรยากาศสบายยามบ่ายในร้านชาน่ารักชื่อ พีโอนี เฮาส์ ย่านศาลาแดง เรานั่งอยู่กับแขกรับเชิญ ชายหนุ่มวัย 27 ปี ในเสื้อเชิ้ตสีเขียวสดเล่นระดับเข้มอ่อน มองแวบแรกทำให้รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ เป็นผู้ชายช่างฝัน เรียบง่าย ดูสุภาพเป็นกันเอง และเมื่อสัมผัสกับท่าทางระหว่างสนทนาทำให้รู้จักตัวตนของ โน้ตศรัณย์ คุ้งบรรพต ที่เดินตามทางฝันของตัวเองขณะที่ยังยืนอยู่ในโลกความเป็นจริงไปพร้อมกัน
พรสวรรค์ควงกันกับพรแสวง
คำนี้ยังใช้ได้อยู่จริง
“ถ้าเรามีพรสวรรค์จะอยู่นิ่งเฉยทำไม เมื่อมีโอกาสเข้ามา แต่ไม่รู้จักไขว่คว้าก็ไม่สามารถทำในสิ่งที่รักได้” ก็เช่นเดียวกันกับที่โน้ตได้บอกไว้ เดิมทีเขาไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเข้าประกวด จุดเริ่มต้นมาจากคุณครูสมัยเรียนประถมและเพื่อนๆ คุณแม่แนะนำให้ลองประกวด เห็นแววในการร้องและชื่นชอบการร้องเพลงด้วย ตอนนั้นอยู่โรงเรียนอนุบาลนครสวรรค์ เรียนจนถึงประถม 6“
ผมเกิดและโตที่ จ.นครสวรรค์ คุณพ่อทำงานธนาคารทหารไทยที่กรุงเทพฯ คุณแม่เป็นครูที่นครสวรรค์ มีพี่น้อง 2 คน เป็นลูกคนสุดท้อง ก่อนหน้าเข้าประกวดสยามกลการ จึงไปกลับกรุงเทพฯ อยู่บ่อย กระทั่งสิ้นสุดมัธยมปลายสอบเอนทรานซ์ผ่านเข้ารั้วจุฬาฯ คณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ จึงได้ย้ายเข้ามาในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ตอนนั้น”การร้องเพลงและการประกวด สนใจตั้งแต่เด็ก ร้องตั้งแต่เด็กทำให้ไม่หยุดที่จะวิ่งตามฝันของตัวเอง และเริ่มสนใจประกวดตั้งแต่เด็ก ทำให้ได้รางวัลนักร้องยุวชนยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2534 จากการประกวด Thailand Junior Singing Contest (สยามกลการ) ประกวดเรื่อยมา และรางวัลดีเด่นแห่งประเทศไทยจากการประกวดเคพีเอ็น 2001 และล่าสุดจนปัจจุบันฝ่าด่านนักร้องจากหลาย 10 ประเทศ และคว้ารางวัลรองอันดับ 3 จากการแข่งขันร้องเพลง Pan Asia New Singer Competition ครั้งที่ 11 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ด้วยเพลงเมดเลย์ This is the Moment in Time ที่ต่อเนื่อง 2 เพลงระหว่าง This is the Moment และ One Moment in Time
“ทั้งหมดทั้งสิ้นผมขอยกคุณงามความดีให้แก่ครูผู้สั่งสอน อาจารย์ดุษฎี พนมยงค์ ที่หยิบตัวตนมาจัดตกแต่งใหม่ให้ดีกว่าเดิม ตั้งแต่ทฤษฎีจนกระทั่งก่อนวันแข่งครับ”คนเราอย่าทิ้งฝัน
หลังจากจบอักษรศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง และจบปริญญาโท ด้านบริหารจากมหาวิทยาลัยวอริก ประเทศอังกฤษ ก็ผ่านงานหลากหลาย จนกระทั่งปัจจุบันโน้ตดำรงตำแหน่งบริหารงานบุคคลให้กับ อยุธยาอลิอันซ์ ซีพี
“คนเราก็ไม่ควรจะทิ้งฝัน ความฝันเป็นกำลังใจให้เราลุกขึ้นมาทำอะไรได้หลายอย่าง เป็นบันไดขั้นต่อไปให้เราก้าวสู่ความสำเร็จในชีวิตจริงที่แตกต่าง บทเพลงท่วงทำนองทำให้คิดในมุมมองที่แตกต่างและส่งผลต่อการทำงาน เพราะคนเราจะต้องมีความคิดและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในทุกด้านเพื่อการทำงานที่ดีด้วยหน้าที่การงานในปัจจุบัน ที่ต้องคอยเข้าไปดูแลในทุกๆ แผนกตรวจสอบทุกอย่าง เช่น การจ่ายเงินเดือน พัฒนาบุคคล การทำงาน คัดเลือกบุคคล ที่เกี่ยวกับฝ่ายบุคคลทั้งหมด หน้าที่คือต้องเข้าไปตรวจสอบว่าพนักงานทำงานได้ตรงเป้าของระบบบริษัท และพัฒนาให้เขาดีขึ้น และมีบุคคลที่เป็นแบบอย่างด้านการทำงานคือ อนุตรา พานโพธิ์ทอง คนนี้เป็นซูเปอร์วูเมนจริงๆ นำผมเข้าสู่วงการงาน และคอยเป็นที่ปรึกษาอย่างดีครับ
ถึงแม้งานที่ทำปัจจุบันจะต่างกันสุดขั้วกับสิ่งที่รัก แต่ทุกอย่างก็ตอบโจทย์ความเป็นตัวเรา เพราะส่วนตัวไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย ซึ่งส่วนตัวคิดว่าคนเราไม่ได้มีความสามารถด้านนี้ด้านเดียว ซึ่งเราสามารถทำงานประจำและร้องเพลงไปด้วยกันได้ การทำอะไรหลายๆ อย่างทำให้ได้ฝึกสมองทั้งสองด้าน เพราะหลังจากทำงานก็ได้ทำงานเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองชอบ คือการเขียนหนังสือ การประกวดร้องเพลง ให้กับ นิตยสารวอลุ่ม และเป็นนักร้องรับเชิญของบีเอสโอในหลายโอกาส เช่น ดนตรีในสวน ก็ยังคอยทำงานด้านร้องเพลงเรื่อยๆ ตามแต่โอกาส
”






