
อาทิตย์ พรหมประสิทธิ์ 'แผ่นเสียงเลิฟเวอร์ตัวจริง'
อาจกล่าวได้ว่า เสียงเพลงเป็นดั่งสายเลือดที่่หล่อเลี้ยงร่างกายของดีเจซอนนี่-อาทิตย์ พรหมประสิทธิ์ ให้ใช้ชีวิตอย่างรื่นรมย์
อาจกล่าวได้ว่า เสียงเพลงเป็นดั่งสายเลือดที่่หล่อเลี้ยงร่างกายของดีเจซอนนี่-อาทิตย์ พรหมประสิทธิ์ ให้ใช้ชีวิตอย่างรื่นรมย์ เพราะนานกว่า 20 ปีแล้วที่เขาเก็บสะสมแผ่นเสียงหลากหลายศิลปินตามยุคสมัยต่างๆ ตั้งแต่ยุค 80 จนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแผ่นขนาด 12 นิ้ว 10 นิ้ว และ 7 นิ้วก็ตาม และมีสะสมมากกว่า 1 หมื่นแผ่นทีเดียว ปัจจุบันนอกจากนั่งบริหารในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายจัดสรร จัดซื้อรายการของทรูวิชั่นส์แล้ว เขายังทำอีกหนึ่งงานคือ ดีเจแห่งคลื่นแคท เรดิโอ 94.5 ทุกวันศุกร์ ช่วงเวลา 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน
สำหรับงานดีเจตัดอย่างไรก็ไม่ขาด เพราะรู้สึกผูกพันกับเสียงเพลงมาโดยตลอด หากเล่าย้อนไปดีเจซอนนี่เริ่มงานด้านวิทยุมาตั้งแต่ครั้งเรียนอยู่ปีที่่ 2 มหาวิทยาศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ด้วยเพราะสนใจเรื่องเพลง จึงได้คลุกคลีกับนักจัดรายการวิทยุที่มีเดีย พลัส อาทิตย์มีหน้าที่ช่วยเลือกเพลง สั่งแผ่นเสียง ประสานงานทั่วไปด้านสถานีวิทยุ ทำให้เขาได้รู้จักกับดีเจรุ่นพี่ๆ มากความสามารถอย่าง วินิจ เลิศรัตนชัย สาลินี ปันยารชุน หัทยา เกษสังข์และดีเจฝรั่งอีกหลายๆ ท่าน
ทำงานอยู่เบื้องหลังได้ 2 ปี ก็กลับไปเรียนให้จบ เพราะต้องทำวิทยานิพนธ์ด้านศิลปะ จากนั้นเขาไปทำงานที่สถานีเคเบิล ไอบีซีราวปี 1991 แต่ก็ยังติดต่อกับพี่ๆ ที่มีเดีย พลัส ที่เลิกจัดรายการไปแล้วและกระจัดกระจายไปอยู่กับสถานีคลื่นอื่นๆ จากนั้นเขาหวนคืนกลับวงการเพลงอีกครั้งด้วยการเป็นดีเจเต็มตัวที่คลื่นเก็ต 102.5 ซึ่งรุ่นพี่หลายๆ คนที่มาจากมีเดีย พลัส ก็มารวมกันอยู่ที่นี่่ ซึ่งเพลงที่อาทิตย์ชอบมากที่สุดคือ เพลงสากล เพราะในยุคนั้นเด็กวัยรุ่นนิยมฟังเพลงสากลเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นเพลงในยุคต้นๆ 80 ในขณะที่เพลงไทยในยุคนั้นยังไม่เฟื่อง วัยรุ่นจึงนิยมฟังเพลงสากล และเป็นช่วงที่ค่ายแกรมมี่เริ่มสร้างค่าย วัยรุ่นไทยจึงได้หันกลับมาฟังเพลงไทย
“ยุคนั้นเพลงสากลเฟื่องมาก ฟังเพลงฝรั่งเท่าไหร่ก็ไม่หมด เป็นยุคที่ไนท์สปอตมีสถานีเพลงฝรั่ง เพลงฝรั่งจึงครองเมือง เป็นยุคที่วงดนตรีอังกฤษบุกฝั่งอเมริกา เป็นยุคที่ใช้เทคโนโลยีมาสร้างสรรค์เพลง เป็นยุคที่เปลี่ยนจากกีตาร์ร็อกเป็นดนตรีไฟฟ้า ศิลปินเริ่มเกิดเยอะขึ้น เป็นเพลงยุคที่แตกต่างจากเดอะ บีเทิลส์ และเอลวิส เพรส์ลย์่ อย่างเห็นได้ชัด”
สำหรับเพลงไทยยุค 80 ต่างได้รับอิทธิพลจากการฟังเพลงในยุค 70 ปลาย ได้แก่ นูโว คริสติน่า ฯลฯ อาจเป็นเพราะในยุคนั้นการติดต่อสื่อสารการเชื่อมถ่ายวัฒนธรรมค่อนข้างล่าช้า เพลงฮิปฮอปมาดังในปลายยุค 80 ส่วนกลางยุค 90 เป็นเพลงของค่ายเบเกอรี่ที่โดดเด่น
เมื่อชื่นชอบการฟังเพลง ทำให้อาทิตย์เริ่มเก็บแผ่นเสียง แทนเก็บเทปคาสเซ็ทแม้จะมีราคาถูกกว่าแผ่นเสียงก็ตาม
“แผ่นเสียงที่ผมซื้อในยุคแรกยุค 80 ต่อต้นปี 90 คือUltravox ถือเป็นแผ่นแรกที่ผมซื้อเป็นศิลปินมาจากฝั่งอังกฤษ แต่ผมซื้อนานๆ ทีแผ่นหนึ่ง เพราะราคาค่อนข้างสูง ผมเริ่มเก็บจริงๆ ตอนผมสั่งแผ่นให้มีเดีย พลัส สั่งกันเป็นพันๆ แผ่น ผมได้สั่งซื้อจำนวนหนึ่ง บางแผ่นฝากเขาซื้อบ้าง พอผมเริ่มได้ทำงานเป็นดีเจทำให้รู้จักกับค่ายเพลงสากลที่มาตั้งในบ้านเรา เช่น บีเอ็มจี โซนี่เขาก็มีแผ่นเซอร์วิสบ้าง ผมก็เก็บ ก็เริ่มมีเยอะขึ้น แต่ก็ยังซื้อเทปคาสเซ็ทอยู่ แต่เทปอายุไม่ยืนเท่าแผ่นเสียง” เมื่อความชื่นชอบในแผ่นเสียงเริ่มเข้มข้น เขาจึงตัดสินใจซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงเป็นจริงเป็นจัง พอเข้ายุคปลาย 90 แผ่นเสียงเริ่มหายไป เพราะมีแผ่นซีดีเข้ามาตีตลาด เขายิ่งต้องเร่งสปีดในการเก็บแผ่นเสียง เพราะจะกลายเป็นของหายาก วิธีได้แผ่นเสียงมาครอบครองก็คือ สั่งซื้อมาจากต่างประเทศเพราะยังมีแผ่นเสียงวางจำหน่ายอยู่ โดยสั่งตรงจากอเมริกา ยุโรป ประกอบกับเขายิ่งเดินทางบ่อย ทุกครั้งที่ได้ไปก็จะไปขนซื้อแผ่นเสียงมาเก็บสะสม ซื้อเก็บมาเรื่อยๆ หลายสิบปี เพราะนอกจากซื้อฟังเพื่อความบันเทิงแล้วยังสามารถใช้กับงานได้ด้วย
“อย่างแผ่นเสียงขนาด 10 นิ้ว ผมซื้อเก็บสะสมตั้งแต่ศิลปินบางคนยังไม่ดัง แต่เรารู้จักเขาจากการฟังเพลง และเราก็มองคาดการณ์ไปในอนาคตว่า คนนี้น่าจะดัง ผมก็ซื้อเก็บ จากศิลปินเป็นเพียง
วงเล็กๆ คนสนใจมากเข้า เช่น ศิลปินวง Lorde Mumforn ปัจจุบันเขากลายเป็นศิลปินโด่งดังแผ่นก็หายากแล้ว”
ศิลปินในยุคแรกๆ ที่อาทิตย์ชื่นชอบ และมีแผ่นเสียงของศิลปินเหล่านี้เก็บสะสมไว้ อาทิ Deers เป็นต้น
สำหรับรสนิยมในการฟังเพลงของอาทิตย์ค่อนข้างหลากหลาย เพราะด้วยงานจึงต้องเปิดรับฟังเพลงทุกแนว แต่แนวที่ชื่นชอบที่สุดคือ แนวป๊อปแต่ไม่ใช่ป๊อปตลาด แต่เป็นป๊อปฟังแล้วติดหูมีความสวยงาม เช่น Saint Etienne ศิลปินชาวอังกฤษที่ดังมานาน 10 ปีแล้ว ไม่ใช่เพียงเพลงจากฝั่งยุโรปเท่านั้นที่อาทิตย์ชื่นชอบ เขายังหลงใหลการฟังเพลงจากฝั่งญี่ปุ่นด้วย โดยวงที่เขาชื่นชอบ ได้แก่ วงฮิโรชิ วาโต๊ะ และทัตซุโร ยามาชิตะ อัลบั้ม Hiroshi Sato และอัลบั้ม Awakening ถือเป็น 2 ชุดที่โดดเด่นของวงจากฝั่งญี่ปุ่น
“พวกเขาเป็นนักดนตรีกีตาร์กับคีย์บอร์ด โดยฮิโรชิเป็นนักคีย์บอร์ดที่ผมชอบเพลงของญี่ปุ่นเพราะทำเพลงดี ญี่ปุ่นเป็นชาติที่นำเพลงตะวันตกมาทำให้ดีขึ้น เพราะเขามีวิธีปรับ เขาดูในรายละเอียดแล้วทำให้ดีกว่าเดิมได้ แต่เพลงจากเกาหลีเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย เหมือนเพลงเกาหลีเอาเพลงอเมริกันมาห่อหุ้มใหม่ จนผมรู้สึกว่ามันล้นไปหน่อย มีภาพของความเป็นไอดอลมากเกินไป ซึ่งจริงๆ ความเป็นไอดอลสวยหล่อไม่ผิด แต่ในแง่การอัดโปรโมทที่ดุดันทำให้เรารู้สึกเอียน เพลงจึงดูคล้ายกันไปหมด”
อย่างไรก็ดี แผ่นเสียง 4 ศิลปินอันดับต้นๆ ที่อาทิตย์รู้สึกชื่นชอบมากๆ ก็คือ Doald Fagen เจ้าของอัลบั้ม เดอะ ไนท์ฟลาย ศิลปินวงอเมริกัน นอกจากเสียงเพลงที่ถูกใจแล้วอาทิตย์ยังชื่นชอบหน้าปกของชุดนี้อีกด้วย
แผ่นเสียงถัดมาเป็นของวง Freez ศิลปินวัยรุ่นผิวสีชาวอังกฤษ เจ้าของอัลบั้มเซาท์เทิร์นที่ทำดนตรีแจ๊ซฟังก์สมัยใหม่เป็นศิลปินในยุค 80 ที่ยังทรงอิทธิพลอยู่
“ผมชอบฟรีซซ์บฟรีสซ์มาตั้งแต่เด็กๆ อัลบั้มนี้เป็นงานแรกของพวกเขา จากนี้ก็เปลี่ยนจากแจ๊ซฟังก์เป็นอิเล็กโทนมากขึ้น” นอกจากนี้ยังมี Prefab Sprout ออกปี 85 ที่นั่งอยู่ในใจเขาอีกด้วย
ในฐานะรุ่นพี่ในวงการสะสมแผ่นเสียง อาทิตย์แนะแหล่งซื้อหาสำหรับนักเก็บแผ่นเสียงหน้าใหม่ หากไม่หาซื้อจากร้านแผ่นเสียงมือสองที่เมืองนอก ก็สามารถหาซื้อในเมืองไทยได้ที่ร้านขายแผ่นเสียงมือสองย่านสะพานควาย สวนหลวง ร.9 หรือหากได้ไปท่องเที่ยวที่ลอนดอน ปารีส แอลเอ ฮ่องกง สิงคโปร์ โดยเฉพาะลอนดอนถือเป็นเมืองแห่งแผ่นเสียงเพลงจากฝั่งอังกฤษวางจำหน่ายเยอะมากๆ หรืออย่างเมืองเล็กๆ มักมีแผ่นเสียงดีๆ ซ่อนอยู่ เช่น พอร์ตแลนด์ ชิคาโก เอเธนส์ และจอร์เจีย เป็นต้น
“ผมคิดว่าเสน่ห์ของการฟังเพลงเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ผมคิดว่ามนุษย์เราต้องมีศิลปะ เช่น ดูละคร อ่านหนังสือ ฟังเพลง และฟังดนตรีสิ่งเหล่านี้เป็นศิลปะทั้งหมด แต่ผมชอบฟังเพลงฟังดนตรีก็เป็นงานอาร์ตอย่างหนึ่ง”
อาทิตย์กล่าวถึงสุนทรียรสในการชื่นชอบเสียงเพลง







