
อยากได้อะไรต้องทำ ชวัลนันท์ จันทร์ทรัพย์
เล่นละครไม่กี่เรื่อง บทก็ไม่ได้โดดเด่นมาก แต่คอละครหลายคนกลับจดจำ “เกม-ชวัลนันท์ จันทร์ทรัพย์”
โดย...นกขุนทอง
เล่นละครไม่กี่เรื่อง บทก็ไม่ได้โดดเด่นมาก แต่คอละครหลายคนกลับจดจำ “เกม-ชวัลนันท์ จันทร์ทรัพย์” ได้แม่น เพราะบทที่มีน้อยนิดหากแต่สามารถขโมยซีน และสะกดสายตาของผู้ชมได้ เช่น บทสามีคนที่ 4 ของลำยอง ในละคร “ทองเนื้อเก้า” ที่ใส่ผ้าขาวม้าถอดเสื้อโชว์อกบึ้ก กล้ามล่ำ หรือสวมบทบาทชายหนุ่มนักธุรกิจลุคสมาร์ท บอสของมุนินทร์ ในละคร “แรงเงา” บทเล็กๆ เหล่านี้ทำให้ชาวเน็ตเสิร์ชหาว่าผู้ชายคนนี้คือใคร
ชื่อชั้นของ เกม ชวัลนันท์ กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เมื่อเขาได้รับหน้าที่เป็น “ผู้ประกาศข่าว” ทางช่อง 7 สี ในช่วง “ข่าวเด็ดเจ็ดสี” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.00/09.00/11.00 และ 14.00 น. ซึ่งจะว่าไปแล้ว ศิลปินนักแสดงข้ามสายมาเป็นผู้ประกาศข่าวก็มีไม่มากนัก ซึ่งเกมสารภาพว่า แม้จะเข้ามาทางสายการแสดงก่อน หากการเป็นผู้ประกาศข่าวคือหนึ่งในอาชีพที่เขาใฝ่ฝันตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบขวบ
เส้นทาง...‘นักแสดง’
เกมชอบชกมวยตั้งแต่อยู่ประเทศออสเตรเลีย พอกลับมาอยู่เมืองไทย หุ่นก็ยังฟิต กล้ามเป็นมัดๆ หากอยู่ภายใต้เสื้อผ้าที่ปกปิด ดูเหมือนเกมเป็นผู้ชายร่างบาง ผอมสูง แต่ถ้าได้ถอดเสื้อถ่ายแบบแล้วละก็ สาวเล็กสาวใหญ่ถึงขั้นใจละลายๆ กันเชียว ด้วยความรักกีฬาชกมวยและไปยิมอยู่บ่อยๆ หุ่นล่ำจึงไปเตะตาแมวมองเข้าอย่างจัง
“เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ครับ (หัวเราะ) ผมพยายามหนีการเป็นนักแสดงมาตลอด คือเคยมีคนมาติดต่อหลายครั้งแล้ว แต่ผมปฏิเสธ ผมว่ามันเหมือนรถกระบะไปวิ่งทางฟอร์มูลาวัน คือเครื่องของเรามันไม่ใช่ เราไม่ได้บิลด์มาทางนั้น แต่เหมือนกับเป็นโชคชะตา พี่ที่รู้จักชวนให้ไปเล่นละครเรื่องแรงเงา เพราะเขาอยากได้นักธุรกิจจริงๆ ไปเล่นบทนักธุรกิจ ผมก็เลยไปเล่น ไม่มีการแคสติ้งใดๆ มันคือตัวจริงของผู้ชายคนนี้เลย ผมก็ทำธุรกิจอสังหาฯ อยู่ อีกเรื่องก็มาเป็นสามีของลำยอง ตรงนี้แหละผู้ใหญ่ช่อง 7 (ชโรบล เรียงสุวรรณ) เห็นแล้วเรียกมาคุย เพราะช่อง 7 ขาดคาแรกเตอร์แบบนี้ ดูโตหน่อย เป็นนักธุรกิจ”
เกมเซ็นสัญญา 5 ปี กับช่อง 7 สี เมื่อปี 2556 มีผลงานละครอย่าง หมอรักหมอเพลง คือหัตถาครองพิภพ หัวใจเถื่อน และสะใภ้หัวแดง
“ตอนช่อง 7 ติดต่อมาผมรีบตอบตกลงเลยครับ เพราะผมอยากอยู่ช่องนี้ ใจของผมวางแผนว่า ถ้าเราอยู่ช่องนี้เราคงมีโอกาสได้อ่านข่าว แม้วันนี้เรามาในตำแหน่งไม่ถูกต้อง แต่สักวันถ้าเราแสดงความสามารถให้ผู้ใหญ่เห็น เราอาจจะมีโอกาส แต่เอาจริงๆ พอเราได้เล่นละครมาหลายเรื่อง ก็แอบหลงรักอาชีพนี้แล้ว มันเหนื่อยจริงแต่มีเสน่ห์ ได้ทำอะไรใหม่ๆ ได้ลงไปในเรื่องความรู้สึกภายในที่เรียกว่าอินเนอร์ ได้ใช้สมาธิกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ ซึ่งบางทีก็ไม่ใช่ผมเลย อย่างละครเรื่องหัวใจเถื่อน ผมต้องเล่นเป็นผู้ชายบูชาความรัก แต่ในชีวิตจริงผมไม่มีความรู้สึกแบบนั้นเลย คนรักผมก็ยังไม่มี แต่ผมก็ได้มีโอกาสเรียนการแสดงเพิ่มเติม”
เป็น ‘ผู้ประกาศข่าว’ สมใจ!!
“ผมมีโอกาสได้ทำหลายอย่าง เพราะผมมีความอยากหลายอย่าง อันนี้ก็อยากทำ อันนี้ก็น่าลองทำ และเมื่อเรามีโอกาสแล้วผมก็อยากทำให้เต็มที่ ถ้ายังไม่เต็มเหมือนมีอะไรที่ติดค้างคาใจอยู่ มันต้องหาทางให้ได้ทำสักหน่อยน่า”
ด้วยความมุ่งมั่น ทำอะไรทำจริง ทำให้ทุกความต้องการของเกมบรรลุจุดประสงค์ และงาน “ผู้ประกาศข่าว” ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่เขาต้องการ ทว่ากว่าจะได้มามันไม่ง่ายและใช้เวลาพิสูจน์ความสามารถตัวเองอยู่นานพอควร
“ผมดูข่าวช่อง 7 มาตั้งแต่ 5 ขวบ ดูแล้วก็อยากเป็นผู้ประกาศข่าว โตมาผมก็เคยไปสมัครนะครับแต่ไม่ติด เห็นผมทำหลายอย่าง แต่ผมไม่ได้อะไรมาง่ายๆ ผมพยายามมาก บางครั้งความหวังเริ่มริบหรี่ลง แต่เราไม่เคยถอดใจ ในจุดหนึ่งเราก็ยังเลือกที่จะสู้ต่อไป ถึงวันนี้ไม่ได้มีชื่อเสียง แต่เรามาถึงประตูของความฝันที่เราวาดไว้ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว
ตอนเด็กๆ ผมเคยพูดนะว่า อยากเป็นผู้ประกาศข่าว แต่หลายคนก็บอกเป็นไม่ได้หรอก เพราะผมขี้อาย ไม่ชอบให้คนมามอง ภาษาไทยก็ไม่แข็งแรง พูดไม่ชัด ก็เลยกลายมาเป็นฝันลึกๆ ในจิตใจ โตมาก็ไม่กล้าบอกใคร ผมเคยดูหนังเรื่อง The Pursuit of Happyness มีประโยคหนึ่งบอกว่า อย่าให้ใครมาตัดสินความฝันเราว่าทำได้หรือไม่ จงเชื่อในความฝันของตัวเองและทำให้สำเร็จ ซึ่งผมคิดว่ามันตรงกับความคิดบางอย่างของผม เรารับฟังเวลามีคนเตือน แต่ที่สำคัญเรามีความมุ่งมั่น อย่าหยุดก้าวต่อไป เราต้องเชื่อในตัวเองด้วย”
เกมเล่าอีกว่า ตอนเข้าช่อง 7 มีคนถามถึงคติประจำใจ เขาตอบไปว่า ชอบคำกรีกโบราณ สมัยนัั้นมีการทำสงครามกรีก นักรบสปาตันบอกว่า สงครามไม่ได้แพ้ชนะที่คนคนเดียว ในการทำสงคราม กองทหาร หน่วยรบ ต้องการพวกพ้องที่ดี โอกาส อย่างเราต้องการอยากเป็นผู้ประกาศข่าวแค่ไหน แต่ถ้าพื้นที่ไม่เปิดให้ เราเก่งแค่ไหน ถ้าไม่มีโอกาสสนับสนุนเรา เส้นทางก็สมหวังยาก แต่ตอนนี้ทางช่อง 7 เปิดโอกาสให้เขาแล้ว แม้ตอนแรกจะมาในฐานะนักแสดง แต่ก็คิดว่าจะพิสูจน์ความสามารถให้เห็นว่าสามารถอ่านข่าวได้
“ผมบอกตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ช่อง 7 เลยว่า ความฝันผมอยากมาอ่านข่าว ทุกคนจำได้เพราะผมชัดเจนมาก ผมเองก็มีกระแซะไปบ้างว่าผมอยากอ่านข่าว จนเมื่อกลางปีผมได้ไปลองแคสต์หน้าจอ ผู้ใหญ่เห็นว่าเราน่าจะมีความสามารถในการต่อยอดทำอะไรได้อีก ผมก็เข้าสู่ระบบติวเข้มสัปดาห์ละ 2 วัน ฝึกอ่านข่าวอยู่หลายเดือนกว่าจะได้อ่านจริง
หน้าที่ที่ได้รับตอนนี้เป็นการอ่านข่าวสั้นไม่เกิน 5 นาที แต่ผลปรากฏว่าผมมาอ่านข่าวคนจำได้มากกว่าตอนเล่นละคร ซึ่งผมดีใจมาก คิดเอาเองว่าเราคงทำได้ดีระดับหนึ่ง แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังฝึกอยู่ตลอด ความหวังผมสักวันหนึ่งคงได้มีโอกาสอ่านข่าวเบรกใหญ่ขึ้น ซึ่งขึ้นกับตัวผมเองจะพัฒนาได้มากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเราตั้งใจแบบนี้ไม่ยาก ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ว่าจะเห็นยังไงด้วย แต่เราอยากไปถึงขั้นนั้น อยากอ่านข่าวเบรกใหญ่ อยากลองวิเคราะห์ข่าวดูบ้าง”
เมื่อภาพของผู้ประกาศข่าวเริ่มชัดเจน งานในด้านอื่นๆ ก็ต้องลดความหวือหวาลง อย่างเคยถลกเสื้อโชว์แผงอกถ่ายแบบก็คงไม่มีให้เห็นแล้ว “ช่อง 7 ไม่ค่อยมีภาพนักแสดงมาเป็นผู้ประกาศ หรือผู้ประกาศข่าวไปเล่นละคร ในส่วนของผมถ้ามีงานละครอีก บทคงต้องเป็นคนดี งานต้องไม่ดูโป๊หวือหวามาก งานทุกอย่างขึ้นกับความเหมาะสมด้วย พอเรามาอ่านข่าวอาจไม่มีคนมาจ้างก็ได้เพราะลุคมันชัด อีกอย่างตอนนี้ผมทำหลายอย่างมาก เวลาค่อนข้างเต็ม ทั้งธุรกิจส่วนตัว เรียนต่อปริญญาเอก (คณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง) แต่ผมต้องบริหารเวลาให้ถูกต้องสำหรับทุกๆ หน้าที่ เพราะเป็นสิ่งที่ผมอยากทำ เลือกมาทำเองทั้งหมด”
เส้นทางการเป็นผู้ประกาศข่าวของผู้ชายคนนี้จะทอดยาวไปอีกไกล และสามารถมุ่งเข้าสู่สนามที่ใหญ่ขึ้นได้อีกไหม ต้องรอดูว่าเขาจะมีพลังขับเคลื่อนได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งต่อจากนี้เขาต้องเป็นคนดูแลรักษาและพัฒนาปรับปรุงเอง เรารอชมและเชียร์อยู่







