
บีเอ็มฯ-ไทยพัฒนาระบบชาร์จ รอเวลาแจ้งเกิดรถยนต์ไฟฟ้า
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของ คลอส เดรกเกอร์ คณะกรรมการบริหารบีเอ็มดับเบิลยู เอจี เพื่อประกาศความร่วมมือในโครงการวิจัยและพัฒนาระบบชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงแบบเร็ว (DC Quick Charger) สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า กับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, บริษัท ไทเกอร์เทค (ThaiGerTec) โดยใช้พื้นที่ของ สถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ในการจัดงาน ถือได้ว่าเป็นการแสดงจุดยืนเดินหน้าการพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าให้เกิดขึ้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยภายในอนาคตอันใกล้
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของ คลอส เดรกเกอร์ คณะกรรมการบริหารบีเอ็มดับเบิลยู เอจี เพื่อประกาศความร่วมมือในโครงการวิจัยและพัฒนาระบบชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงแบบเร็ว (DC Quick Charger) สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า กับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, บริษัท ไทเกอร์เทค (ThaiGerTec) โดยใช้พื้นที่ของ สถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ในการจัดงาน ถือได้ว่าเป็นการแสดงจุดยืนเดินหน้าการพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าให้เกิดขึ้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยภายในอนาคตอันใกล้
ทั้งนี้ คลอส เดรกเกอร์ พร้อมคณะผู้บริหาร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดย แมทธิอัส พฟาลซ์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, กฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เดินทางเข้าคาราวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งหารือเจราจาภาพรวมการดำเนินธุรกิจ และ ทิศทางการลงทุน ของบีเอ็มฯ ในประเทศไทยด้วย
นอกจากนี้ได้นำเสนอด้านมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ในการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ที่เป็นมาตรฐานการตรวจวัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) เช่นเดียวกับมาตรฐานสากล ด้วยการนำโครงสร้างในประเทศฝั่งยุโรปมาเป็นต้นแบบแนวทางเพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนารถยนต์ให้ตรงกับความต้องการในตลาดต่างๆ ทั่วโลกมาตรฐานเดียว
“รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย บริษัทยังมีข้อกังวลด้านภาษีนำเข้าที่สูงถึง 80% ถือว่าอยู่ในอัตราที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น หากรัฐบาลต้องการสนับสนุนให้เกิดการใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็ควรจะพิจารณาเรื่องดังกล่าว”
สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ คลอส เดรกเกอร์ ไม่ได้เดินทางมาเพียงลำพัง แต่ยังนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่าง “บีเอ็มดับเบิลยู ไอ3” (BMW i3) มาโชว์ตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย แต่ต้องยอมรับว่า ยังไม่มีแผนในการจำหน่ายในประเทศไทยในระยะเวลาอันใกล้นี้แน่ ส่วน “บีเอ็มดับเบิลยู ไอ8” (BMW i8) ก็ได้นำมาจัดแสดงด้วยเช่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดตัวในประเทศไทยและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
ขณะเดียวกัน บีเอ็มดับเบิลยูยังได้แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ด้วยการประกาศการลงทุนมูลค่า 600 ล้านบาท เป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเปิดสายพานการผลิตเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ที่จะเริ่มต้นผลิตในเดือน ธ.ค. 2558 และเปิดสายพานการผลิตเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ที่จะเริ่มต้นผลิตในปี 2559 ที่โรงงานบีเอ็มฯ จ.ระยอง การลงทุนผลิตเครื่องยนต์ดังกล่าวเป้าหมายหลักคือการผลิตสำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู และ มินิ เพื่อรองรับการจำหน่ายในประเทศไทยเป็นหลัก
การเดินทางมาของผู้บริหารระดับสูงของ บีเอ็มดับเบิลยู เอจี ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในด้านการลงทุน รวมถึงการให้ความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีระหว่าง เยอรมนี และ ไทย เพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคยานยนต์ให้กับประเทศไทยในอนาคต
คงต้องจับตาก้าวย่างและทิศทางการลงทุนโครงการต่างๆ ของ บีเอ็มฯ ในประเทศไทยต่อจากนี้ให้ดีๆ







