posttoday
ควบบิ๊กไบค์ช่วยเหลือประชาชน

ควบบิ๊กไบค์ช่วยเหลือประชาชน

22 พฤศจิกายน 2557

กว่าที่เส้นทางการเมืองระดับท้องถิ่นของ สุทธิชัย วีรกุลสุนทร อดีตประธานสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.)

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

กว่าที่เส้นทางการเมืองระดับท้องถิ่นของ สุทธิชัย วีรกุลสุนทร อดีตประธานสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตจอมทอง หรือ “เฮียล้าน” นักการเมืองท้องถิ่นจอมเก๋าจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่นั่งเก้าอี้ สก.เขตจอมทองติดต่อกันหลายสมัย ผู้ผลักดันให้ กทม.ได้รับการพัฒนาหลายด้าน อาทิ การแก้กฎหมาย การผลักดันโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ฯลฯ จนกระทั่งมีทุกวันนี้ได้ต้องสั่งสมประสบการณ์และบารมีมายาวนานตลอดชีวิต

จุดเริ่มต้นก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมืองระดับท้องถิ่น มาจากการให้ความช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ บนความตั้งใจที่ไม่ว่าจะช่วยได้หรือไม่ก็อยากจะช่วยเหลือไว้ก่อน ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เป็นมาโดยตลอด ทำให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นสารวัตรกำนัน เมื่อ พ.ศ. 2522 ซึ่งในสมัยนั้นยังมีตำแหน่งนี้อยู่ 

จากการเป็นเจ้าพนักงานชั้นผู้น้อย จึงทำให้สามารถทำงานอย่างเข้าถึงผู้คนในพื้นที่เขตจอมทองได้เรื่อยมา สั่งสมประสบการณ์และในที่สุดก็มีแมวมองมาชักชวนให้ลองเข้าสู่เส้นทางการเมือง ซึ่งในขณะนั้นพรรคประชากรไทยเข้ามาชวนเป็นพรรคแรก ถัดมาคือพรรคพลังธรรม ขณะนั้นพล.ต.จำลอง ศรีเมือง สมัยเป็นหัวหน้าพรรค กำลังโด่งดังอย่างมาก ไม่ว่าใครลงสมัครเขตใดเป็นอันได้รับเลือกเกือบทั้งหมด ก็ยังเคยมาชวน 3-4 รอบ แต่ปฏิเสธไปหมด

ทว่าตัวเขาเลือกตัดสินใจลงสมัครให้พรรคประชากรไทยในสมัย สมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค จนเขาสามารถชนะการเลือกตั้ง สก.มาได้ในที่สุด

ควบบิ๊กไบค์ช่วยเหลือประชาชน

 

“ชัยชนะที่ได้มาเกิดจากการชนะใจผู้คนในพื้นที่ โดยยึดหลักให้ความเสมอภาคกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ตัวอย่างเช่น นาย ก. อยู่บ้านโทรมๆ ไม่มีจะกิน เดินทางมาขอความช่วยเหลือ เราจะไปรังเกียจเขาไม่ได้ หรือบางคนเป็นมหาเศรษฐี นั่งรถหรูมาหา เราก็ต้องให้การต้อนรับที่เหมือนกัน ไม่ได้แตกต่าง เราจะไม่แยกแยะว่าไอ้นี่สีแดง สีเหลือง หรือสีอะไร ช่วยเหลือหมด ทำให้ตลอด แล้วใครมาหา ผมจะประสานงานให้เขาเห็นเลยว่าเรื่องร้องทุกข์ของเขาถูกดำเนินการแก้ไขทันที ไม่ใช่แค่เฉพาะเขตจอมทองเท่านั้น แต่คนนอกเขตก็ยังเคยมาขอคำปรึกษาเช่นเดียวกัน”

เฮียล้าน ยอมรับว่า การเมืองทำให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่บ้าง ทำให้ประชาชนแตกเป็น 2 กลุ่ม ทั้งเหลืองและแดงอย่างชัดเจน บางครั้งไปร่วมงานออกสังคมก็มีบ้างที่เจอความเกลียดชังพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ต้อนรับ แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร เพราะคิดว่าอย่างน้อยคนที่มาร่วมงานเขาได้เห็นว่าเรามา ซึ่งก็พยายามหลีกเลี่ยงการทะเลาะกันมาโดยตลอด แม้กระทั่งการไปแจกโบรชัวร์แนะนำตัวผู้สมัครระหว่างการเลือกตั้งก็ถูกฉีกขาดต่อหน้าต่อตา ความรุนแรง ความแตกแยก คือสิ่งที่นักการเมืองกังวลที่สุด เราไม่อยากเห็นภาพความขัดแย้งเช่นนี้ ความเป็นคนไทย เป็นพี่เป็นน้องกันน่าจะดีกว่านี้

“เราเกิดที่จอมทอง ก็ต้องตายที่นี่ ดังนั้นจึงตั้งใจทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่าเราทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน รู้แต่เพียงว่าเราเป็นที่พึ่งให้เขาได้ ดังนั้นเขาจึงมาร้องเรียนขอให้เราช่วย นั่นคือหัวใจหลักของการตั้งมั่นว่าจะช่วยเหลือคน ส่วนเราก็ต้องมาคิดต่อว่าจะแก้ไขให้เขาได้อย่างไรบ้าง” เฮียล้าน กล่าว

ส่วนตัวคิดว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังมาถูกทางแล้ว ทว่าเรื่องของกลุ่มสีต่างๆ ถูกฝังรากลึกลงไปมาก แต่ก็เชื่อว่าเริ่มอ่อนแรงลงทุกขณะ

เขาเชื่อว่า ถ้ารัฐบาลยุคนี้วางระบบเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมให้มีความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ก็เชื่อว่ากระบวนการขับเคลื่อนให้ประชาชนมีความสามัคคีมากขึ้นก็เป็นได้ ขณะนี้สังเกตได้เลยว่าทหารเข้าแทรกซึมทุกที่ เช่น ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ปัญหาอบายมุข เงินกู้นอกระบบ เชื่อว่ารัฐบาลจะมีการประเมินว่าเขตไหนเป็นอย่างไร พฤติกรรมของนักการเมืองเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อรวบรวมข้อมูลให้รู้ว่าจะแก้ปมปัญหาที่จุดใด

ควบบิ๊กไบค์ช่วยเหลือประชาชน

 

อดีตประธาน สก.ผู้นี้ ตั้งความหวังว่า กรุงเทพฯ ยังต้องมีการปรับปรุงในเรื่องหลักที่สำคัญคือ ระบบขนส่ง ไฟฟ้า กล้องซีซีทีวี โดยเฉพาะเรื่องระบบขนส่งมวลชน ต้องครอบคลุมให้ทั่วทั้งหมด เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร ในสมัยยุค พล.ต.จำลอง กว่าที่รถไฟฟ้าเส้นแรกจะเกิดขึ้นได้ถูกคัดค้านอย่างหนักจากคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช ที่ไม่ต้องการให้มีการสร้างสถานีรถไฟฟ้าใกล้โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย แล้วทุกวันนี้เป็นอย่างไร สุดท้ายหลายที่ต้องการให้รถไฟฟ้าไปลงใกล้ๆ มูลค่าของที่ดินก็จะเพิ่มขึ้นอีก

เรื่องรถไฟฟ้า กว่าจะสร้างได้ยากลำบากมาก เพราะเอกชนที่เข้ามาลงทุนก่อสร้างขาดทุนยับเยิน ดังนั้น ทาง กทม.จึงต้องร่วมลงทุนคนละครึ่ง จึงต้องขอความเห็นจากคณะรัฐมนตรี ระหว่างนั้นเบื้องลึกเบื้องหลังจากผู้บริหารของรถไฟฟ้า เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะนั้นได้พยายามบีบไม่ต่อสัญญากับบริษัทเอกชนแห่งนี้ และไม่อนุญาตเปิดเส้นทางวิ่งใหม่ ทำให้บริษัทถูกบีบเพื่อให้ขายหุ้นบริษัทในราคาถูกที่สุด เป็นที่มาของการขับเคลื่อนรถไฟฟ้าที่ต้องหยุดชะงักไป 4-5 ปี สุดท้าย กทม.ต้องใช้เงินงบประมาณลงทุนเองถึงจะดำเนินการก่อสร้างขึ้นมาได้ เรื่องนี้ต้องมีคนพูดความจริง

สุทธิชัย กล่าวอีกว่า ตัวอย่างความเดือดร้อนที่มีประชาชนต้องการความช่วยเหลือ เช่น พื้นที่น้ำท่วมขังเป็นประจำ หรือพื้นที่ส่วนกลางที่เอกชนจ้องจะฉวยโอกาสลิดรอนนำพื้นที่สาธารณะมาสร้างตึกสร้างบ้านจัดสรร รวมถึงปัญหาไฟฟ้า ถนนตรอกซอกซอยมืดมิดเสี่ยงอันตราย

ดังนั้น บทบาทหน้าที่ของการเป็นสมาชิกสภา กทม. ที่ผ่านมาได้ดำเนินการแก้กฎหมาย ที่ดินที่มีผู้ใช้สอยร่วมกันเกิน 10 ปี มีผู้ได้รับความเดือดร้อนเกิน 5 ราย จากปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซาก ให้เจ้าหน้าที่ กทม.และเขตสามารถเข้ามาสำรวจได้ทันที และดำเนินการประกาศปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวโดยใช้งบประมาณของสภา กทม.ได้ทันที

การแก้กฎหมายที่เกิดขึ้นนี้ เป็นประโยชน์อย่างมากทั้งกับประชาชนในพื้นที่และอำนาจหน้าที่ของข้าราชการ กทม.สามารถเข้าไปดำเนินการแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง ติดตั้งไฟส่องสว่าง ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ทั่วทั้ง กทม.ได้รับอานิสงส์จากกฎหมายนี้ทั้งหมด

ควบบิ๊กไบค์ช่วยเหลือประชาชน

การช่วยเหลืออีกอย่างคือ การปรับปรุงแก้ไขสะพานบางขุนเทียน ที่ก่อนหน้านี้มีลักษณะเป็นคอขวด จาก 4 ช่องทางจราจร ถูกบีบให้เหลือแค่ 2 ช่องเท่านั้น แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังเคยมาขอร้องว่าทำอย่างไรที่จะขยายถนนในส่วนนี้ได้ จึงนำปัญหาเรื่องนี้ไปอภิปรายในสภา แล้วให้ผู้บริหาร กทม.ตั้งงบประมาณขึ้นมาเพื่อจ้างผู้รับเหมาปรับปรุงช่องทางจราจรให้เป็น 4 ช่องทางเท่ากัน ผลที่เกิดขึ้นทำให้การจราจรทุกวันนี้วิ่งได้อย่างสะดวก

สุทธิชัย กล่าวอีกว่า ในอนาคตอาจมีการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ของงานบริหาร กทม.แบบใหม่ คือ อาจจะมีผู้ว่าฯกทม.ได้หลายคน แบ่งกันดูแลคนละ 7 เขต จากทั้งหมด 50 เขต เพื่อช่วยผู้ว่าฯกทม.(ใหญ่) ทำงานหรือถ่วงดุลอำนาจ เป็นต้น ซึ่งจะเหมือนกับต่างประเทศ เพราะใน กทม.มีประชากรอยู่เป็นจำนวนมากกว่าตัวเลขประชากรตามทะเบียนบ้านเพียง 6 ล้านคนเท่านั้น แต่มีประชากรจากทั่วทั้งประเทศเข้ามาทำมาหากิน โดยงบประมาณปีละ 7 หมื่นล้านบาท รวมกับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลก็ยังไม่สามารถดูแล กทม.ได้อย่างทั่วถึง ดังนั้น กทม. ยังต้องเดินหน้าพัฒนาในอีกหลายด้านต่อไป

สำหรับชีวิตโลดโผนส่วนตัวของเฮียล้าน มีบทบาทอีกด้านหนึ่งคือ เป็นประธานกลุ่มบิ๊กไบค์ บางมดไรเดอร์ มักชื่นชอบการออกทริปขับขี่เป็นประจำ และส่วนใหญ่มีเป้าหมายการเดินทางไปช่วยเหลือเด็กผู้ยากไร้ มุ่งเน้นทำคุณประโยชน์เพื่อสังคม

เริ่มแรกเดิมทีสมัยอายุ 17 ปี ตั้งแต่เรียนจบมาเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์ของบริษัทแห่งหนึ่ง รู้สึกหลงใหลรถจักรยานยนต์เป็นพิเศษ เขาพยายามเก็บออมเงินเพื่อซื้อมอเตอร์ไซค์คันแรกในชีวิตทั้งยังเป็นมือสองอีกด้วย นั่นคือ ฮอนด้า รุ่น 50 ซีซี ในขณะที่เพื่อนๆ ขับยามาฮ่า รุ่นแมวป่า 125 ซีซี ดูหล่อเท่และรวดเร็ว ทว่าเวลารวมกลุ่มออกทริป เฮียล้านมักจะขับตามคนอื่นไม่ทันอยู่เป็นประจำ เพราะขนาดเครื่องยนต์เล็กทำให้มีกำลังน้อย จากนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็น ซูซูกิ เอ 100 ช่วงนั้นหลงใหลเสียงเครื่องยนต์ที่ออกมาจากท่อไอเสียคู่ ทำให้ยิ่งรู้สึกติดใจแล้วอยากขยับขยายซีซีเครื่องยนต์ให้มากขึ้นกว่านี้

ทุกวันนี้นับได้ว่าเขาเป็นนักสะสมบิ๊กไบค์ตัวยง เพราะมีรถบิ๊กไบค์ไม่ต่ำกว่า 6 คัน ที่จอดอยู่ในโรงรถที่ตกแต่งขึ้นให้เป็นห้องพักผ่อนนั่งเล่นยามว่าง ซึ่งรูปแบบของรถจักรยานยนต์แต่ละคันที่เขาสะสมจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอาทิ บีเอ็มดับเบิลยู จีเอส เหมาะสำหรับการเดินทางผ่านพื้นที่ทุรกันดาร ส่วนฮาเลย์ เดวิดสัน จะเน้นอเมริกันสไตล์ เสียงเครื่องยนต์กระหึ่ม และฮอนด้า โกลด์วิง จีแอล สีดำ เครื่องยนต์ 1,800 ซีซี มาพร้อมเครื่องเสียงคุณภาพไว้ฟังยามขับขี่ออกต่างจังหวัด

“การขับขี่บิ๊กไบค์ของผม ทำให้รู้สึกเป็นอิสระมากกว่าการขับรถยนต์ เหมือนเป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง สิ่งใดที่เราชอบถ้าทำแล้วมีความสุขก็ทำมันอย่างตั้งใจและเต็มที่”เฮียล้าน กล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก