posttoday
สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า ... ภาพยนตร์อาเซียน

สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า ... ภาพยนตร์อาเซียน

22 พฤศจิกายน 2557

ที่จั่วหัวเรื่องว่าสิ่งเล็กๆ ไม่ใช่เพราะวงการภาพยนตร์อาเซียนเล็กจิ๋วหรอก จริงๆ มันใหญ่และกำลังเติบโตอย่างมาก

โดย...โจนาธาน

ที่จั่วหัวเรื่องว่าสิ่งเล็กๆ ไม่ใช่เพราะวงการภาพยนตร์อาเซียนเล็กจิ๋วหรอก จริงๆ มันใหญ่และกำลังเติบโตอย่างมาก เพียงแต่ยังกระจัดกระจาย ต่างคนต่างทำ ต่างขาย แล้วก็ต่างฉาย ไม่ได้ผนึกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวและส่งผ่านวัฒนธรรมถึงกันเช่นภาพยนตร์จากภูมิภาคอื่น

ทุกฝ่ายคาดหมายกันว่า ทันทีที่ชาวอาเซียนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี พลังอันแข็งแกร่งของภาพยนตร์อาเซียนคงมีโอกาสลืมตาอ้าปาก สามารถเบียดบี้สูสีกับโลกภาพยนตร์ได้ไม่มากก็น้อย ด้วยอัตลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร ด้วยวิถีชีวิตความเป็นไปและเป็นอยู่ที่ชวนหลงใหล

วงเสวนาย่อยจัดโดยภาควิชาวรรณคดีร่วมกับภาควิชานิเทศศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งหัวข้อได้น่าสนใจ “ภาพยนตร์อาเซียน เอกภาพในความหลากหลาย” นัยหนึ่งก็เพื่อให้คนไทยได้รู้จัก เข้าใจ และเข้าถึงภาพยนตร์จากเพื่อนบ้านย่านอาเซียน อีกนัยหนึ่งก็เป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซี รู้จักเขา รู้จักเรา ภาพยนตร์อาเซียนก็น่าจะไปไกลกว่าที่คิด

แม้จะเหลือเวลาอีกไม่นานของการรวมอาเซียนเป็นหนึ่ง ทว่า ผู้สันทัดด้านประวัติศาสตร์และภาพยนตร์ศึกษา “ทรงยศ แววหงษ์” กลับมองว่าภาพยนตร์อาเซียนแทบไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพราะหาชมยาก  ไม่ง่าย
และมีมากเหมือนภาพยนตร์สตูดิโอจากฮอลลีวู้ด ไม่ใช่แค่คนนอกที่อยู่ห่างไกลอาเซียนเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงคนอาเซียนเองการจะได้ชมผลงานสักหนึ่งเรื่องก็ช่างยากเย็นแสนเข็ญ

ผู้สันทัดท่านนี้ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเมื่อหาภาพยนตร์อาเซียนชมไม่ได้ นั่นจึงทำให้ภาพยนตร์อาเซียนไม่เป็นที่ถูกกล่าวขานจากคนส่วนใหญ่ เว้นแต่จะเป็นผลงานที่โด่งดังสุดขีดจนเกิดกระแสฟีเวอร์ก็มีความเป็นไปได้ที่ภาพยนตร์เรื่องนั้นจะถูกจัดจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง 

“ผมว่าปัญหาใหญ่ๆ ของภาพยนตร์อาเซียนมีหลายมิตินะครับ อย่างแรกคือขาดเงินทุนและนายทุนที่เข้าใจการทำงานศิลปะแขนงนี้ที่ดี พอไม่มีเงินทุนจำนวนภาพยนตร์แต่ละปีเลยน้อยตามไปด้วย เห็นชัดคือลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม ปีหนึ่งๆ มีภาพยนตร์ออกมาน้อยมาก ต่อมาเป็นเรื่องของซับไตเติ้ล ภาพยนตร์อาเซียนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีซับไตเติ้ล เหมือนเป็นการทำขึ้นเพื่อตอบสนองคนท้องถิ่นเอง คนนอกก็ดูไม่เข้าใจ ถ้ามีซับไตเติ้ลผมว่าผลงานก็น่าจะไปไกลในระดับโลกได้นะ ปัญหาที่สามคือขาดผู้จัดจำหน่าย ต่อให้ภาพยนตร์ดีขนาดไหน แต่ถ้าไม่มีคนซื้อภาพยนตร์เข้ามาฉาย หรือซื้อเข้ามาแล้วไม่มีโรงฉายก็เปล่าประโยชน์ เราในฐานะผู้ชมก็หมดสิทธิที่จะได้ชม สุดท้ายผมว่าตอนนี้อุตสาหกรรมภาพยนตร์โลกแข่งขันกันอย่างเข้มข้นมากๆ ภาพยนตร์อาเซียนก็เลยต้องเจอคู่แข่งจำนวนมากการจะหลุดเข้ามาอยู่ในสารบบภาพยนตร์โลกก็เป็นเรื่องค่อนข้างยาก”

ขณะที่ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ “พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์” ก็ให้ความเห็นว่าเขายังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการเข้าสู่เออีซีของชาติอาเซียน จะสร้างพลังจนกลายเป็นความยิ่งใหญ่ในวงการภาพยนตร์ภูมิภาคนี้ เขาหวังอยากให้เออีซีเป็นสะพานที่จะเชื่อมโยงให้เกิดวัฒนธรรมภาพยนตร์ที่แข็งแรงและเป็นรูปธรรมมากกว่าการนั่งมโนภาพต่างๆ นานาถึงสิ่งที่ยังไม่ประจักษ์แจ้ง

“มันจะไม่เกิดอะไรขึ้นเลย ถ้ารวมกันเป็นเออีซีแล้ว แต่รัฐบาลของแต่ละประเทศ หรือคนในวงการภาพยนตร์ของแต่ละประเทศ ไม่ได้หันมาร่วมมือกันทำอะไรจริงๆ จังๆ มันต้องสร้างงานร่วมกันและเผยแพร่ร่วมกัน จำนวนผู้คนที่มีประมาณหลายร้อยล้านคนมีงานทำและเกิดความร่วมมือในด้านต่างๆ ในความรู้สึกผมนะ ผมว่าถ้าจะทำกันก็ควรเริ่มจากการทำให้คนในชาติอาเซียนรู้จักภาพยนตร์อาเซียนก่อนเป็นอย่างแรก เราเคยชมภาพยนตร์มาเลเซียมั้ย เคยชมภาพยนตร์อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์มั้ย ซึ่งชาติเหล่านี้มีภาพยนตร์ดีๆ อยู่เยอะ ถ้าไม่ใช่คอภาพยนตร์จริงๆ ก็ยากละครับ หรือประเทศเพื่อนบ้านไทย ลาว พม่า กัมพูชา เราแทบไม่รู้ว่าเขาสร้างภาพยนตร์กันปีละกี่เรื่อง ถ้ามันมีกระบวนการมารองรับก็ควรต้องทำ ซึ่งการทำภาพยนตร์ในลักษณะความร่วมมือระหว่างประเทศ ตัวกลางที่จะทำให้เป็นรูปธรรมคือภาครัฐ เพื่อให้เกิดการผ่องถ่ายวัฒนธรรมภาพยนตร์ให้ได้ เพราะสำหรับผมภาพยนตร์คือการแลกเปลี่ยนชีวิตและวัฒนธรรม ไม่ใช่การทำธุรกิจที่มองค่าที่เม็ดเงินอย่างเดียว”

หนึ่งผู้กำกับที่พร้อมบุกเออีซี “ศักดิ์ชาย ดีนาน”ด้วยผลงานล่าสุด The Return ผีทวงคืน ถ่ายทำ4 ประเทศ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา ความตั้งใจของเขาทำภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อเจาะตลาดเออีซี โดยเขาเน้นจุดขายที่พล็อตเรื่องและโลเกชั่น ซึ่งเจ้าตัวมั่นใจว่ามัดใจผู้ชมชาวอาเซียนได้ 

“สิ่งที่จะมัดใจผู้ชมคือการเล่าเรื่องที่ใกล้ชิดกับผู้ชม อย่างเรื่องผี ผมก็ว่ามันคือสิ่งที่เข้าถึงคนได้ง่าย เพราะความกลัวเป็นสากล ผมว่ามันเป็นการรับสารที่ง่ายที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับความเป็นดราม่าหนักๆ ยิ่งชาติในอาเซียนด้วยกัน ทุกชาติต่างก็มีความเชื่อเรื่องผีคล้ายๆ กัน ความตาย ตายแล้วไปไหน วิญญาณจะกลับบ้าน หรือไปไหนต่อ มันเป็นวัฒนธรรมร่วมกัน ซึ่งผมว่านี่ละคือเสน่ห์ของภาพยนตร์อาเซียน มันใกล้ชิด มันเสพง่าย มันคุ้นเคย  สำหรับผมนะการรวมกันเป็นเออีซีไม่มีผลต่อวงการภาพยนตร์ภูมิภาคนี้เลย เพราะภาพยนตร์เป็นเรื่องรสนิยม การเป็นเออีซีแล้วก็ไม่หมายความว่าคนไทยจะได้ชมภาพยนตร์ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า มากขึ้น
หรอก แต่เราอาจจะรู้จักภาพยนตร์ในชาติอาเซียนมากขึ้น ถ้าผลงานเรื่องนั้นดังจริงๆ หรือมีรางวัลการันตี นั่นละเราถึงจะได้ชมแต่ไม่ใช่ทุกเรื่อง เพราะมันต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป เรื่องนี้ดังและดี เรื่องหน้าก็อาจแป้กก็ได้”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ